ข้อมูลรั่วใน 72 ชั่วโมงแรก คือช่วงที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้ง สคส. โดยไม่ชักช้าตามมาตรา 37 (4) และแจ้งเจ้าของข้อมูลด้วยหากเสี่ยงสูง เหมาะกับ DPO และฝ่ายไอที ได้ลำดับงาน เช่น เก็บ log ไว้ และหน้าที่รายงานแยกของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ มาตรา 57
- แจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ (PDPA ม.37 (4)) นับต่อเนื่องรวมวันหยุด และเริ่มนับตั้งแต่ได้ข่าวว่า "น่าจะมี" เหตุ
- ถ้าเสี่ยงสูง ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า และแจ้งก่อน สคส. ได้ ไม่ต้องรอ (ประกาศ 2565 ข้อ 10)
- การแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ส่งอีเมลถึง saraban@pdpc.or.th (ประกาศสำนักงาน 2568) ข้อมูลยังไม่ครบก็ส่งเท่าที่มีก่อน
- เลย 72 ชั่วโมงแล้วยังขอยกเว้นความผิดได้ แต่ต้องชี้แจงเหตุจำเป็นและแจ้งไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ (ประกาศ 2565 ข้อ 7)
- เก็บ log และสำเนาดิสก์ก่อนกู้ระบบ ส่วนหน่วยงาน CII ต้องรายงานตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 อีกทางหนึ่ง
สมมติว่าคืนวันอังคาร เวลา 02:15 น. เจ้าหน้าที่ไอทีที่อยู่เวรเห็นปริมาณข้อมูลขาออกจากเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลลูกค้าสูงผิดปกติ อีกห้านาทีต่อมา มีคนส่งลิงก์เข้ากลุ่ม LINE ของทีม เป็นกระทู้ในฟอรัมที่ประกาศขายไฟล์ซึ่งหน้าตาเหมือนตารางสมาชิกของบริษัท
ทุกคนถามเหมือนกันว่า "แน่ใจหรือยังว่าเป็นของเรา" แต่สิ่งที่กฎหมายถามคือ องค์กรรู้เรื่องนี้ตั้งแต่กี่โมง เพราะเส้นตาย 72 ชั่วโมงอาจเริ่มนับไปแล้ว
บทความนี้เรียงหน้าที่ตามกฎหมาย 3 ฉบับไว้บนเส้นเวลาเดียวกัน ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมประกาศคณะกรรมการเรื่องการแจ้งเหตุ พ.ศ. 2565 และประกาศสำนักงานเรื่องช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2568) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562
เส้นตายและคำว่า "ต้อง" ทุกจุดในบทความนี้ยกมาจากตัวบทในคลัง ส่วนการแบ่งงานเป็นช่วงชั่วโมงเป็นข้อแนะนำเชิงปฏิบัติของเรา กฎหมายไม่ได้แบ่งไว้ให้
เส้นตาย 72 ชั่วโมงตาม PDPA เริ่มนับเมื่อไร?
เริ่มนับตั้งแต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทราบเหตุ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ มาตรา 37 (4) และประกาศคณะกรรมการ พ.ศ. 2565 ข้อ 5 อธิบายต่อว่า รวมถึงตอนที่มีใครแจ้งข้อมูลเบื้องต้นเข้ามาว่ามี "หรือน่าจะมี" เหตุละเมิดด้วย ตัวบทหลักเขียนไว้ว่า
แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 5 เขียนจุดเริ่มต้นไว้ชัดกว่า คือไม่ต้องรอให้แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้ข่าวมาทางวาจา ทางแชต หรือทางอีเมล ก็ถือว่าได้รับแจ้งแล้ว
เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้รับแจ้งข้อมูลในเบื้องต้นจากผู้ใด ไม่ว่าโดยทางวาจา เป็นหนังสือ หรือวิธีการอื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบเอง ว่ามีหรือน่าจะมีเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้
ที่ยืนยันได้ว่าเวลาตรวจสอบเบื้องต้นนับรวมอยู่ใน 72 ชั่วโมง คือประกาศฯ 2565 ข้อ 7 ข้อนี้บอกว่า ถ้าแจ้งช้าเพราะ "การตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น" ผู้ควบคุมข้อมูลต้องขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นความผิด
ถ้าเวลาตรวจสอบไม่ได้นับรวม ก็ไม่ต้องขอยกเว้นอะไร เพราะฉะนั้นการเริ่มนับตอนที่ "ทีมสรุปผลเสร็จ" จึงนับผิดตั้งแต่แรก
72 ชั่วโมงแรกหลังข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรก่อนหลัง?
