Data Mapping คือการวาดแผนผังว่าข้อมูลส่วนบุคคลเข้ามาทางไหน เก็บที่ไหน ใครใช้ และส่งต่อให้ใคร เป็นขั้นเตรียมการก่อนทำ RoPA ตาม PDPA มาตรา 39 ตามที่ TDPG แนะนำ บทความนี้วางแผน 7 วันสำหรับ DPO และทีมเล็กที่เริ่มจากศูนย์ ให้ได้บันทึกรายการฉบับแรกที่ตรวจได้จริง
- PDPA มาตรา 39 ให้ผู้ควบคุมข้อมูลบันทึกรายการอย่างน้อย 8 เรื่อง เป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
- TDPG แนะนำให้ทำ Data Mapping เป็นขั้นเตรียมการ ให้ทุกส่วนงานร่วม และให้ผู้บริหารระดับสูงเข้ามาร่วมด้วย
- เริ่มวาดแผนผังที่ฝ่ายบุคคลก่อน เพราะมีข้อมูลหลายกลุ่มและหลายประเภทที่สุด (ตัวอย่างใน TDPG)
- คำตอบกว้าง ๆ อย่าง "มีมาตรการที่เหมาะสม" หรือ "ตามนโยบายเก็บรักษา" TDPG ถือว่าใช้ไม่ได้
- ไม่บันทึกรายการตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง มีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท (มาตรา 82)
งาน RoPA หลายแห่งสะดุดตั้งแต่วันแรก DPO ส่งตาราง Excel ไปให้ทุกฝ่ายกรอก สองสัปดาห์ต่อมาได้กลับมาครึ่งเดียว แต่ละฝ่ายเขียนกันคนละแบบ และไม่มีใครตอบได้ว่าข้อมูลลูกค้าที่ฝ่ายขายเก็บ ไหลไปถึงบริษัทขนส่งได้อย่างไร
สาเหตุคือข้ามขั้นที่ควรทำก่อน แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 เรียกขั้นนี้ว่า Data Mapping หรือการทำแผนผังการไหลเวียนข้อมูล คือรู้ให้ได้ก่อนว่าข้อมูลเข้ามาทางไหน อยู่ที่ไหน และออกไปทางไหน แล้วค่อยแปลงเป็นบันทึกรายการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มาตรา 39
บทความนี้เป็นแผนทำงาน 7 วันที่ทีมเราเรียบเรียงจากขั้นตอนใน TDPG บทที่ D จำนวนวันเป็นข้อเสนอของทีม กฎหมายไม่ได้กำหนดเวลาไว้ ส่วนเนื้อหาของแต่ละวันอ้างอิงตัวบทและแนวปฏิบัติตามที่ระบุ
Data Mapping กับ RoPA ต่างกันอย่างไร?
Data Mapping คือแผนผัง ส่วน RoPA คือบันทึกที่กฎหมายสั่งให้มี แผนผังทำให้เห็นภาพการไหลของข้อมูลทั้งองค์กร บันทึกรายการแยกภาพนั้นออกเป็นกิจกรรม แล้วตอบคำถามที่มาตรา 39 ถามทีละข้อ TDPG วาง Data Mapping ไว้เป็นขั้นเตรียมการ
องค์กรควรทำแผนผังการไหลเวียนข้อมูลภายในองค์หรือ Data Mapping เพื่อทำความเข้าใจว่าองค์กรเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลอะไรบ้าง รวมถึงแหล่งสถานที่จัดเก็บข้อมูล โดยต้องเตรียมให้ทุกส่วนงานภายในองค์กรได้มีส่วนร่วม
ประโยคถัดไปใน TDPG ข้อเดียวกันสำคัญไม่แพ้กัน คือให้ผู้มีตำแหน่งอาวุโสหรือผู้มีอำนาจในองค์กรเข้าร่วมการเตรียมการ เพื่อให้งานนี้มีลักษณะเป็นคำสั่งขององค์กร และได้รับความร่วมมือสูงสุด งาน RoPA ที่ DPO ทำคนเดียวโดยไม่มีคำสั่งจากผู้บริหาร มักจบที่ตาราง Excel ครึ่งเดียวแบบในย่อหน้าแรก
RoPA ตามมาตรา 39 ต้องมีอะไรบ้าง?
