ลูกค้ายืนดูโทรศัพท์หน้าร้านห้องแถวในกรุงเทพฯ ตอนพลบค่ำ ก่อนตัดสินใจเข้าร้าน
แนวปฏิบัติ PDPA

5 จุดบนหน้าแรกเว็บไซต์ ที่บอกว่าบริษัทจริงจังกับ PDPA แค่ไหน

ลูกค้า นักข่าว หรือเจ้าหน้าที่ สคส. ไม่ต้องขอเอกสารภายในจากบริษัทเลย แค่เปิดหน้าแรกของเว็บไซต์ไม่กี่วินาทีก็เห็นแล้วว่าบริษัทนั้นทำเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลจริงหรือทำแค่ให้มี บทความนี้ไล่ห้าจุดที่มองเห็นจากภายนอก ตัวบทที่อยู่เบื้องหลังแต่ละจุด และวิธีแก้

เผยแพร่ อ่าน 16 นาทีโดย
สรุปสั้น

5 จุดบนหน้าแรกเว็บไซต์ที่บอกว่าบริษัทจริงจังกับ PDPA แค่ไหน คือ ลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัว ระบบขอความยินยอมคุกกี้ ตัวติดตามที่รอความยินยอม คุกกี้ตอนเปิดหน้า และช่องทางใช้สิทธิ เจ้าของธุรกิจ ทีมเว็บ และ DPO จะได้วิธีตรวจเองพร้อมตัวบทและวิธีแก้

  • มาตรา 23 ให้แจ้งรายละเอียดการเก็บข้อมูลก่อนหรือขณะเก็บ ลิงก์นโยบายที่หาเจอง่ายบนหน้าแรกคือหลักฐานแรกที่คนนอกเห็น
  • เว็บที่ใช้คุกกี้โฆษณาหรือวิเคราะห์ ควรมีระบบขอความยินยอมที่ไม่ติ๊กไว้ก่อน และถอนได้ง่ายเท่ากับตอนให้ (มาตรา 19 วรรคห้า)
  • TDPG 4.0 ข้อ C48 ระบุว่าโฆษณาตามพฤติกรรมออนไลน์ต้องใช้ฐานความยินยอม พิกเซลจึงไม่ควรทำงานก่อนผู้ใช้กดยอมรับ
  • คำขอเข้าถึงข้อมูลต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่ได้รับคำขอ (มาตรา 30) หน้าเว็บจึงต้องบอกว่ายื่นคำขอทางไหน
  • การตรวจจากภายนอกเห็นเฉพาะสิ่งที่อยู่บนหน้าเว็บ ไม่ได้บอกว่าระบบหลังบ้านถูกต้อง และไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย

ก่อนลูกค้าจะกรอกเบอร์โทรในแบบฟอร์ม ก่อนนักข่าวจะเขียนถึงบริษัท หรือก่อนเจ้าหน้าที่จะตัดสินใจว่าเรื่องร้องเรียนเรื่องหนึ่งน่าตามต่อไหม สิ่งแรกที่ทุกคนทำเหมือนกันคือเปิดหน้าแรกของเว็บไซต์ ไม่มีใครเห็นทะเบียน RoPA หรือสัญญากับผู้ประมวลผล แต่ทุกคนเห็นหน้าเว็บ

หน้าแรกจึงเป็นเอกสาร PDPA ฉบับเดียวที่เปิดให้คนทั้งประเทศอ่านได้ตลอดเวลา และอ่านได้เร็วมาก ใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็พอรู้ว่าบริษัทนั้นวางระบบไว้แล้ว หรือยังติดพิกเซลโฆษณาทิ้งไว้โดยไม่มีใครดูแล

บทความนี้แยกให้เห็นห้าจุดที่ตรวจได้จากภายนอก แต่ละจุดผูกกับตัวบทในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) หรือแนวปฏิบัติ TDPG 4.0 และบอกวิธีตรวจด้วยตัวเองกับวิธีแก้ที่ทีมเว็บทำได้ภายในสัปดาห์เดียว

หน้าแรกเว็บไซต์บอกอะไรเรื่อง PDPA ได้บ้าง?