ช่วงแรกให้หยุดการรั่วและเก็บหลักฐาน ช่วงกลางประเมินความเสี่ยงตามปัจจัยในประกาศฯ 2565 ข้อ 12 และช่วงท้ายส่งหนังสือแจ้ง สคส. ให้ทันก่อนครบ 72 ชั่วโมง
ลำดับงานด้านล่างนับเวลา 02:15 น. ในตัวอย่างเป็นชั่วโมงที่ 0 ช่องท้ายของแต่ละขั้นบอกว่าผูกกับตัวบทข้อไหน
- ชั่วโมงที่ 0 (02:15)จดเวลาที่ทราบเหตุ ใครแจ้ง แจ้งทางไหน แล้วลงทะเบียนเหตุทันที เส้นตายทุกข้อนับจากเวลานี้ แม้ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุละเมิดจริงPDPA ม.37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5
- ชั่วโมงที่ 0–2ปิดทางที่ข้อมูลรั่ว เช่น ระงับบัญชีที่ถูกยึด เปลี่ยนรหัสผ่าน ตัดเครื่องออกจากเครือข่าย แต่ อย่าเพิ่งล้างเครื่องหรือลงระบบใหม่ ให้ถ่าย snapshot และส่งออก log ไปเก็บนอกเครื่องที่ถูกโจมตีก่อนประกาศ 2565 ข้อ 5 (2) · พ.ร.บ.คอมฯ ม.26
- ชั่วโมงที่ 2–6เรียก DPO ฝ่ายไอที และผู้บริหารที่ตัดสินใจได้มาคุยกัน ถ้าระบบอยู่กับผู้ประมวลผลข้อมูล เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์ โฮสติ้ง หรือบริษัทรับจ้าง ให้สั่งระงับเหตุและส่งข้อเท็จจริงกลับมา พร้อมตรวจมาตรการด้านองค์กร เทคนิค และกายภาพประกาศ 2565 ข้อ 5 (1) (2) · ข้อ 8
- ชั่วโมงที่ 2–12 (เฉพาะ CII)ถ้าเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศและภัยคุกคามมีนัยสำคัญ ให้รายงานสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล ตัว พ.ร.บ. ไม่ได้กำหนดเป็นชั่วโมง แต่มาตรา 58 ใช้คำว่า "โดยเร็ว"พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 · ม.58
- ชั่วโมงที่ 12–24แยกให้ได้ว่าเป็นการละเมิดความลับ ความถูกต้องครบถ้วน หรือความพร้อมใช้งาน แล้วประเมินความเสี่ยงตามปัจจัย 8 ข้อ เช่น ประเภทข้อมูล ปริมาณ กลุ่มเปราะบาง ความร้ายแรง และเทียบกับ 10 ตัวอย่างในคู่มือของ สคส.ประกาศ 2565 ข้อ 4 · ข้อ 12
- ชั่วโมงที่ 24–48ตัดสินใจและเขียนเหตุผลไว้ว่า ไม่ต้องแจ้ง (เก็บหลักฐานว่าไม่มีความเสี่ยง) แจ้ง สคส. หรือแจ้งทั้ง สคส. และเจ้าของข้อมูล แล้วเริ่มเขียนหนังสือแจ้งตามสาระ 4 หัวข้อประกาศ 2565 ข้อ 5 (3) (4) · ข้อ 6 · ข้อ 9
- ชั่วโมงที่ 48–72ส่งอีเมลถึง saraban@pdpc.or.th โดยตั้งหัวเรื่องตามแบบของสำนักงาน ข้อมูลส่วนไหนยังไม่ครบให้ใส่เท่าที่มี ดีกว่าเงียบจนเลยกำหนดประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 2 · ข้อ 3
- ทันทีที่พบว่าเสี่ยงสูงแจ้งเจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้า ไม่ต้องรอแจ้ง สคส. ให้เสร็จก่อน ถ้าติดต่อทีละคนไม่ได้ จะแจ้งเป็นกลุ่มหรือประกาศทั่วไปก็ได้ แต่ต้องไม่ทำให้เสียหายเพิ่มประกาศ 2565 ข้อ 5 (4) · ข้อ 10 · ข้อ 11
- หลังชั่วโมงที่ 72ถ้ายังไม่ได้แจ้ง ให้แจ้งโดยเร็วพร้อมชี้แจงเหตุจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้เพื่อขอยกเว้นความผิด แต่ต้องไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ จากนั้นทบทวนมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไม่ให้เกิดซ้ำประกาศ 2565 ข้อ 7 · ข้อ 5 (5)
สังเกตว่าการแจ้งเจ้าของข้อมูลไม่ได้อยู่ท้ายสุด ประกาศฯ 2565 ข้อ 10 ใช้ได้ทั้งตอนที่ "ได้แจ้งเหตุการละเมิดแก่สำนักงานแล้วหรืออยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อแจ้งสำนักงาน"
ถ้ารหัสผ่านของลูกค้าหลุด การบอกให้ลูกค้าเปลี่ยนรหัสตั้งแต่ชั่วโมงที่ 10 ช่วยลูกค้าได้มากกว่ารอส่งพร้อมหนังสือถึง สคส. ในชั่วโมงที่ 70
กฎหมายแต่ละฉบับให้ใครแจ้งใคร ภายในเมื่อไร?