รู้ปลายทางก่อนเริ่ม จะได้ถามคำถามให้ครบตั้งแต่วันแรก มาตรา 39 กำหนดขั้นต่ำไว้ 8 รายการ
ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
อีกสี่รายการที่เหลือคือ (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูล รวมทั้งเงื่อนไขว่าใครเข้าถึงได้ (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านของเจ้าของข้อมูล และ (8) คำอธิบายมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรา 37 (1)
| คำถามตอนวาดแผนผัง | ช่องในมาตรา 39 | ใครตอบได้ดีที่สุด |
|---|---|---|
| ข้อมูลอะไร ของใคร | (1) ข้อมูลที่เก็บ | เจ้าของกระบวนงาน |
| เก็บไปทำอะไร ใช้ฐานไหน | (2) วัตถุประสงค์ | เจ้าของกระบวนงาน + DPO |
| ใครเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องข้อมูลชุดนี้ | (3) ข้อมูลผู้ควบคุม | ฝ่ายกฎหมาย |
| เก็บนานเท่าไร ลบเมื่อไร | (4) ระยะเวลาเก็บรักษา | เจ้าของกระบวนงาน + ฝ่ายกฎหมาย |
| ใครในบริษัทเปิดดูได้ | (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึง | ไอที |
| ส่งต่อให้ใครนอกบริษัท โดยไม่ได้ขอความยินยอม | (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม | เจ้าของกระบวนงาน |
| เคยปฏิเสธคำขอของเจ้าของข้อมูลไหม | (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้าน | DPO |
| ป้องกันอย่างไร | (8) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย | ไอที |
แผน 7 วัน ทำอะไรวันไหน?
แผนนี้เหมาะกับบริษัทขนาดเล็กถึงกลางที่มีห้าถึงสิบฝ่าย องค์กรใหญ่ที่มีหลายสาขาใช้โครงเดียวกันได้ แต่ควรยืดวันที่ 3 ถึง 5 ออกไป เพราะ TDPG แนะนำให้ทำกับสาขาและบริษัทในเครือด้วยแบบเดียวกัน ไม่ให้มีกิจกรรมตกหล่น
- วันที่ 1ผู้บริหารออกคำสั่งตั้งทีม ระบุ DPO หรือผู้ประสานงาน และรายชื่อทุกส่วนงาน แม้ฝ่ายที่คิดว่าไม่ได้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลก็ใส่ไว้ก่อนTDPG D9 · Dos1
- วันที่ 2ส่งแบบสอบถามสั้น 6 ข้อให้ทุกฝ่ายอ่านล่วงหน้า ใช้ภาษาเดียวกันทั้งบริษัท ไม่ใช้ศัพท์กฎหมายTDPG D9 ขั้นตอนที่ 1
- วันที่ 3นั่งวาดแผนผังกับฝ่ายบุคคลเป็นฝ่ายแรก ตั้งแต่รับสมัครงาน จ้างงาน จ่ายเงินเดือน จนพ้นสภาพTDPG ตัวอย่างการแบ่งส่วนงาน
- วันที่ 4วาดต่อกับฝ่ายขาย การตลาด บริการลูกค้า และบัญชี ฝ่ายละไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ปิดท้ายด้วยไอที เพื่อตอบเรื่องระบบ ที่เก็บ และสิทธิเข้าถึงTDPG D9 ขั้นตอนที่ 2