บอกได้ห้าเรื่อง คือ มีลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัวไหม มีระบบขอความยินยอมคุกกี้ไหม ตัวติดตามโฆษณาและสถิติรอให้ผู้ใช้ยินยอมก่อนหรือเปล่า เซิร์ฟเวอร์ตั้งคุกกี้ที่ไม่จำเป็นตั้งแต่เปิดหน้าหรือไม่ และมีช่องทางให้เจ้าของข้อมูลยื่นคำขอใช้สิทธิไหม

ห้าจุดที่คนนอกตรวจได้ และที่มาของแต่ละจุด
จุดที่ดูตรวจเองอย่างไรที่มาน้ำหนัก
1. ลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัวเลื่อนลงท้ายหน้า หาคำว่า นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ PrivacyPDPA มาตรา 23กฎหมาย
2. ระบบขอความยินยอมคุกกี้เปิดเว็บในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน ดูว่ามีแบนเนอร์ให้เลือกไหมPDPA มาตรา 19 · TDPG C20กฎหมาย + แนวปฏิบัติ
3. ตัวติดตามก่อนยินยอมเปิดเครื่องมือนักพัฒนา แท็บ Network ก่อนกดอะไร ดูว่ามีคำขอไปยังโดเมนโฆษณาไหมPDPA มาตรา 19 · TDPG A7, C48กฎหมาย + แนวปฏิบัติ
4. คุกกี้ไม่จำเป็นตอนเปิดหน้าแท็บ Application แล้วดู Cookies ว่ามี _ga หรือ _fbp ก่อนตอบแบนเนอร์ไหมPDPA มาตรา 19 · TDPG (ตัวอย่างประเภทคุกกี้)กฎหมาย + แนวปฏิบัติ
5. ช่องทางใช้สิทธิหาลิงก์ยื่นคำขอ อีเมล DPO หรือแบบฟอร์มติดต่อเรื่องข้อมูลPDPA มาตรา 23 (5) (6) · มาตรา 30กฎหมาย

ถ้าไม่อยากเปิดเครื่องมือนักพัฒนาเอง ให้ใช้ เครื่องมือตรวจเว็บไซต์ฟรี /scan วางชื่อเว็บไซต์ แล้วได้รายงาน PDPA และความปลอดภัยในราว 30 วินาที เครื่องมือนี้อ่าน HTML ของหน้าแรกกับคุกกี้ในคำตอบแรกของเซิร์ฟเวอร์ แล้วตรวจห้าจุดข้างต้นตรงตามตาราง พร้อมรายการความปลอดภัยตามมาตรฐานเว็บไซต์ NCSA WSS 1.0

รายงานแชร์ต่อได้ด้วยลิงก์ /scan?d=ชื่อโดเมน และสั่งพิมพ์เป็น PDF ได้ ไม่ต้องสมัคร และไม่เก็บผลไว้ หน้าเว็บที่สร้างด้วยสคริปต์ทั้งหน้าจะขึ้นว่า “ตรวจจากภายนอกไม่ได้” แทนที่จะตัดสินว่าไม่ผ่าน

จุดที่ 1 ลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัวต้องอยู่ตรงไหน?

ต้องอยู่ในจุดที่คนเห็นก่อนหรือขณะที่ข้อมูลถูกเก็บ เพราะ PDPA มาตรา 23 ไม่ได้สั่งแค่ให้มีนโยบาย แต่สั่งให้แจ้งในจังหวะที่ถูกต้อง เว็บไซต์ที่ตั้งคุกกี้หรือมีแบบฟอร์มตั้งแต่หน้าแรก การแจ้งจึงต้องหาเจอตั้งแต่หน้าแรกเช่นกัน

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 23 วรรคหนึ่งคำสำคัญคือ “ก่อนหรือในขณะ” ไม่ใช่หลังจากเก็บไปแล้ว