PDPA ให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง และแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้าเมื่อเสี่ยงสูง ส่วน พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศรายงานอีกช่องทางหนึ่ง
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ไม่ได้สั่งให้แจ้งใคร แต่สั่งให้ผู้ให้บริการเก็บข้อมูลจราจรไว้ ตารางนี้รวมหน้าที่ทั้งหมดไว้ที่เดียว
| กฎหมาย / ข้อ | ใครต้องทำ | กำหนดเวลา | แจ้งใคร / ทำอะไร |
|---|---|---|---|
| PDPA ม.37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5 (3) | ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล | โดยไม่ชักช้า ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เท่าที่ทำได้ | สคส. เว้นแต่เหตุนั้นไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพ |
| PDPA ม.37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5 (4) · ข้อ 10 | ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล | โดยไม่ชักช้า (ไม่ได้กำหนดเป็นชั่วโมง) | เจ้าของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเสี่ยงสูง พร้อมแนวทางเยียวยา |
| ประกาศ 2565 ข้อ 8 | ผู้ประมวลผลข้อมูล (ตามข้อตกลงที่ผู้ควบคุมต้องทำไว้) | ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุ เท่าที่ทำได้ | ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล |
| ประกาศ 2565 ข้อ 7 | ผู้ควบคุมที่แจ้งไม่ทัน 72 ชั่วโมง | โดยเร็ว ไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ | สคส. พร้อมคำชี้แจงเหตุจำเป็นเพื่อขอยกเว้นความผิด |
| ประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 2 · ข้อ 3 | ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล | ไม่ได้กำหนดเวลา (กำหนดแค่วิธีแจ้ง) | อีเมล saraban@pdpc.or.th ใส่สาระตามประกาศ 2565 ข้อ 6 |
| พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.26 | ผู้ให้บริการตามนิยาม ม.3 ตามประเภทที่รัฐมนตรีประกาศ | เก็บไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่ข้อมูลเข้าสู่ระบบ | ไม่ใช่หน้าที่แจ้ง แต่เป็นหน้าที่เก็บข้อมูลจราจร ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 500,000 บาท |
| พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 · ม.73 | หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ | เมื่อภัยคุกคามเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (กกม. อาจกำหนดหลักเกณฑ์การรายงาน) | สำนักงาน กมช. และหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล ถ้าไม่รายงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร ปรับไม่เกิน 200,000 บาท |
| พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.58 | หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ | โดยเร็ว | ตรวจสอบ รับมือ ลดความเสี่ยง และแจ้งสำนักงานกับหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล |
แถวที่มักถูกลืมคือแถวของผู้ประมวลผลข้อมูล ประกาศฯ 2565 ข้อ 8 ไม่ได้ให้เวลาผู้ควบคุมเพิ่มเพราะผู้รับจ้างรู้ช้า แต่สั่งให้ผู้ควบคุม เขียนไว้ในสัญญา ว่าผู้ประมวลผลต้องแจ้งภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุ
ถ้าสัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์หรือเอเจนซียังไม่มีข้อนี้ ควรแก้ก่อนเกิดเหตุ เพราะระหว่างเกิดเหตุไม่มีใครมีเวลาเจรจาสัญญา ดู ข้อตกลงประมวลผลข้อมูล
แจ้ง สคส. ทางไหน และต้องเขียนอะไรบ้าง?
ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์คืออีเมล ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ พ.ศ. 2568 ซึ่งยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2566 แล้ว ถ้าคู่มือของทีมยังอ้างฉบับ 2566 อยู่ ควรตรวจช่องทางอีกครั้ง
วิธีการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : saraban@pdpc.or.th โดยระบุชื่อ "[การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล]…(ชื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล)…"
เนื้อหาในอีเมลให้เขียนตามประกาศฯ 2565 ข้อ 6 ซึ่งมี 4 หัวข้อ ได้แก่ (1) ลักษณะและประเภทของการละเมิด พร้อมจำนวนเจ้าของข้อมูลหรือจำนวนรายการ (2) ชื่อและช่องทางติดต่อ DPO หรือผู้ประสานงาน (3) ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และ (4) มาตรการที่ใช้หรือจะใช้เพื่อป้องกัน ระงับ แก้ไข หรือเยียวยา
ข้อ 6 ใช้คำว่า "เท่าที่จะสามารถกระทำได้" เช่นเดียวกับประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 3 จึงไม่ต้องรอจนรู้จำนวนรายการที่แน่นอน ถ้ายังไม่รู้ ให้ใส่ตัวเลขโดยประมาณและบอกว่ากำลังตรวจสอบ ส่วนการติดตามเรื่อง ประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 4 ให้โทรสอบถามในวันและเวลาราชการ
ทำไมต้องเก็บ log ก่อนล้างเครื่อง?
