ทีมไอทีในสำนักงานย่านกรุงเทพฯ ประชุมรับมือเหตุข้อมูลรั่วกลางดึก
ข้อมูลรั่วไหล

ข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรบ้างใน 72 ชั่วโมงแรก

เส้นตาย 72 ชั่วโมงเริ่มนับตั้งแต่องค์กร "ทราบเหตุ" ไม่ใช่ตอนตรวจสอบเสร็จ บทความนี้เรียงหน้าที่ตาม PDPA ประกาศแจ้งเหตุ 2565 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ให้เห็นว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง

เผยแพร่ อ่าน 16 นาทีโดย
สรุปสั้น

ข้อมูลรั่วใน 72 ชั่วโมงแรก คือช่วงที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้ง สคส. โดยไม่ชักช้าตามมาตรา 37 (4) และแจ้งเจ้าของข้อมูลด้วยหากเสี่ยงสูง เหมาะกับ DPO และฝ่ายไอที ได้ลำดับงาน เช่น เก็บ log ไว้ และหน้าที่รายงานแยกของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ มาตรา 57

  • แจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ (PDPA ม.37 (4)) นับต่อเนื่องรวมวันหยุด และเริ่มนับตั้งแต่ได้ข่าวว่า "น่าจะมี" เหตุ
  • ถ้าเสี่ยงสูง ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า และแจ้งก่อน สคส. ได้ ไม่ต้องรอ (ประกาศ 2565 ข้อ 10)
  • การแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ส่งอีเมลถึง saraban@pdpc.or.th (ประกาศสำนักงาน 2568) ข้อมูลยังไม่ครบก็ส่งเท่าที่มีก่อน
  • เลย 72 ชั่วโมงแล้วยังขอยกเว้นความผิดได้ แต่ต้องชี้แจงเหตุจำเป็นและแจ้งไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ (ประกาศ 2565 ข้อ 7)
  • เก็บ log และสำเนาดิสก์ก่อนกู้ระบบ ส่วนหน่วยงาน CII ต้องรายงานตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 อีกทางหนึ่ง

สมมติว่าคืนวันอังคาร เวลา 02:15 น. เจ้าหน้าที่ไอทีที่อยู่เวรเห็นปริมาณข้อมูลขาออกจากเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลลูกค้าสูงผิดปกติ อีกห้านาทีต่อมา มีคนส่งลิงก์เข้ากลุ่ม LINE ของทีม เป็นกระทู้ในฟอรัมที่ประกาศขายไฟล์ซึ่งหน้าตาเหมือนตารางสมาชิกของบริษัท

ทุกคนถามเหมือนกันว่า "แน่ใจหรือยังว่าเป็นของเรา" แต่สิ่งที่กฎหมายถามคือ องค์กรรู้เรื่องนี้ตั้งแต่กี่โมง เพราะเส้นตาย 72 ชั่วโมงอาจเริ่มนับไปแล้ว

บทความนี้เรียงหน้าที่ตามกฎหมาย 3 ฉบับไว้บนเส้นเวลาเดียวกัน ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมประกาศคณะกรรมการเรื่องการแจ้งเหตุ พ.ศ. 2565 และประกาศสำนักงานเรื่องช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2568) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562

เส้นตายและคำว่า "ต้อง" ทุกจุดในบทความนี้ยกมาจากตัวบทในคลัง ส่วนการแบ่งงานเป็นช่วงชั่วโมงเป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติของเรา กฎหมายไม่ได้แบ่งไว้ให้

เส้นตาย 72 ชั่วโมงตาม PDPA เริ่มนับเมื่อไร?