รายละเอียดที่มาตรา 23 ให้แจ้งมีหกเรื่อง ได้แก่ วัตถุประสงค์ กรณีที่ต้องให้ข้อมูลเพราะกฎหมายหรือสัญญาและผลของการไม่ให้ ข้อมูลที่เก็บกับระยะเวลาเก็บ ผู้ที่อาจได้รับข้อมูล ข้อมูลติดต่อของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและ DPO และสิทธิของเจ้าของข้อมูล หน้านโยบายที่ดีจึงตอบได้ครบหกข้อนี้ ไม่ใช่แค่มีหัวข้อสวย ๆ

TDPG 4.0 ยกตัวอย่างไว้ตรงกับปัญหาที่พบบ่อย คือบริษัทวางนโยบายไว้ที่หน้าแรกอย่างเดียว แต่ลูกค้าหลายคนเข้าเว็บจากเครื่องมือค้นหาตรงไปยังหน้าอื่น จึงไม่เคยเห็นลิงก์นั้น ทางแก้ที่แนวปฏิบัติเสนอคือวางลิงก์ไว้ในทุกหน้าที่เก็บข้อมูล

โดยแม้การไม่มี Privacy Notice ณ จุดดังกล่าวอาจไม่ขัดต่อข้อกำหนดตามกฎหมาย PDPA หากมีการแจ้งในจุดอื่นที่เพียงพอ แต่ในเชิงแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) การมี Privacy Notice ในทุก ๆ จุดที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้นั้นจะช่วยเพิ่มความเป็นธรรมและความโปร่งใสให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้น
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · E9 (ตัวอย่าง)แนวปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อบังคับ แนวปฏิบัติเองก็ยอมรับว่าการไม่มีในบางหน้าอาจไม่ผิดกฎหมาย

ตรวจเองอย่างไร

  • เลื่อนลงท้ายหน้าแรก ดูว่ามีลิงก์ชื่อ “นโยบายความเป็นส่วนตัว” หรือ “Privacy Policy” หรือไม่
  • เปิดหน้าสินค้าหรือบทความสักหน้าจาก Google แล้วดูว่าลิงก์เดียวกันยังอยู่ท้ายหน้าไหม
  • กดเข้าไปอ่าน ดูว่ามีชื่อบริษัท ช่องทางติดต่อ และรายการสิทธิของเจ้าของข้อมูลครบไหม
  • เปิดบนโทรศัพท์ด้วย บางเว็บซ่อนลิงก์ท้ายหน้าไว้ในเมนูที่ต้องกดหลายชั้น

จุดที่ 2 เว็บไซต์ต้องมีแบนเนอร์คุกกี้ทุกเว็บหรือไม่?

ไม่ทุกเว็บ เว็บที่ใช้แต่คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น จำตะกร้าสินค้าหรือภาษาที่เลือก อาจไม่ต้องขอความยินยอมเลย แต่ทันทีที่ติดเครื่องมือวิเคราะห์สถิติหรือพิกเซลโฆษณา เว็บนั้นกำลังเก็บข้อมูลที่ต้องอาศัยความยินยอม และความยินยอมต้องได้มาก่อน

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 19 วรรคหนึ่ง

แบนเนอร์จึงไม่ใช่ของตกแต่ง มันเป็นเครื่องมือที่ทำให้ความยินยอมตามมาตรา 19 เกิดขึ้นจริง แบนเนอร์ที่มีแค่ปุ่ม “ตกลง” ปุ่มเดียว หรือแบนเนอร์ที่ติ๊กทุกประเภทไว้ให้แล้ว ไม่ได้ทำหน้าที่นั้น เพราะผู้ใช้ไม่มีทางเลือก

จะต้องไม่ขอความยินยอมในลักษณะที่กำหนดไว้แล้วล่วงหน้า การเงียบเฉย หรือการเช็คถูกในช่องไว้ก่อน (pre-ticked box) ไม่ถือเป็นความยินยอมที่ชัดเจน
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · C20แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 อธิบายว่าความยินยอมต้องมาจากการกระทำที่ชัดเจนของผู้ใช้

