ทางเดินเดียวที่เปิดไฟในห้องเก็บเอกสาร ระหว่างชั้นเหล็กเรียงกล่องเอกสารติดป้ายวันที่
แนวปฏิบัติ PDPA

ตารางเก็บข้อมูลกี่ปี ทำอย่างไรให้ผู้ตรวจรับ

เขียนในนโยบายว่า “เก็บเท่าที่จำเป็น” ไม่มีใครตรวจได้ ผู้ตรวจอยากเห็นตารางที่บอกได้ทุกแถวว่าเก็บกี่ปี เริ่มนับวันไหน อ้างกฎหมายอะไร และครบแล้วใครเป็นคนลบ

เผยแพร่ อ่าน 14 นาทีโดย
สรุปสั้น

ตารางเก็บข้อมูลที่ผู้ตรวจรับ คือตารางที่บอกได้ทุกแถวว่าข้อมูลชุดนั้นเก็บกี่ปี เริ่มนับเมื่อไร อาศัยเหตุผลหรือกฎหมายข้อใด และครบแล้วใครลบ ตาม PDPA มาตรา 23 (3) และ 37 (3) เหมาะกับ DPO ฝ่ายบุคคล และฝ่ายบัญชี ได้วิธีตั้งระยะเวลาตาม TDPG และหลักฐานที่ควรเตรียม

  • PDPA มาตรา 23 (3) ให้แจ้งระยะเวลาเก็บตั้งแต่ตอนเก็บข้อมูล ถ้าบอกเป็นตัวเลขไม่ได้ ต้องบอกระยะเวลาที่คาดหมายได้
  • มาตรา 37 (3) บังคับให้มีระบบตรวจสอบเพื่อลบเมื่อครบกำหนด ประกาศการลบปี 2567 ข้อ 9 ขยายหลักเกณฑ์การลบมาใช้กับระบบนี้ด้วย
  • TDPG แนะนำให้ตั้งระยะเวลาตามลำดับ มีกฎหมายกำหนดให้ใช้ตามนั้น ไม่มีก็ดูอายุความ เกินจากนั้นควรลบ (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย)
  • แถวที่ผู้ตรวจรับต้องมีจุดเริ่มนับ ระยะเวลา ที่มาของความจำเป็น สิ่งที่ทำเมื่อครบ และชื่อผู้รับผิดชอบ
  • ข้อมูลในแบ็กอัปที่ลบทันทีไม่ได้ ต้องทำให้ใช้งานยากจนกว่าจะลบได้จริง ตามประกาศปี 2567 ข้อ 4

เกือบทุกบริษัทที่ทำ PDPA มีประโยค “บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เท่าที่จำเป็น” อยู่ในนโยบาย ประโยคนี้ถูกต้อง แต่ใช้ตอบผู้ตรวจไม่ได้ พอผู้ตรวจถามว่าใบสมัครของคนที่ไม่ผ่านสัมภาษณ์เก็บไว้กี่เดือน หรือภาพกล้องวงจรปิดหน้าร้านลบรอบละกี่วัน คนในบริษัทมักตอบไม่ตรงกัน

ตารางระยะเวลาเก็บข้อมูล (retention schedule) คือเอกสารที่ปิดช่องว่างนี้ บทความนี้ไล่ตั้งแต่ตัวบทที่บังคับ ลำดับการคิดตัวเลขที่ TDPG วางไว้ ช่องที่แต่ละแถวต้องมี ไปจนถึงวิธีลบเมื่อครบกำหนดตามประกาศปี 2567 ใครทำ RoPA เสร็จแล้วจะต่อยอดได้ทันที เพราะช่องระยะเวลาเก็บในบันทึกรายการก็คือตัวเลขชุดเดียวกัน

กฎหมายบังคับให้มีตารางเก็บข้อมูลหรือไม่?

PDPA ไม่ได้ใช้คำว่า “ตาราง” แต่บังคับให้มีสิ่งที่ตารางทำหน้าที่แทนอยู่สามจุด จุดแรกคือมาตรา 23 (3) ที่ให้แจ้งเจ้าของข้อมูลตั้งแต่ตอนเก็บว่าจะเก็บไว้นานเท่าใด

(3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 23 (3)หน้าที่แจ้งในประกาศความเป็นส่วนตัว ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล

จุดที่สองคือมาตรา 39 (4) ที่ให้บันทึก “ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล” ไว้ใน RoPA และจุดที่สามซึ่งหนักที่สุดคือมาตรา 37 (3) ที่ไม่ได้ให้แค่เขียนตัวเลข แต่ให้มีระบบคอยตรวจและลบจริง

(3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอม
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 37 (3)

อ่านมาตรา 37 (3) แล้วจะเห็นว่าคำว่า “เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา” จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีกำหนดให้พ้น ถ้าไม่มีตาราง ระบบตรวจสอบก็ไม่รู้ว่าต้องตรวจอะไร ตารางจึงเป็นจุดตั้งต้นของหน้าที่ตามมาตรานี้ทั้งหมด

เก็บกี่ปีถึงจะพอดี ตั้งตัวเลขจากอะไร?