เริ่มนับตั้งแต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทราบเหตุ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ มาตรา 37 (4) และประกาศคณะกรรมการ พ.ศ. 2565 ข้อ 5 อธิบายต่อว่า รวมถึงตอนที่มีใครแจ้งข้อมูลเบื้องต้นเข้ามาว่ามี "หรือน่าจะมี" เหตุละเมิดด้วย ตัวบทหลักเขียนไว้ว่า

แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 37 (4)"เจ็ดสิบสองชั่วโมง" คือ 72 ชั่วโมง · ข้อยกเว้นมีกรณีเดียว คือเหตุนั้นไม่มีความเสี่ยง

ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 5 เขียนจุดเริ่มต้นไว้ชัดกว่า คือไม่ต้องรอให้แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้ข่าวมาทางวาจา ทางแชต หรือทางอีเมล ก็ถือว่าได้รับแจ้งแล้ว

เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้รับแจ้งข้อมูลในเบื้องต้นจากผู้ใด ไม่ว่าโดยทางวาจา เป็นหนังสือ หรือวิธีการอื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบเอง ว่ามีหรือน่าจะมีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 5 วรรคหนึ่ง

ที่ยืนยันได้ว่าเวลาตรวจสอบเบื้องต้นนับรวมอยู่ใน 72 ชั่วโมง คือประกาศฯ 2565 ข้อ 7 ข้อนี้บอกว่า ถ้าแจ้งช้าเพราะ "การตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น" ผู้ควบคุมข้อมูลต้องขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นความผิด

ถ้าเวลาตรวจสอบไม่ได้นับรวม ก็ไม่ต้องขอยกเว้นอะไร เพราะฉะนั้นการเริ่มนับตอนที่ "ทีมสรุปผลเสร็จ" จึงนับผิดตั้งแต่แรก

72 ชั่วโมงแรกหลังข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรก่อนหลัง?

ช่วงแรกให้หยุดการรั่วและเก็บหลักฐาน ช่วงกลางประเมินความเสี่ยงตามปัจจัยในประกาศฯ 2565 ข้อ 12 และช่วงท้ายส่งหนังสือแจ้ง สคส. ให้ทันก่อนครบ 72 ชั่วโมง

ลำดับงานด้านล่างนับเวลา 02:15 น. ในตัวอย่างเป็นชั่วโมงที่ 0 ช่องท้ายของแต่ละขั้นบอกว่าผูกกับตัวบทข้อไหน