- วันที่ 5รวบรวมเอกสารที่มีอยู่แล้ว เช่น นโยบายความเป็นส่วนตัว นโยบายเก็บรักษา สัญญาประมวลผลข้อมูล แล้วเทียบกับแผนผังว่าตรงกันไหมTDPG D9 ขั้นตอนที่ 3
- วันที่ 6แปลงแผนผังเป็นกิจกรรม กิจกรรมละหนึ่งแถว เติมให้ครบ 8 ช่องตามมาตรา 39 ทำเครื่องหมายแถวที่มีข้อมูลตามมาตรา 26PDPA มาตรา 39 · TDPG D10
- วันที่ 7ตรวจคุณภาพด้วยรายการ "สิ่งที่ไม่ควรทำ" ของ TDPG ให้เจ้าของกระบวนงานยืนยัน ผู้บริหารรับทราบ และนัดรอบทบทวนครั้งถัดไปTDPG D8 · Don'ts
วันที่ 2: แบบสอบถาม 6 ข้อ
TDPG ยกตัวอย่างคำถามไว้หกข้อ สั้นพอที่หัวหน้าฝ่ายตอบได้โดยไม่ต้องเปิดตัวบท ใช้หกข้อนี้เป็นแกนของแบบสอบถาม แล้วค่อยเติมคำถามเฉพาะฝ่าย
- ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลทำไม
- เก็บข้อมูลเกี่ยวกับใครบ้าง
- เก็บข้อมูลอะไร
- แบ่งปันให้ใคร
- เก็บนานแค่ไหน
- รักษาความปลอดภัยอย่างไร
วันที่ 3: ทำไมเริ่มที่ฝ่ายบุคคล
TDPG แนะนำตรงนี้ไว้ชัด และเหตุผลฟังขึ้น ฝ่ายบุคคลมีเจ้าของข้อมูลหลายกลุ่มที่สุด และมีข้อมูลหลายประเภทที่สุดในบริษัท วาดฝ่ายนี้เสร็จ ทีมจะได้แม่แบบที่ใช้กับฝ่ายอื่นต่อได้
เริ่มวางแผนการทำแผนผังข้อมูล (Data Mapping) จากฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือฝ่าย HR เนื่องจากเป็นฝ่ายงานที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก
บนกระดาษแผ่นใหญ่ ให้วาดเป็นห้ากล่องเรียงซ้ายไปขวา คือ ข้อมูลเข้ามาจากไหน เก็บไว้ที่ไหน ใครใช้ ส่งต่อให้ใคร และลบเมื่อไร (เป็นวิธีที่ทีมเราใช้ ไม่ใช่รูปแบบบังคับ) กล่องไหนที่หัวหน้าฝ่ายตอบไม่ได้ วงสีแดงไว้ ถือเป็นงานที่ต้องตามต่อ ไม่ได้แปลว่าทำพลาด
วันที่ 6: จากแผนผังเป็นแถวใน RoPA
หนึ่งเส้นทางบนแผนผังมักกลายเป็นหนึ่งกิจกรรม เช่น "รับสมัครงาน" "จ่ายเงินเดือน" "ส่งสินค้าให้ลูกค้า" อย่าแตกละเอียดจนเป็นร้อยแถว และอย่ารวมจนเหลือแถวเดียวว่า "บริหารงานบุคคล" ระดับที่ใช้ได้คือระดับที่วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในแถวเดียวกันเหมือนกัน เรื่องการเลือกฐาน ดูได้ที่ ไม่ต้องขอความยินยอมทุกเรื่อง
แถวที่มีข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลตามมาตรา 26 อื่น ทำเครื่องหมายไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะมีผลทั้งเรื่องฐานทางกฎหมายและสิทธิยกเว้นของกิจการขนาดเล็ก รายละเอียดอยู่ใน ข้อมูลอ่อนไหวที่บริษัทเก็บอยู่โดยไม่รู้ตัว ถ้ามีกิจกรรมเกี่ยวกับข้อมูลเด็ก ให้ดู ข้อมูลเด็กต้องขอความยินยอมจากใคร ประกอบ
คำตอบแบบไหนที่ TDPG บอกว่าใช้ไม่ได้?