TDPG 4.0 ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของภาคเอกชน ไม่ใช่กฎหมาย วางลำดับการคิดไว้ในหัวข้อ G7 อย่างเป็นขั้น ข้อดีของการทำตามลำดับนี้คือทุกตัวเลขในตารางจะมีเหตุผลรองรับ ไม่ได้มาจากความรู้สึกว่า “น่าจะพอ”

G7.1 หากมีระยะเวลาตามกฎหมายระบุชัดเจนให้เก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลานานเท่าใดให้เก็บรักษาตามกำหนดเวลานั้น
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · TDPG 4.0 ข้อ G7.1แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย

ขั้นแรกจึงเป็นการไล่หากฎหมายเฉพาะเรื่อง TDPG ยกตัวอย่างไว้ชุดหนึ่ง ตารางข้างล่างคัดมาตามที่ TDPG สรุปไว้ ก่อนใส่ตารางจริงควรเปิดกฎหมายต้นทางอีกครั้ง เพราะคลังของเราไม่มีตัวบทของกฎหมายเหล่านั้นให้ตรวจทานคำต่อคำ

ตัวอย่างระยะเวลาเก็บตามกฎหมายอื่น ตามที่ TDPG 4.0 ข้อ G7.1 สรุปไว้ (ตรวจกับกฎหมายต้นทางก่อนใช้)
กฎหมายที่ TDPG อ้างข้อมูลระยะเวลาตามที่ TDPG สรุป
พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (หรือตามประกาศอธิบดี ไม่เกิน 7 ปี)
ประมวลรัษฎากรรายงาน ใบกำกับภาษี และเอกสารประกอบแบบแสดงรายการภาษีไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันยื่นแบบหรือวันทำรายงาน หรืออีก 2 ปีนับแต่เลิกกิจการ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541ทะเบียนลูกจ้างไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่สิ้นสุดการจ้างแต่ละราย
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541เอกสารการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันจ่าย และเก็บจนคดีถึงที่สุดถ้ามีข้อพิพาท
พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542หลักฐานการแสดงตนของลูกค้าสถาบันการเงิน5 ปีนับแต่ปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์
ประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ เรื่องการเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2564ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ

ข้อมูลส่วนใหญ่ของบริษัทไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ เช่น ใบสมัครงานของคนที่ไม่ได้รับเลือก รายชื่อลูกค้าที่เลิกซื้อ หรือแชตกับลูกค้า ขั้นที่สองของ TDPG ให้ถามต่อว่าเก็บไว้เพื่อใช้สู้คดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องในอนาคตหรือไม่

G7.2 หากไม่มีกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลไว้อย่างชัดแจ้ง ท่านควรพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ว่าในกรณีใด ควรต้องลบทำลาย
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · TDPG 4.0 ข้อ G7.2แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย

ตัวเลขในขั้นนี้มาจากอายุความ อายุความที่ PDPA เขียนไว้เองอยู่ในมาตรา 78 วรรคสอง ซึ่ง TDPG ข้อ G7.3 ใช้เป็นเหตุผลในการเก็บหลักฐานการขอความยินยอมต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้เลิกประมวลผลแล้ว

สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้เป็นอันขาดอายุความเมื่อพ้นสามปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องรับผิด หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 78 วรรคสอง

ประโยคท้ายของ G7.2 อย่าอ่านข้าม อายุความเป็นเหตุให้เก็บเฉพาะข้อมูลที่ใช้พิสูจน์ข้อเรียกร้อง ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เก็บทั้งแฟ้มไว้สิบปี TDPG เขียนต่อว่าอาจเก็บไว้เพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ส่วนที่เหลือควรลบ