  1. ชั่วโมงที่ 0 (02:15)
    จดเวลาที่ทราบเหตุ ใครแจ้ง แจ้งทางไหน แล้วลงทะเบียนเหตุทันที เส้นตายทุกข้อนับจากเวลานี้ แม้ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุละเมิดจริงPDPA ม.37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5
  2. ชั่วโมงที่ 0–2
    ปิดทางที่ข้อมูลรั่ว เช่น ระงับบัญชีที่ถูกยึด เปลี่ยนรหัสผ่าน ตัดเครื่องออกจากเครือข่าย แต่ อย่าเพิ่งล้างเครื่องหรือลงระบบใหม่ ให้ถ่าย snapshot และส่งออก log ไปเก็บนอกเครื่องที่ถูกโจมตีก่อนประกาศ 2565 ข้อ 5 (2) · พ.ร.บ.คอมฯ ม.26
  3. ชั่วโมงที่ 2–6
    เรียก DPO ฝ่ายไอที และผู้บริหารที่ตัดสินใจได้มาคุยกัน ถ้าระบบอยู่กับผู้ประมวลผลข้อมูล เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์ โฮสติ้ง หรือบริษัทรับจ้าง ให้สั่งระงับเหตุและส่งข้อเท็จจริงกลับมา พร้อมตรวจมาตรการด้านองค์กร เทคนิค และกายภาพประกาศ 2565 ข้อ 5 (1) (2) · ข้อ 8
  4. ชั่วโมงที่ 2–12 (เฉพาะ CII)
    ถ้าเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศและภัยคุกคามมีนัยสำคัญ ให้รายงานสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล ตัว พ.ร.บ. ไม่ได้กำหนดเป็นชั่วโมง แต่มาตรา 58 ใช้คำว่า "โดยเร็ว"พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 · ม.58
  5. ชั่วโมงที่ 12–24
    แยกให้ได้ว่าเป็นการละเมิดความลับ ความถูกต้องครบถ้วน หรือความพร้อมใช้งาน แล้วประเมินความเสี่ยงตามปัจจัย 8 ข้อ เช่น ประเภทข้อมูล ปริมาณ กลุ่มเปราะบาง ความร้ายแรง และเทียบกับ 10 ตัวอย่างในคู่มือของ สคส.ประกาศ 2565 ข้อ 4 · ข้อ 12
  6. ชั่วโมงที่ 24–48
    ตัดสินใจและเขียนเหตุผลไว้ว่า ไม่ต้องแจ้ง (เก็บหลักฐานว่าไม่มีความเสี่ยง) แจ้ง สคส. หรือแจ้งทั้ง สคส. และเจ้าของข้อมูล แล้วเริ่มเขียนหนังสือแจ้งตามสาระ 4 หัวข้อประกาศ 2565 ข้อ 5 (3) (4) · ข้อ 6 · ข้อ 9
  7. ชั่วโมงที่ 48–72
    ส่งอีเมลถึง saraban@pdpc.or.th โดยตั้งหัวเรื่องตามแบบของสำนักงาน ข้อมูลส่วนไหนยังไม่ครบให้ใส่เท่าที่มี ดีกว่าเงียบจนเลยกำหนดประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 2 · ข้อ 3
  8. ทันทีที่พบว่าเสี่ยงสูง
    แจ้งเจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้า ไม่ต้องรอแจ้ง สคส. ให้เสร็จก่อน ถ้าติดต่อทีละคนไม่ได้ จะแจ้งเป็นกลุ่มหรือประกาศทั่วไปก็ได้ แต่ต้องไม่ทำให้เสียหายเพิ่มประกาศ 2565 ข้อ 5 (4) · ข้อ 10 · ข้อ 11
  9. หลังชั่วโมงที่ 72
    ถ้ายังไม่ได้แจ้ง ให้แจ้งโดยเร็วพร้อมชี้แจงเหตุจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้เพื่อขอยกเว้นความผิด แต่ต้องไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ จากนั้นทบทวนมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไม่ให้เกิดซ้ำประกาศ 2565 ข้อ 7 · ข้อ 5 (5)

สังเกตว่าการแจ้งเจ้าของข้อมูลไม่ได้อยู่ท้ายสุด ประกาศฯ 2565 ข้อ 10 ใช้ได้ทั้งตอนที่ "ได้แจ้งเหตุการละเมิดแก่สำนักงานแล้วหรืออยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อแจ้งสำนักงาน"

ถ้ารหัสผ่านของลูกค้าหลุด การบอกให้ลูกค้าเปลี่ยนรหัสตั้งแต่ชั่วโมงที่ 10 ช่วยลูกค้าได้มากกว่ารอส่งพร้อมหนังสือถึง สคส. ในชั่วโมงที่ 70

กฎหมายแต่ละฉบับให้ใครแจ้งใคร ภายในเมื่อไร?

PDPA ให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง และแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้าเมื่อเสี่ยงสูง ส่วน พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศรายงานอีกช่องทางหนึ่ง

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไม่ได้สั่งให้แจ้งใคร แต่สั่งให้ผู้ให้บริการเก็บข้อมูลจราจรไว้ ตารางนี้รวมหน้าที่ทั้งหมดไว้ที่เดียว