วันที่ 7 คือวันตรวจคุณภาพ เครื่องมือที่ดีที่สุดคือรายการ "สิ่งที่ไม่ควรทำ" ใน TDPG ซึ่งยกตัวอย่างคำตอบที่ดูเหมือนครบ แต่ตรวจแล้วตอบอะไรไม่ได้เลย
| ช่อง | คำตอบที่ใช้ไม่ได้ | ปัญหา |
|---|---|---|
| ประเภทข้อมูล | "ข้อมูลส่วนบุคคล" · "คำตอบจากแบบสอบถาม" | อธิบายไม่ได้ว่าเก็บข้อมูลอะไรจริง |
| มาตรการความปลอดภัย | "มีมาตรการที่เหมาะสม" | อธิบายไม่ได้ว่ามาตรการคืออะไร |
| วัตถุประสงค์ | "เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลตามหน้าที่" | ไม่บอกขอบเขตและฐานทางกฎหมาย |
| ระยะเวลาเก็บ | "ตามนโยบายเก็บรักษา" โดยไม่ระบุระยะเวลา | ตรวจไม่ได้ว่าเก็บนานเท่าไร |
TDPG ยังเตือนเรื่องรูปแบบไว้ด้วย อย่าแยก RoPA เป็นเอกสารหลายชิ้นกระจัดกระจาย อย่าใส่ลิงก์ไปไดรฟ์ภายในที่ผู้ตรวจเปิดไม่ได้ และอย่าใช้ตัวย่อที่คนนอกบริษัทอ่านไม่ออก
การระบุว่ามีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เผื่อใช้ เช่น บริษัทหนึ่งเก็บข้อมูลพาสปอร์ตพนักงาน เพราะ HR ระบุให้เก็บ โดยไม่ได้มีความจำเป็นในการนำมาใช้จริง
บริษัทเล็กต้องทำ RoPA ไหม?
มาตรา 39 วรรคท้ายเปิดช่องให้คณะกรรมการยกเว้นบางรายการให้กิจการขนาดเล็กได้ แต่ข้อยกเว้นนี้มีเงื่อนไขกลับหลายข้อ คือใช้ไม่ได้ถ้ามีความเสี่ยงต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล ถ้าไม่ได้เก็บข้อมูลเป็นครั้งคราว หรือถ้ามีข้อมูลตามมาตรา 26 สังเกตด้วยว่ารายการ (7) เรื่องการปฏิเสธคำขอ ไม่อยู่ในรายการที่ยกเว้นได้
ประกาศคณะกรรมการเรื่องการยกเว้นนี้ยังไม่อยู่ในคลังตัวบทที่บทความนี้ใช้ เราจึงไม่ลงรายละเอียดเกณฑ์ ถ้าจะอาศัยข้อยกเว้น ให้อ่านประกาศฉบับจริงก่อน และดูการวิเคราะห์ที่ ทำ RoPA ให้เสร็จจริง และรู้ว่าเมื่อไรต้องทำ DPIA ในทางปฏิบัติ แผนผังข้อมูลมีประโยชน์กับบริษัทเล็กอยู่ดี เพราะเป็นฐานของประกาศความเป็นส่วนตัวและการรับมือเหตุข้อมูลรั่ว
หลังวันที่ 7 ต้องทำอะไรต่อ?