ข้อมูลชุดเดียวกัน ระยะเวลาไม่เท่ากันก็ได้

TDPG ข้อ G7.4 ยกตัวอย่างกล้องวงจรปิดไว้ชัด ธนาคารที่ติดกล้องหน้าตู้เอทีเอ็มอาจต้องเก็บภาพหลายสัปดาห์ เพราะธุรกรรมผิดปกติจะรู้ก็ต่อเมื่อลูกค้าเห็นรายการเดินบัญชี ส่วนร้านอาหารเก็บสั้นกว่าได้ เพราะเหตุในร้านมักรู้ทันที แต่ถ้าแจ้งความแล้วต้องเก็บไว้จนตำรวจมารับ

ข้อ G7.5 เพิ่มอีกกรณีที่คนมักลืม เมื่อลูกค้าขอให้หยุดส่งการตลาด บริษัทเก็บข้อมูลไว้พอให้รู้ว่าห้ามส่งหาคนนี้อีกได้ ตารางที่ดีจึงแยกแถวตามวัตถุประสงค์ ไม่ใช่ตามระบบหรือตามแฟ้ม

แถวหนึ่งในตารางต้องมีกี่ช่อง ผู้ตรวจถึงจะรับ?

ตอบสั้น ๆ คือห้าช่อง TDPG ข้อ G8.1 วางหลักไว้ว่าระยะเวลาแต่ละตัวต้องอธิบายเหตุผลได้และบอกฐานทางกฎหมายที่ใช้กำหนดได้

โดยท่านต้องกำหนดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลและระยะเวลาการเก็บรักษาที่จำเป็นและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยต้องสามารถให้เหตุผลอธิบายถึงความจำเป็น ตลอดจนเปิดเผยหลักเกณฑ์และฐานทางกฎหมายที่ใช้กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาดังกล่าวได้
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · TDPG 4.0 ข้อ G8.1แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย

ตัวอย่างตารางของฝ่ายบุคคลใน TDPG ข้อ G9.3 มีคอลัมน์กิจกรรม จุดเริ่มนับ ระยะเวลา การดำเนินการเมื่อพ้นกำหนด ที่มาความจำเป็น และผู้รับผิดชอบ เมื่อนำมาใช้จริง แต่ละช่องควรตอบคำถามเหล่านี้ได้

  1. จุดเริ่มนับ นับจากเหตุการณ์อะไร เช่น วันสิ้นสุดสัญญา วันพ้นสภาพพนักงาน วันสิ้นปีบัญชี ไม่ใช่ “นับจากวันที่เก็บ” ทุกแถว
  2. ระยะเวลา เป็นตัวเลขพร้อมหน่วย เช่น 90 วัน 2 ปี 10 ปี ไม่ใช่ “ตามความจำเป็น”
  3. ที่มาของความจำเป็น ระบุชื่อกฎหมายและมาตรา หรือเขียนว่าอิงอายุความเรื่องอะไร ถ้าเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจก็เขียนเหตุผลไว้ตรง ๆ
  4. การดำเนินการเมื่อครบ ลบ ทำลาย ทำให้ไม่ระบุตัวตน หรือส่งทบทวน ถ้าทบทวนต้องมีผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ไม่เกินสองทาง
  5. ผู้รับผิดชอบ ตำแหน่งที่อนุมัติการลบ ไม่ใช่ชื่อแผนกกว้าง ๆ
จุดเริ่มนับเวลาเก็บรักษา (Trigger) : เหตุการณ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดให้เริ่มนับระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล โดยหลักคือนับตั้งแต่เมื่อมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สิ้นสุดสัญญา สิ้นสุดการจ้างงาน สิ้นปีงบการเงิน เป็นต้น
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · TDPG 4.0 ข้อ G9.3 (องค์ประกอบของตารางแนบท้าย)แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย

ช่องจุดเริ่มนับเป็นช่องที่ตารางส่วนใหญ่พลาด สัญญาจ้างที่เขียนว่าเก็บ 10 ปี ถ้าไม่บอกว่านับจากวันเซ็นหรือวันออกจากงาน ตัวเลขจะคลาดกันได้หลายปี และระบบลบอัตโนมัติก็ตั้งค่าไม่ได้