หน้าที่เมื่อข้อมูลรั่ว เทียบกฎหมาย 3 ฉบับ (ตามตัวบทในคลัง)
กฎหมาย / ข้อใครต้องทำกำหนดเวลาแจ้งใคร / ทำอะไร
PDPA ม.37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5 (3)ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เท่าที่ทำได้สคส. เว้นแต่เหตุนั้นไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพ
PDPA ม.37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5 (4) · ข้อ 10ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า (ไม่ได้กำหนดเป็นชั่วโมง)เจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเสี่ยงสูง พร้อมแนวทางเยียวยา
ประกาศ 2565 ข้อ 8ผู้ประมวลผลข้อมูล (ตามข้อตกลงที่ผู้ควบคุมต้องทำไว้)ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุ เท่าที่ทำได้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศ 2565 ข้อ 7ผู้ควบคุมที่แจ้งไม่ทัน 72 ชั่วโมงโดยเร็ว ไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุสคส. พร้อมคำชี้แจงเหตุจำเป็นเพื่อขอยกเว้นความผิด
ประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 2 · ข้อ 3ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้กำหนดเวลา (กำหนดแค่วิธีแจ้ง)อีเมล saraban@pdpc.or.th ใส่สาระตามประกาศ 2565 ข้อ 6
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.26ผู้ให้บริการตามนิยาม ม.3 ตามประเภทที่รัฐมนตรีประกาศเก็บไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่ข้อมูลเข้าสู่ระบบไม่ใช่หน้าที่แจ้ง แต่เป็นหน้าที่เก็บข้อมูลจราจร ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 500,000 บาท
พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 · ม.73หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศเมื่อภัยคุกคามเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (กกม. อาจกำหนดหลักเกณฑ์การรายงาน)สำนักงาน กมช. และหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล ถ้าไม่รายงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.58หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศโดยเร็วตรวจสอบ รับมือ ลดความเสี่ยง และแจ้งสำนักงานกับหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล

แถวที่มักถูกลืมคือแถวของผู้ประมวลผลข้อมูล ประกาศฯ 2565 ข้อ 8 ไม่ได้ให้เวลาผู้ควบคุมเพิ่มเพราะผู้รับจ้างรู้ช้า แต่สั่งให้ผู้ควบคุม เขียนไว้ในสัญญา ว่าผู้ประมวลผลต้องแจ้งภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุ

ถ้าสัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์หรือเอเจนซียังไม่มีข้อนี้ ควรแก้ก่อนเกิดเหตุ เพราะระหว่างเกิดเหตุไม่มีใครมีเวลาเจรจาสัญญา ดู ข้อตกลงประมวลผลข้อมูล

แจ้ง สคส. ทางไหน และต้องเขียนอะไรบ้าง?

ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์คืออีเมล ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ พ.ศ. 2568 ซึ่งยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2566 แล้ว ถ้าคู่มือของทีมยังอ้างฉบับ 2566 อยู่ ควรตรวจช่องทางอีกครั้ง

วิธีการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : saraban@pdpc.or.th โดยระบุชื่อ "[การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล]…(ชื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล)…"
ตัวบท ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2568 · ข้อ 2

เนื้อหาในอีเมลให้เขียนตามประกาศฯ 2565 ข้อ 6 ซึ่งมี 4 หัวข้อ ได้แก่ (1) ลักษณะและประเภทของการละเมิด พร้อมจำนวนเจ้าของข้อมูลหรือจำนวนรายการ (2) ชื่อและช่องทางติดต่อ DPO หรือผู้ประสานงาน (3) ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และ (4) มาตรการที่ใช้หรือจะใช้เพื่อป้องกัน ระงับ แก้ไข หรือเยียวยา

ข้อ 6 ใช้คำว่า "เท่าที่จะสามารถกระทำได้" เช่นเดียวกับประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 3 จึงไม่ต้องรอจนรู้จำนวนรายการที่แน่นอน ถ้ายังไม่รู้ ให้ใส่ตัวเลขโดยประมาณและบอกว่ากำลังตรวจสอบ ส่วนการติดตามเรื่อง ประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 4 ให้โทรสอบถามในวันและเวลาราชการ

ทำไมต้องเก็บ log ก่อนล้างเครื่อง?

เพราะ log เป็นหลักฐานเดียวที่ตอบคำถามในหนังสือแจ้ง สคส. ได้ว่ารั่วอะไร กี่ราย และหยุดได้แล้วหรือยัง ยิ่งถ้าองค์กรเป็น "ผู้ให้บริการ" ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 ก็มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว

ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ตัวบท พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560) · มาตรา 26 วรรคหนึ่ง"เก้าสิบวัน" คือ 90 วัน · มาตราเดียวกันให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้เก็บนานกว่า 90 วันได้เป็นรายกรณี แต่ไม่เกินสองปี