RoPA ฉบับแรกไม่ใช่ฉบับสุดท้าย TDPG ข้อ D8 บอกว่าบันทึกต้องสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบัน และระบุจังหวะที่ต้องแก้ไว้ชัด
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลควรทบทวนบันทึกรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างน้อยปีละครั้ง และปรับปรุงเพิ่มเติมเมื่อมีกิจกรรมการประมวลผลใหม่ หรือเมื่อกิจกรรมเดิมเปลี่ยนวัตถุประสงค์ ขอบเขต ประเภทข้อมูลหรือผู้รับ หรือเมื่อมีการจ้างผู้ประมวลผลหรือผู้ประมวลผลช่วงรายใหม่ หรือเมื่อมีการนำระบบหรือเทคโนโลยีใหม่มาใช้
วิธีที่ได้ผลคือผูกการแก้ RoPA เข้ากับงานที่บริษัททำอยู่แล้ว เช่น ทุกครั้งที่จัดซื้อระบบใหม่ หรือเซ็นสัญญากับผู้ให้บริการที่แตะข้อมูลลูกค้า ให้มีช่องในแบบฟอร์มจัดซื้อถามว่า "ต้องแก้ RoPA ไหม" TDPG ยังแนะนำให้ทำ RoPA เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เป็นแหล่งข้อมูลเดียว และให้ใช้ค่าตั้งต้นแบบเลือกจากเมนูแทนการพิมพ์อิสระ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
ทะเบียน RoPA ของ AIPDPA จึงแยกกิจกรรมตามฝ่าย มีเมนูให้เลือกสำหรับประเภทข้อมูล ฐานทางกฎหมาย และระยะเวลาเก็บ และพิมพ์รายงานตามมาตรา 39 ได้ทันทีเมื่อ สคส. หรือเจ้าของข้อมูลขอตรวจ แผนผังบนกระดาษจากวันที่ 3 ถึง 5 กรอกเข้าระบบได้ในวันที่ 6 ดูบัญชีตัวอย่าง ไม่ต้องสมัคร
คำถามที่พบบ่อย
Data Mapping คืออะไร ต่างจาก RoPA อย่างไร
Data Mapping คือแผนผังการไหลของข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กร ว่าเข้ามาทางไหน เก็บที่ไหน ใครใช้ ส่งต่อให้ใคร ส่วน RoPA คือบันทึกรายการตาม PDPA มาตรา 39 TDPG วาง Data Mapping เป็นขั้นเตรียมการก่อนทำ RoPA
กฎหมายกำหนดไหมว่าต้องทำ RoPA ให้เสร็จภายในกี่วัน
มาตรา 39 ไม่ได้กำหนดเวลา แผน 7 วันในบทความนี้เป็นข้อเสนอของทีมเพื่อให้งานเดินได้จริง ที่กฎหมายกำหนดคือต้องมีบันทึกรายการอย่างน้อย 8 เรื่องให้เจ้าของข้อมูลและ สคส. ตรวจได้
RoPA ทำเป็นไฟล์ Excel ได้ไหม
มาตรา 39 ให้บันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ TDPG แนะนำให้ทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์และเป็นแหล่งข้อมูลเดียว ไม่แยกเป็นหลายไฟล์กระจัดกระจาย
ควรเริ่มทำแผนผังข้อมูลจากฝ่ายไหน
TDPG แนะนำให้เริ่มจากฝ่ายบุคคล เพราะมีเจ้าของข้อมูลหลายกลุ่มและข้อมูลหลายประเภท เช่น ข้อมูลอัตลักษณ์ ที่อยู่ ข้อมูลสุขภาพเพื่อเบิกสวัสดิการ และเงินเดือน
ต้องทบทวน RoPA บ่อยแค่ไหน
TDPG แนะนำอย่างน้อยปีละครั้ง และทุกครั้งที่มีกิจกรรมใหม่ วัตถุประสงค์เปลี่ยน มีผู้ประมวลผลรายใหม่ หรือนำระบบใหม่มาใช้ ข้อนี้เป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวบท
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 39 · มาตรา 82
- แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 บทที่ D การจัดทำบันทึกรายการประมวลผลข้อมูล (ไม่ใช่กฎหมาย) — TDPG4.0-D (D8–D10 · Dos/Don'ts)
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