ตัวอย่างแถวในตาราง (สมมติ ใช้เป็นแนวคิด ต้องปรับตามกิจการและตรวจกฎหมายเฉพาะของตน)
ข้อมูล / วัตถุประสงค์จุดเริ่มนับระยะเวลาที่มาเมื่อครบผู้รับผิดชอบ
เอกสารบัญชีที่มีชื่อลูกค้าวันปิดบัญชี5 ปีพ.ร.บ.การบัญชี ตามที่ TDPG สรุปทำลายผู้จัดการฝ่ายบัญชี
ทะเบียนลูกจ้างวันพ้นสภาพพนักงาน2 ปีพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ตามที่ TDPG สรุปทบทวนหัวหน้าฝ่ายบุคคล
หลักฐานการขอความยินยอมทางการตลาดวันถอนความยินยอมหรือเลิกใช้ตามอายุความ PDPA มาตรา 78TDPG ข้อ G7.3ลบ เหลือรายชื่อห้ามติดต่อDPO
ภาพกล้องวงจรปิดหน้าร้านวันที่บันทึกกำหนดเป็นวัน ตามความเสี่ยงของร้านTDPG ข้อ G7.4บันทึกทับ เว้นแต่มีเหตุผู้จัดการสาขา

ครบกำหนดแล้วต้องลบอย่างไร ประกาศปี 2567 ว่าอย่างไร?

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเรื่องหลักเกณฑ์การลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ พ.ศ. 2567 มีผลตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน 2567 คนส่วนมากอ่านแค่ส่วนที่ว่าด้วยคำขอลบของลูกค้า แต่ข้อ 9 ดึงหลักเกณฑ์ชุดเดียวกันมาใช้กับการลบตามตารางด้วย

นอกจากการดำเนินการตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 37 (3) ด้วย โดยให้นำข้อ 3 วรรคสองและวรรคสาม ข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 6 ของประกาศนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ พ.ศ. 2567 · ข้อ 9

ผลในทางปฏิบัติคือ เมื่อแถวใดในตารางครบกำหนด การลบต้องครอบคลุมสำเนาและแบ็กอัปตามข้อ 3 วรรคสอง และถ้าเลือกทำข้อมูลนิรนามแทนการลบ ต้องผ่านเกณฑ์ข้อ 6 คือเอาตัวระบุทางตรงออกก่อน แล้วลดโอกาสระบุตัวจากตัวระบุทางอ้อมให้ต่ำเพียงพอ

ปัญหาที่ฝ่ายไอทีแทบทุกบริษัทเจอคือแบ็กอัปเทปหรือสแนปช็อตที่ลบทีละรายการไม่ได้ ข้อ 4 ของประกาศเดียวกันตอบเรื่องนี้ไว้ และข้อ 9 ก็ให้ใช้กับการลบตามตารางด้วย

หากไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อ 3 เช่น กรณีข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงถูกเก็บบันทึกไว้ชั่วคราวระหว่างที่รอให้ถูกบันทึกทับหรือแทนที่โดยข้อมูลอื่น (to be overwritten by other data) เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิค ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปได้ยาก จนกว่าจะดำเนินการตามข้อ 3 แล้วเสร็จ
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ พ.ศ. 2567 · ข้อ 4 วรรคหนึ่ง (บางส่วน)

ในตารางจึงควรมีหมายเหตุสำหรับแบ็กอัปแยกไว้หนึ่งบรรทัด ว่าแบ็กอัปหมุนรอบกี่วัน ระหว่างรอถูกเขียนทับใครเข้าถึงได้ และห้ามกู้คืนข้อมูลที่ครบกำหนดแล้วกลับมาใช้ ข้อ 4 (1) ถึง (5) วางเงื่อนไขไว้ห้าข้อ ตั้งแต่ไม่มีเจตนาเข้าถึงอีก ไปจนถึงต้องลบจริงเมื่อทำได้

ลูกค้าขอลบก่อนครบกำหนด ตารางช่วยตอบได้อย่างไร?

ถ้าทำตารางไว้ดี เวลามีคนใช้สิทธิตามมาตรา 33 ก็หยิบคำตอบจากตารางได้เลย เพราะมาตรา 33 วรรคสองยกเว้นไว้ให้เก็บต่อได้ในบางกรณี และเหตุผลในช่อง “ที่มา” ของตารางก็คือเหตุยกเว้นเหล่านั้นเอง

ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 33 วรรคสอง

แถวที่อ้างกฎหมายบัญชีตอบได้ว่าเป็นการเก็บ “เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย” แถวที่อ้างอายุความตอบได้ว่าเพื่อสู้สิทธิเรียกร้อง ส่วนแถวที่เขียนเหตุผลว่า “เผื่อใช้” ไม่มีข้อยกเว้นข้อใดรองรับ เมื่อปฏิเสธคำขอ ประกาศปี 2567 ข้อ 8 วรรคสามให้แจ้งเหตุผลแก่ผู้ขอ และมาตรา 39 (7) ให้บันทึกการปฏิเสธไว้ อ่านขั้นตอนเต็มได้ใน ตอบคำขอใช้สิทธิให้ทันกำหนด