ต้องอ่านขอบเขตของมาตรา 26 ให้ถูก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 3 นิยาม "ผู้ให้บริการ" ว่าคือผู้ให้บริการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตหรือให้ติดต่อถึงกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และผู้ที่เก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น

ส่วนผู้ให้บริการประเภทไหนต้องเก็บอย่างไร เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศ บริษัททั่วไปจึงไม่ได้อยู่ใต้มาตรานี้ทุกแห่ง รายละเอียดอยู่ใน คู่มือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์

แต่ถึงจะไม่ใช่ผู้ให้บริการตามมาตรา 26 การลงระบบเซิร์ฟเวอร์ใหม่กลางดึกเพื่อ "ให้ระบบกลับมาเร็ว" ก็ทำให้ตอบสาระตามประกาศฯ 2565 ข้อ 6 ไม่ได้ และประเมินตามข้อ 12 ไม่ได้ว่าข้อมูลออกไปจริงหรือไม่

ลำดับที่แนะนำคือ ตัดเครื่องออกจากเครือข่าย ทำสำเนาดิสก์และหน่วยความจำ ส่งออก log ไปเก็บแยก แล้วค่อยกู้ระบบ ทำแบบนี้ทั้งฝ่ายไอทีและ DPO ได้สิ่งที่ต้องการครบ

หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ต้องรายงานอีกทางหนึ่ง

เมื่อมีเหตุภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ รายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และปฏิบัติการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามที่กำหนดในส่วนที่ 4
ตัวบท พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 · มาตรา 57"สำนักงาน" ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้หมายถึงสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ไม่ใช่ สคส.

พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มาตรา 57 ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมงไว้ แต่เปิดให้คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรายงานได้ มาตรา 58 ใช้คำว่า "โดยเร็ว" และมาตรา 73 กำหนดโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าไม่รายงานตามมาตรา 57 โดยไม่มีเหตุอันสมควร

หนังสือแจ้ง สคส. ใช้แทนรายงานนี้ไม่ได้ เพราะประกาศฯ 2565 ข้อ 7 วรรคสามเขียนไว้ว่า การแจ้ง สคส. ไม่ได้ยกเว้นหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะหรือกฎหมายอื่น ถ้าไม่แน่ใจว่าองค์กรเป็น CII หรือไม่ อ่าน คู่มือ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ สำหรับ CII

พลาดตรงไหนบ้างที่ทำให้นับเวลาผิดตั้งแต่ต้น?

ความผิดพลาดที่แพงที่สุดมักไม่ใช่หนังสือแจ้งที่เขียนไม่ดี แต่เป็นการอ่านตัวบทผิดไปคำเดียว แล้วทั้งทีมนับเวลาผิดตามกันหมด หกข้อด้านล่างผูกกับถ้อยคำในตัวบทที่ทำให้แต่ละข้อผิด

  1. เริ่มนับตอนตรวจสอบเสร็จ ทั้งที่ประกาศฯ 2565 ข้อ 5 ให้เริ่มตั้งแต่ได้รับแจ้ง "ว่ามีหรือน่าจะมี" เหตุละเมิด และข้อ 7 ถือว่า "การตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น" เป็นเหตุของความล่าช้าที่ต้องขอยกเว้น
  2. เริ่มนับตอนผู้บริหารรู้ ทั้งที่มาตรา 37 (4) นับ "นับแต่ทราบเหตุ" ของผู้ควบคุมข้อมูล ข้อความที่ลูกค้าส่งเข้าแชตฝ่ายบริการลูกค้ากลางดึกก็ถือเป็นการได้รับแจ้งข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ทางแก้คือให้ทุกช่องทางที่รับเรื่องส่งต่อถึง DPO โดยอัตโนมัติ
  3. คิดว่า 15 วันเป็นเส้นตายรอบสอง ประกาศฯ 2565 ข้อ 7 ไม่ได้ขยายเวลาให้ใครโดยอัตโนมัติ เป็นเพียงช่องทาง "ขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นความผิด" ต้องชี้แจงเหตุจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ และสำนักงานอาจไม่ยกเว้นก็ได้
  4. รอให้ผู้รับจ้างสรุปก่อน ข้อ 8 ให้ผู้ประมวลผลแจ้งผู้ควบคุมภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบ แต่เส้นตายของผู้ควบคุมนับจากเวลาที่ผู้ควบคุมทราบเอง ถ้าคุณเห็นข่าวก่อนผู้รับจ้างโทรมา เวลาของคุณก็เริ่มนับแล้ว
  5. ล้างเครื่องก่อนเก็บหลักฐาน ทำให้เขียนสาระตามข้อ 6 ไม่ได้ และอาจขัดหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 26 ถ้าองค์กรเป็นผู้ให้บริการตามนิยาม
  6. ส่งอีเมลแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยใส่ทุกคนไว้ในช่อง To ข้อ 11 ให้แจ้งเป็นกลุ่มได้ แต่วรรคสองบังคับว่า "จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" การเปิดรายชื่อผู้เสียหายให้เห็นกันเองคือข้อมูลรั่วซ้ำอีกรอบ