อีกข้อที่คนมักลืมคือการถอนความยินยอม มาตรา 19 วรรคห้าให้ถอนได้ทุกเมื่อ และต้องถอนได้ง่ายเท่ากับตอนให้ ถ้าตอนยอมรับกดปุ่มเดียวบนแบนเนอร์ ตอนถอนก็ไม่ควรต้องส่งอีเมลหาฝ่ายกฎหมาย

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 19 วรรคห้า

ตรวจเองอย่างไร

  1. เปิดเว็บในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน (Incognito) เพื่อไม่ให้คุกกี้เก่าบังผล
  2. ดูว่ามีแบนเนอร์ขึ้นไหม มีปุ่มปฏิเสธที่เห็นชัดเท่าปุ่มยอมรับไหม
  3. กดดูการตั้งค่า ดูว่าแยกประเภทคุกกี้ และประเภทที่ไม่จำเป็นปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้นหรือไม่
  4. ยอมรับไปแล้ว ลองหาทางกลับมาเปลี่ยนใจ เช่น ลิงก์ “ตั้งค่าคุกกี้” ท้ายหน้า

วิธีแก้ที่ตรงที่สุดคือใช้แบนเนอร์ที่ปุ่มยอมรับกับปฏิเสธขนาดเท่ากันและอยู่ชั้นเดียวกัน แยกประเภทคุกกี้ให้เลือก และเก็บบันทึกว่าใครเลือกอะไรเมื่อไร แบนเนอร์ของ AIPDPA ทำตามแบบนี้ โดยบันทึกการเลือกของผู้เข้าชมไว้บน Cloudflare D1 ไม่เก็บ IP และส่งต่อเข้าทะเบียนความยินยอมที่เก็บหลักฐานรายคนพร้อมประวัติการถอน

รายละเอียดการติดตั้งอยู่ที่ หน้าแบนเนอร์คุกกี้สำหรับนักพัฒนา และหลักการออกแบบอยู่ใน คู่มือแบนเนอร์คุกกี้

จุดที่ 3 พิกเซลโฆษณายิงก่อนผู้ใช้กดยอมรับหรือเปล่า?

นี่เป็นจุดที่เว็บส่วนใหญ่สอบตกโดยไม่รู้ตัว แบนเนอร์ขึ้นสวยงาม แต่ Meta Pixel, TikTok Pixel หรือ Google Analytics เริ่มส่งข้อมูลออกไปแล้วตั้งแต่หน้าโหลด ก่อนผู้ใช้จะได้อ่านแบนเนอร์ด้วยซ้ำ การมีแบนเนอร์จึงไม่ได้แปลว่าตัวติดตามรอฟังคำตอบ

TDPG 4.0 อธิบายว่าตัวระบุทางออนไลน์ที่ตัวติดตามเหล่านี้ใช้ อาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้ และระบุตรง ๆ ว่าโฆษณาตามพฤติกรรมออนไลน์ใช้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้

ตัวระบุทางออนไลน์ที่อาจถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลยังอาจรวมถึง MAC addresses, advertising IDs, pixel tags, account handles และ device fingerprints
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · A7
C48 การโฆษณาตามพฤติกรรมออนไลน์ (Online Behavioural Advertisement) หรือ targeted advertisement เป็นการโฆษณาแบบเจาะจงที่ต้องอาศัยข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงรายบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลในลักษณะโปรไฟลิ่งที่ทำให้ผู้โฆษณาทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเป้าหมายอย่างละเอียดนั้นย่อมไม่อาจใช้ฐานผลประโยชน์อันชอบทำได้ ต้องใช้ฐานความยินยอม
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · C48แนวปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวบท แต่สอดคล้องกับหลักมาตรา 19 ที่ให้ได้ความยินยอม “ไว้ก่อนหรือในขณะนั้น”

ตรวจเองอย่างไร

เปิดหน้าต่างไม่ระบุตัวตน กด F12 เปิดแท็บ Network แล้วโหลดหน้าเว็บโดยยังไม่แตะแบนเนอร์ พิมพ์ในช่องกรองว่า facebook, tiktok, google-analytics หรือ clarity ถ้ามีรายการขึ้นมาก่อนกดยอมรับ แปลว่าตัวติดตามทำงานไปแล้ว