อดีตพนักงานขอให้ลบประวัติทั้งหมดหลังลาออก 3 เดือนลบได้บางส่วน

ทะเบียนลูกจ้างยังอยู่ในระยะที่ TDPG สรุปว่ากฎหมายแรงงานให้เก็บ จึงเข้าข้อยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ข้อมูลอย่างผู้ติดต่อฉุกเฉินไม่มีเหตุให้เก็บต่อ TDPG ข้อ G7.5 ยกตัวอย่างนี้ไว้เองว่าควรลบ

ลูกค้าที่เลิกใช้บริการ 2 ปี ขอให้ลบข้อมูลการตลาดต้องลบ

การตลาดไม่ใช่เหตุตามมาตรา 33 วรรคสอง ลบข้อมูลการตลาดได้ทันที เก็บไว้เพียงข้อมูลพอให้รู้ว่าห้ามติดต่อคนนี้อีกตาม TDPG ข้อ G7.5

ลูกค้าขอลบใบกำกับภาษีที่ออกเมื่อปีที่แล้วปฏิเสธได้ พร้อมแจ้งเหตุผล

เอกสารภาษียังอยู่ในระยะที่ประมวลรัษฎากรให้เก็บตามที่ TDPG สรุป เข้าข้อยกเว้นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องแจ้งเหตุผลตามประกาศปี 2567 ข้อ 8 วรรคสามและบันทึกการปฏิเสธ

ผู้สมัครงานที่ไม่ผ่าน ขอให้ลบใบสมัครควรลบ

ไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดระยะเวลา ถ้าตารางกำหนดไว้สั้นและไม่มีข้อพิพาท ก็ไม่มีเหตุยกเว้นให้เก็บต่อ

ผู้ตรวจจะขอดูอะไร นอกจากตัวตาราง?

ตารางอย่างเดียวพิสูจน์ได้แค่ว่าบริษัทตั้งใจจะลบ มาตรา 37 (3) ใช้คำว่า “ระบบการตรวจสอบ” ผู้ตรวจจึงมักขอดูหลักฐานว่าระบบนั้นทำงานจริง ชุดที่ควรเตรียมไว้มีดังนี้

  • ตารางฉบับล่าสุด มีวันที่อนุมัติ ชื่อผู้อนุมัติ และรอบทบทวน TDPG ข้อ G9.6 แนะนำให้ผู้บริหารเป็นผู้อนุมัตินโยบาย
  • บันทึกการลบหรือทำลายแต่ละรอบ ว่าลบอะไร จากระบบไหน กี่รายการ ใครอนุมัติ
  • ใบรับรองจากผู้รับทำลายเอกสาร ถ้าจ้างบริษัทภายนอกย่อยกระดาษหรือทำลายฮาร์ดดิสก์
  • หมายเหตุเรื่องแบ็กอัปตามประกาศปี 2567 ข้อ 4
  • ประกาศความเป็นส่วนตัวที่ระยะเวลาเก็บตรงกับตาราง

คำถามที่พบบ่อย

เขียนในประกาศความเป็นส่วนตัวว่า “เก็บตามที่กฎหมายกำหนด” พอไหม?

มาตรา 23 (3) ให้แจ้งระยะเวลาเก็บ ถ้ากำหนดให้ชัดไม่ได้ให้บอกระยะเวลาที่คาดหมายได้ คำว่า “ตามที่กฎหมายกำหนด” เฉย ๆ ไม่บอกทั้งตัวเลขและกฎหมาย ควรเขียนเป็นช่วงเวลาหรืออย่างน้อยบอกว่าอิงกฎหมายฉบับใด

เก็บทุกอย่างไว้ 10 ปีให้ปลอดภัยไว้ก่อนได้ไหม?

ไม่ควร มาตรา 37 (3) ให้ลบข้อมูลที่เกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ และ TDPG ข้อ G7.2 แนะนำว่าข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับข้อเรียกร้องควรลบ การเก็บนานเกินเหตุยังทำให้ความเสียหายใหญ่ขึ้นถ้าข้อมูลรั่ว

TDPG บังคับใช้เหมือนกฎหมายหรือไม่?