เลย 72 ชั่วโมงไปแล้ว ยังทำอะไรได้บ้าง?

ยังแจ้งได้ และควรแจ้งทันที ประกาศฯ 2565 ข้อ 7 ให้ขอยกเว้นความผิดฐานแจ้งล่าช้าได้ ถ้าแสดงได้ว่ามีเหตุจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ โดยมีเพดานเวลาไว้ชัดเจน

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นความผิดจากการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้าได้ โดยให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่ทำให้แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้า โดยจะต้องแจ้งแก่สำนักงานโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่ทราบเหตุ
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 7 วรรคหนึ่ง

คำชี้แจงที่หนักแน่นต้องมีเวลากำกับ เช่น ทราบเหตุเมื่อไร ระงับการรั่วได้เมื่อไร และอะไรทำให้ยืนยันข้อเท็จจริงไม่ได้ก่อนหน้านั้น ถ้าทะเบียนเหตุบันทึกเวลาไว้ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 0 คำชี้แจงนี้แทบจะเขียนเสร็จในตัว

ถ้าไม่ได้บันทึกไว้ ทีมต้องมานั่งไล่ความจำของแต่ละคน ซึ่งเป็นหลักฐานที่อ่อนที่สุด ส่วนโทษนั้น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ มาตรา 83 กำหนดโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท ถ้าไม่ทำตามมาตรา 37 ดูภาพรวมโทษได้ที่ คู่มือโทษ PDPA

ถ้าคำถามของคุณคือ "เหตุของเราต้องแจ้งไหม" มากกว่า "ต้องแจ้งเมื่อไร" อ่านต่อที่ 10 เหตุข้อมูลรั่วที่ สคส. วางแนวไว้แล้ว ซึ่งไล่ครบทุกตัวอย่างในคู่มือของสำนักงาน และอธิบายว่าทำไมการเข้ารหัสช่วยได้แค่บางประเภทของเหตุ ส่วนขั้นตอนฉบับย่อสำหรับทีมอยู่ใน คู่มือแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

72 ชั่วโมงนับเฉพาะวันทำการ หรือนับต่อเนื่อง?

PDPA มาตรา 37 (4) และประกาศฯ 2565 ข้อ 5 (3) เขียนว่า "ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ" ไม่มีคำว่าวันทำการ จึงควรนับต่อเนื่องรวมวันหยุด ถ้ารู้เรื่องคืนวันศุกร์ เส้นตายก็คือคืนวันจันทร์

ยังไม่แน่ใจว่าข้อมูลรั่วจริง ต้องเริ่มนับแล้วหรือยัง?

ประกาศฯ 2565 ข้อ 5 ใช้คำว่า "มีหรือน่าจะมี" เหตุละเมิด หน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นจึงเริ่มทันที และข้อ 7 ถือว่าเวลาตรวจสอบเป็นเหตุของความล่าช้า ควรจดเวลาที่ได้ข่าวเป็นชั่วโมงที่ 0 ตั้งแต่ตอนนั้น

ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลภายใน 72 ชั่วโมงด้วยไหม?