ทางแก้คือให้ตัวจัดการแท็ก (เช่น Google Tag Manager) ผูกกับผลจากแบนเนอร์ แท็กโฆษณาและสถิติยิงเมื่อได้รับสัญญาณยอมรับเท่านั้น ถ้าใช้ Google ให้ตั้ง Consent Mode ค่าเริ่มต้นเป็นปฏิเสธ แล้วอัปเดตเมื่อผู้ใช้กดยอมรับ พิกเซลที่ฝังโค้ดตรงในหน้าเว็บโดยไม่ผ่านตัวจัดการแท็ก ต้องย้ายออกมาก่อน

จุดที่ 4 คุกกี้ที่ตั้งทันทีตอนเปิดหน้าแรกบอกอะไร?

บอกว่าเว็บเก็บอะไรไปก่อนที่ผู้ใช้จะได้เลือก คุกกี้บางตัวถูกส่งมากับคำตอบแรกของเซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องรอสคริปต์ใด ๆ ถ้าในนั้นมีชื่ออย่าง _ga, _gid, _fbp, _hj หรือ _ttp แปลว่าคุกกี้วิเคราะห์หรือโฆษณาถูกตั้งไปแล้ว ไม่ว่าผู้ใช้จะกดอะไรบนแบนเนอร์

TDPG 4.0 แยกคุกกี้เป็นประเภทให้เห็นชัด และเสนอให้ออกแบบการขอความยินยอมแยกตามประเภท คุกกี้ที่จำเป็นอยู่กลุ่มหนึ่ง คุกกี้วิเคราะห์และโฆษณาอยู่อีกกลุ่ม การตั้งกลุ่มหลังตั้งแต่เปิดหน้าจึงขัดกับการให้ผู้ใช้เลือก

ในกรณีการขอความยินยอมคุกกี้มักมีการใช้คุกกี้หลายชนิด ซึ่งสามารถแยกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ เช่น คุกกี้ที่จำเป็น (Necessary Cookies) คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/ประสิทธิภาพ (Analytics/Performance Cookies) คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Advertising Cookies)
ตัวบท แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · C23 (ตัวอย่างการขอความยินยอมคุกกี้)

ตรวจเองอย่างไร

ในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน เปิดเว็บ แล้วกด F12 ไปที่แท็บ Application (Chrome) หรือ Storage (Firefox) เลือก Cookies ดูรายชื่อทั้งหมดก่อนตอบแบนเนอร์ คุกกี้อย่าง session, csrf หรือ lang มักเป็นของจำเป็น ส่วนชื่อที่ขึ้นต้นด้วย _ga หรือ _fbp เป็นของเครื่องมือวิเคราะห์และโฆษณา

สาเหตุที่พบบ่อยคือการติดแท็กฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (server-side tagging) หรือปลั๊กอินของระบบจัดการเว็บที่ตั้งคุกกี้เองโดยไม่ถามแบนเนอร์ ทางแก้คือให้ทีมเว็บไล่ดูว่าคุกกี้แต่ละตัวมาจากไหน แล้วผูกทุกตัวที่ไม่จำเป็นเข้ากับผลความยินยอม

จุดที่ 5 ลูกค้าจะขอดูข้อมูลของตัวเองได้ทางไหน?

ต้องมีช่องทางที่หาเจอ เพราะมาตรา 23 (5) และ (6) ให้แจ้งทั้งวิธีติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับ DPO และสิทธิของเจ้าของข้อมูล ถ้าหน้าเว็บไม่มีลิงก์ยื่นคำขอ ไม่มีอีเมล DPO และไม่มีแบบฟอร์มเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล คนนอกก็สรุปได้ทันทีว่าบริษัทยังไม่พร้อมรับคำขอ

(5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณีที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 23 (5)