ไม่ TDPG 4.0 เป็นแนวปฏิบัติที่ภาคเอกชนจัดทำ ใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงได้ แต่ไม่มีผลผูกพันเหมือน พ.ร.บ.หรือประกาศคณะกรรมการ ตัวเลขของกฎหมายอื่นที่ TDPG สรุปไว้ควรตรวจกับกฎหมายต้นทางก่อนใช้

ต้องลบแบ็กอัปทันทีเมื่อครบกำหนดหรือไม่?

ประกาศการลบปี 2567 ข้อ 3 วรรคสองให้การลบครอบคลุมสำเนาและแบ็กอัป ถ้าทำทันทีไม่ได้ด้วยเหตุทางเทคนิค ข้อ 4 ให้ทำให้ข้อมูลนั้นใช้งานได้ยาก ห้ามเข้าถึง และลบจริงเมื่อทำได้ ข้อ 9 นำหลักนี้มาใช้กับการลบตามตารางด้วย

ทำข้อมูลนิรนามแทนการลบได้ไหม?

ได้ ถ้าผ่านเกณฑ์ข้อ 6 ของประกาศปี 2567 คือเอาตัวระบุทางตรงออกทั้งหมดและลดโอกาสระบุตัวทางอ้อมให้ต่ำเพียงพอ แต่ถ้าเป็นคำขอลบเพราะเก็บมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 33 (4) ข้อ 7 ให้ลบหรือทำลายเท่านั้น

ใครควรเป็นเจ้าของตาราง?

TDPG ข้อ G9.2 แนะนำให้มีเจ้าหน้าที่เจ้าของข้อมูลแต่ละชุดเป็นผู้อนุมัติการลบ และมีผู้ตรวจการปฏิบัติตามนโยบายแยกต่างหาก DPO ดูภาพรวม ส่วนหัวหน้าฝ่ายที่ใช้ข้อมูลเป็นผู้ตอบว่าแต่ละแถวเก็บไว้ทำไม

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 23 (3) · มาตรา 33 วรรคสอง · มาตรา 37 (3) · มาตรา 39 (4) · มาตรา 78 วรรคสอง
  2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ พ.ศ. 2567 — ข้อ 3 · ข้อ 4 · ข้อ 9
  3. แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย — หัวข้อ G (Data Retention) ข้อ G5 · G7 · G7.1–G7.6 · G8.1 · G9.3

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

กำหนดระยะเก็บและลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไรให้ถูกต้องตาม PDPA?วิธีตั้งระยะเก็บรักษาและลบข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 33 และ 37 (3) พร้อมกำหนด 90 วันและการลบที่ต้องครอบคลุมข้อมูลสำรองตามประกาศฯ พ.ศ. 2567ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ต้องมีอะไรบ้าง ตามมาตรา 23 PDPAPrivacy Notice ต้องแจ้ง 6 เรื่องตามมาตรา 23 ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล ดูเช็กลิสต์ครบทุกข้อ พร้อมแม่แบบไทย-อังกฤษพร้อมใช้ ออกฉบับใช้งานได้ในไม่กี่นาทีวิธีทำ RoPA บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลตามมาตรา 39 ให้ครบและตรวจได้RoPA ตามมาตรา 39 ต้องมีอย่างน้อย 8 รายการ ดูวิธีทำทีละขั้นแบบแยกตามฝ่าย ข้อยกเว้นของกิจการขนาดเล็ก และวิธีเก็บให้พร้อมตรวจลูกค้าขอลบข้อมูล แต่กฎหมายสั่งเก็บ log 90 วัน ต้องทำอย่างไรPDPA มาตรา 33 ให้สิทธิขอลบ แต่ พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 26 สั่งเก็บข้อมูลจราจรอย่างน้อย 90 วัน ดูว่าข้อมูลแต่ละประเภทต้องเก็บหรือลบ และวางระบบ log ให้ถูกทั้งสองฉบับข้อมูลพนักงานตั้งแต่สมัครงานจนลาออก HR ต้องทำอะไรบ้างตาม PDPAวงจรข้อมูลพนักงานตาม PDPA มาตรา 26 และ TDPG 4.0 บท HR: รับสมัคร ตรวจประวัติ ตรวจสุขภาพ ลายนิ้วมือ การกำกับการทำงาน การลาออก การรับรองพนักงาน และระยะเก็บรักษาทำ RoPA ให้เสร็จจริง และรู้ว่าเมื่อไรต้องทำ DPIAมาตรา 39 PDPA บังคับให้บันทึกอะไรใน RoPA กิจการขนาดเล็กยกเว้นได้แค่ไหน และเมื่อไรต้องทำ DPIA ตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0 พร้อมตารางแม่แบบและข้อหารือ สคส.