กฎหมายไม่ได้กำหนดเป็นชั่วโมง มาตรา 37 (4) และประกาศฯ 2565 ข้อ 10 ใช้คำว่า "โดยไม่ชักช้า" และบังคับเฉพาะเหตุที่เสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพ แจ้งเจ้าของข้อมูลก่อนแจ้ง สคส. เสร็จก็ได้

แจ้ง สคส. ทาง LINE หรือโทรศัพท์แทนอีเมลได้ไหม?

ประกาศฯ 2565 ข้อ 6 ให้แจ้งเป็นหนังสือ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีอื่นที่สำนักงานกำหนด และประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 2 กำหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็นอีเมล saraban@pdpc.or.th ส่วนเบอร์โทรในข้อ 4 ใช้สอบถามหลังแจ้งแล้ว

บริษัทไม่ใช่ CII ต้องสนใจ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ไหม?

มาตรา 57 ใช้กับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ส่วนมาตรา 58 ใช้กับหน่วยงานของรัฐหรือ CII ถ้าไม่ใช่ทั้งสองแบบ หน้าที่รายงานตามสองมาตรานี้ก็ไม่ใช่ของคุณ แต่มาตรา 58 วรรคสองเปิดให้หน่วยงานหรือบุคคลที่มีปัญหาในการรับมือภัยคุกคามขอความช่วยเหลือจากสำนักงานได้

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (4) · มาตรา 83
  2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ข้อ 4 · ข้อ 5 · ข้อ 6 · ข้อ 7 · ข้อ 8 · ข้อ 10 · ข้อ 11 · ข้อ 12
  3. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2568 — ข้อ 2 · ข้อ 3
  4. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560) — มาตรา 3 · มาตรา 26
  5. พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 — มาตรา 57 · มาตรา 58 · มาตรา 73

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

เข้ารหัสแล้วยังต้องแจ้งเหตุไหม? ดู 10 ตัวอย่างที่ สคส. ตอบไว้สรุป 10 ตัวอย่างในคู่มือประเมินความเสี่ยงเหตุละเมิดของ สคส. กรณีไหนต้องแจ้งใคร และทำไมการเข้ารหัสช่วยได้เฉพาะเหตุที่กระทบความลับ พร้อมตารางเทียบเหตุลูกค้าขอลบข้อมูล แต่กฎหมายสั่งเก็บ log 90 วัน ต้องทำอย่างไรPDPA มาตรา 33 ให้สิทธิขอลบ แต่ พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 26 สั่งเก็บข้อมูลจราจรอย่างน้อย 90 วัน ดูว่าข้อมูลแต่ละประเภทต้องเก็บหรือลบ และวางระบบ log ให้ถูกทั้งสองฉบับแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง ต้องทำอย่างไรข้อมูลรั่วต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุตามมาตรา 37 (4) ดูขั้นตอน สิ่งที่ต้องแจ้ง ช่องทางอีเมล และวิธีรับมือเมื่อแจ้งช้ามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำตาม PDPA ต้องมีอะไรบ้าง?สรุปมาตรการความปลอดภัยขั้นต่ำที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีตามมาตรา 37 (1) และประกาศคณะกรรมการฯ พ.ศ. 2565 พร้อมขั้นตอนทำจริงและหลักฐานที่ควรเก็บเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (log) กี่วันตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเก็บอย่างไรผู้ให้บริการต้องเก็บ log ไม่น้อยกว่า 90 วัน ถูกสั่งขยายได้ถึง 2 ปี ไม่ทำโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท สรุปมาตรา 26 และขั้นตอนเก็บ log ให้พร้อมตรวจหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) มีหน้าที่อะไรตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์หน่วยงาน CII ต้องมีประมวลแนวทางปฏิบัติ ตรวจประเมินความเสี่ยงไซเบอร์อย่างน้อยปีละครั้ง มีแผนรับมือภัยคุกคาม และแจ้งชื่อผู้ประสานงาน