ช่องทางนี้สำคัญเพราะเส้นตายเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ สำหรับคำขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูล มาตรา 30 วรรคสี่กำหนดไว้ไม่เกิน 30 วัน ถ้าคำขอไปตกค้างในกล่องอีเมลทั่วไปที่ไม่มีใครเปิด วันก็ยังนับต่อไป

ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 30 วรรคสี่

ทางแก้ที่ดีคือหน้ารับคำขอโดยเฉพาะ ลิงก์ไว้ท้ายเว็บและในหน้านโยบาย มีแบบฟอร์มที่ถามแค่สิ่งที่ต้องใช้ยืนยันตัว และมีคนรับผิดชอบที่เห็นวันครบกำหนด หน้ารับคำขอใช้สิทธิของ AIPDPA มีลิงก์สาธารณะกับ QR สำหรับติดหน้าร้าน นับ 30 วันให้อัตโนมัติ และเตือนเมื่อเหลือ 7 วันกับ 1 วัน

ขั้นตอนตอบคำขอแต่ละประเภทอ่านต่อได้ที่ คู่มือคำขอใช้สิทธิ และ ตอบคำขอใช้สิทธิให้ทัน 30 วัน

ตรวจจากภายนอกแล้ว ยังมีอะไรที่มองไม่เห็น?

มีเยอะ และต้องพูดให้ชัด การตรวจหน้าแรกเห็นเฉพาะสิ่งที่เบราว์เซอร์ได้รับ ไม่เห็นว่าบริษัทเก็บข้อมูลไว้นานแค่ไหน แบ่งให้ใคร หรือตอบคำขอทันจริงไหม ผลผ่านครบห้าข้อจึงบอกได้แค่ว่าหน้าบ้านเรียบร้อย ไม่ได้รับรองว่าทั้งบริษัททำตาม PDPA

เว็บสร้างด้วยสคริปต์ทั้งหน้า (React, Vue แบบไม่เรนเดอร์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์)ตรวจจากภายนอกไม่ได้

HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งมาแทบไม่มีลิงก์ ทุกอย่างถูกสร้างหลังสคริปต์ทำงาน เครื่องมือที่ไม่รันสคริปต์จึงไม่ควรตัดสินว่าไม่มี /scan จะรายงานข้อนี้เป็น “ตรวจจากภายนอกไม่ได้” ต้องเปิดดูด้วยตาเอง

แบนเนอร์ถูกฉีดเข้ามาทีหลังผ่านตัวจัดการแท็กอาจตรวจไม่เจอ

ถ้าโค้ดของแบนเนอร์ไม่อยู่ใน HTML หน้าแรก ผลอาจขึ้นว่าไม่พบ ทั้งที่ผู้ใช้เห็นแบนเนอร์จริง ให้ยืนยันด้วยการเปิดเว็บในหน้าต่างไม่ระบุตัวตน

พบตัวติดตามคู่กับเครื่องมือขอความยินยอมผ่านแบบมีเงื่อนไข

รู้แค่ว่ามีทั้งคู่ ยังไม่รู้ว่าตัวติดตามรอผลจริง ต้องดูแท็บ Network ก่อนกดยอมรับ

คุกกี้ที่สคริปต์ตั้งหลังหน้าโหลดมองไม่เห็นจากคำตอบแรก

การตรวจคุกกี้จากคำตอบแรกเห็นเฉพาะที่เซิร์ฟเวอร์ตั้ง คุกกี้ที่ JavaScript ตั้งทีหลังต้องดูในแท็บ Application

ผ่านครบห้าข้อหน้าบ้านเรียบร้อย

ยังต้องมี RoPA สัญญากับผู้ประมวลผล ระยะเวลาเก็บ และคนตอบคำขอจริง ซึ่งไม่มีเครื่องมือภายนอกตัวไหนมองเห็น

ผลตรวจไม่ผ่านหลายข้อ ควรแก้อะไรก่อน?

เริ่มจากจุดที่ทำให้ข้อมูลไหลออกไปแล้วโดยไม่มีฐานรองรับ แล้วค่อยเติมสิ่งที่ขาด ลำดับที่แนะนำสำหรับทีมเล็กที่มีเวลาไม่มาก เรียงดังนี้

  1. หยุดพิกเซลโฆษณาและตัววิเคราะห์ที่ยิงก่อนยินยอม (จุดที่ 3 และ 4) เพราะทุกครั้งที่มีคนเข้าเว็บ ข้อมูลก็ถูกส่งออกไปอีกครั้ง
  2. ติดแบนเนอร์ที่มีปุ่มปฏิเสธเท่ากับปุ่มยอมรับ และผูกแท็กทั้งหมดเข้ากับผลของแบนเนอร์ (จุดที่ 2)
  3. ใส่ลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัวไว้ท้ายทุกหน้าและใต้ทุกแบบฟอร์ม พร้อมตรวจว่าเนื้อหาครบหกเรื่องตามมาตรา 23 (จุดที่ 1)
  4. เปิดช่องทางยื่นคำขอใช้สิทธิ และตั้งคนรับผิดชอบที่รู้ว่าคำขอเข้าถึงข้อมูลมีเวลา 30 วัน (จุดที่ 5)
  5. ตรวจซ้ำด้วย /scan หลังแก้ทุกครั้ง และหลังทีมการตลาดเพิ่มเครื่องมือใหม่ แล้วเก็บลิงก์รายงานไว้เป็นหลักฐานว่าได้ตรวจเมื่อไร

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด เว็บที่เคยผ่านมักกลับมาไม่ผ่านเพราะมีคนติดพิกเซลแคมเปญใหม่โดยไม่บอกใคร การตรวจซ้ำทุกเดือนใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยให้เห็นปัญหาก่อนคนนอกจะเห็น

ถ้าเว็บใช้คุกกี้เพื่อส่งโฆษณาตามคนที่เคยเข้าเว็บ อ่านต่อเรื่องการเลือกฐานทางกฎหมายสำหรับการตลาดได้ที่ ส่งโปรฯ หาลูกค้าเก่า ต้องขอความยินยอมทุกครั้งไหม

คำถามที่พบบ่อย

PDPA บังคับให้ทุกเว็บไซต์ต้องมีแบนเนอร์คุกกี้ไหม?

PDPA ไม่มีคำว่าคุกกี้ในตัวบท แต่มาตรา 19 ให้ได้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะเก็บข้อมูล เมื่อไม่มีฐานอื่นรองรับ เว็บที่ใช้คุกกี้วิเคราะห์หรือโฆษณาจึงต้องมีวิธีขอความยินยอม ซึ่งในทางปฏิบัติคือแบนเนอร์ ส่วนเว็บที่ใช้แต่คุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานอาจไม่ต้องขอ

มีแบนเนอร์คุกกี้แล้ว ทำไมผลตรวจยังบอกว่าตัวติดตามทำงานก่อนยินยอม?

เพราะแบนเนอร์กับตัวติดตามเป็นคนละส่วน หลายเว็บติดแบนเนอร์ไว้ แต่ยังฝังโค้ด Meta Pixel หรือ Google Analytics ตรงในหน้าเว็บ ซึ่งทำงานทันทีที่หน้าโหลด ต้องผูกแท็กทั้งหมดเข้ากับผลของแบนเนอร์ผ่านตัวจัดการแท็กหรือ Consent Mode

ลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัวต้องอยู่ทุกหน้าหรือแค่หน้าแรก?

มาตรา 23 กำหนดให้แจ้งก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล ไม่ได้ระบุหน้า TDPG 4.0 ยอมรับว่าการไม่มีในบางจุดอาจไม่ขัดกฎหมายหากแจ้งที่อื่นเพียงพอ แต่แนะนำเป็นแนวปฏิบัติที่ดีให้มีในทุกจุดที่ลูกค้าเข้าถึงได้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือวางไว้ท้ายเว็บซึ่งแสดงทุกหน้า

ผลตรวจขึ้นว่า “ตรวจจากภายนอกไม่ได้” แปลว่าไม่ผ่านหรือเปล่า?

ไม่ใช่ แปลว่าหน้านั้นสร้างด้วยสคริปต์ทั้งหน้า HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งมาจึงไม่มีลิงก์ให้อ่าน เครื่องมือจึงไม่ตัดสินว่าไม่มี ให้เปิดเว็บดูด้วยตาเองว่ามีลิงก์นโยบายและช่องทางใช้สิทธิหรือไม่

ผ่านครบห้าข้อแล้ว ถือว่าทำ PDPA ครบหรือยัง?

ยัง ห้าข้อนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้จากหน้าเว็บเท่านั้น บริษัทยังต้องมีบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล สัญญากับผู้ประมวลผล มาตรการรักษาความปลอดภัย ระยะเวลาเก็บ และคนที่ตอบคำขอใช้สิทธิได้ทันเวลา ซึ่งเครื่องมือภายนอกมองไม่เห็น

คำขอใช้สิทธิที่มาทางอีเมลทั่วไปของบริษัท นับวันอย่างไร?

มาตรา 30 วรรคสี่นับ 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอเข้าถึงข้อมูล ตัวบทไม่ได้แยกว่ามาทางช่องทางไหน คำขอที่ค้างในกล่องอีเมลที่ไม่มีใครเปิดจึงเสี่ยงเลยกำหนด ควรมีช่องทางเฉพาะและคนรับผิดชอบที่เห็นวันครบกำหนด

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 19 · มาตรา 23 · มาตรา 30
  2. แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 (Thailand Data Protection Guidelines) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย — A7 · C20 · C23 (ตัวอย่างคุกกี้) · C48 · E9 (ตัวอย่าง)

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

ทำคุกกี้แบนเนอร์ให้ถูกกฎหมาย PDPA ต้องมีอะไรบ้างคุกกี้แบนเนอร์ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 19 ให้ชัดแจ้ง แยกประเภท ปฏิเสธได้ และถอนได้ง่าย ดูขั้นตอนตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0 และวิธีเก็บหลักฐานประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ต้องมีอะไรบ้าง ตามมาตรา 23 PDPAPrivacy Notice ต้องแจ้ง 6 เรื่องตามมาตรา 23 ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล ดูเช็กลิสต์ครบทุกข้อ พร้อมแม่แบบไทย-อังกฤษพร้อมใช้ ออกฉบับใช้งานได้ในไม่กี่นาทีตอบคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล (DSR) ให้ทันใน 30 วัน ทำอย่างไรคำขอดูหรือขอสำเนาข้อมูลต้องตอบภายใน 30 วันตามมาตรา 30 ดูขั้นตอนตรวจตัวตน 15 วัน การขยายเวลา และเหตุปฏิเสธตามประกาศ DSR พ.ศ. 2569ส่งโปรฯ หาลูกค้าเก่า ต้องขอความยินยอมทุกครั้งไหมส่งโปรฯ ทาง LINE OA อีเมล หรือยิงโฆษณาตามคุกกี้ ใช้ฐานไหนได้ เทียบ PDPA ม.19 ม.24 ม.32 แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 และข้อหารือ สคส. เรื่องเสนอขายลูกค้าเดิมประกาศความเป็นส่วนตัวที่คนอ่านจริง เขียนอย่างไรเขียนประกาศความเป็นส่วนตัว (privacy notice) ให้ครบมาตรา 23 และอ่านรู้เรื่อง แจ้งเป็นชั้น แจ้ง ณ จุดเก็บข้อมูล ใช้ QR ได้ ตามข้อหารือ สคส. และตัวอย่างใน TDPG 4.0ลูกค้าขอดู ขอลบ ขอหยุดใช้ข้อมูล ตอบอย่างไรให้ทันกำหนดเส้นตายคำขอใช้สิทธิ PDPA: ขอสำเนา 30 วัน ขอลบ 90 วัน คัดค้านการตลาดทันที พร้อมวิธียืนยันตัวตน เหตุปฏิเสธ และขั้นตอนตามมาตรา 30–36 ประกาศการลบฯ 2567 และ TDPG 4.0