เพราะ log เป็นหลักฐานเดียวที่ตอบคำถามในหนังสือแจ้ง สคส. ได้ว่ารั่วอะไร กี่ราย และหยุดได้แล้วหรือยัง ยิ่งถ้าองค์กรเป็น "ผู้ให้บริการ" ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 ก็มีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว
ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ต้องอ่านขอบเขตของมาตรา 26 ให้ถูก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 3 นิยาม "ผู้ให้บริการ" ว่าคือผู้ให้บริการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตหรือให้ติดต่อถึงกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และผู้ที่เก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
ส่วนผู้ให้บริการประเภทไหนต้องเก็บอย่างไร เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศ บริษัททั่วไปจึงไม่ได้อยู่ใต้มาตรานี้ทุกแห่ง รายละเอียดอยู่ใน คู่มือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์
แต่ถึงจะไม่ใช่ผู้ให้บริการตามมาตรา 26 การลงระบบเซิร์ฟเวอร์ใหม่กลางดึกเพื่อ "ให้ระบบกลับมาเร็ว" ก็ทำให้ตอบสาระตามประกาศฯ 2565 ข้อ 6 ไม่ได้ และประเมินตามข้อ 12 ไม่ได้ว่าข้อมูลออกไปจริงหรือไม่
ลำดับที่แนะนำคือ ตัดเครื่องออกจากเครือข่าย ทำสำเนาดิสก์และหน่วยความจำ ส่งออก log ไปเก็บแยก แล้วค่อยกู้ระบบ ทำแบบนี้ทั้งฝ่ายไอทีและ DPO ได้สิ่งที่ต้องการครบ
หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ต้องรายงานอีกทางหนึ่ง
เมื่อมีเหตุภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ รายงานต่อสำนักงานและหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และปฏิบัติการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามที่กำหนดในส่วนที่ 4
พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มาตรา 57 ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมงไว้ แต่เปิดให้คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรายงานได้ มาตรา 58 ใช้คำว่า "โดยเร็ว" และมาตรา 73 กำหนดโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าไม่รายงานตามมาตรา 57 โดยไม่มีเหตุอันสมควร
หนังสือแจ้ง สคส. ใช้แทนรายงานนี้ไม่ได้ เพราะประกาศฯ 2565 ข้อ 7 วรรคสามเขียนไว้ว่า การแจ้ง สคส. ไม่ได้ยกเว้นหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะหรือกฎหมายอื่น ถ้าไม่แน่ใจว่าองค์กรเป็น CII หรือไม่ อ่าน คู่มือ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ สำหรับ CII
พลาดตรงไหนบ้างที่ทำให้นับเวลาผิดตั้งแต่ต้น?
ความผิดพลาดที่แพงที่สุดมักไม่ใช่หนังสือแจ้งที่เขียนไม่ดี แต่เป็นการอ่านตัวบทผิดไปคำเดียว แล้วทั้งทีมนับเวลาผิดตามกันหมด หกข้อด้านล่างผูกกับถ้อยคำในตัวบทที่ทำให้แต่ละข้อผิด
- เริ่มนับตอนตรวจสอบเสร็จ ทั้งที่ประกาศฯ 2565 ข้อ 5 ให้เริ่มตั้งแต่ได้รับแจ้ง "ว่ามีหรือน่าจะมี" เหตุละเมิด และข้อ 7 ถือว่า "การตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น" เป็นเหตุของความล่าช้าที่ต้องขอยกเว้น
- เริ่มนับตอนผู้บริหารรู้ ทั้งที่มาตรา 37 (4) นับ "นับแต่ทราบเหตุ" ของผู้ควบคุมข้อมูล ข้อความที่ลูกค้าส่งเข้าแชตฝ่ายบริการลูกค้ากลางดึกก็ถือเป็นการได้รับแจ้งข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ทางแก้คือให้ทุกช่องทางที่รับเรื่องส่งต่อถึง DPO โดยอัตโนมัติ
- คิดว่า 15 วันเป็นเส้นตายรอบสอง ประกาศฯ 2565 ข้อ 7 ไม่ได้ขยายเวลาให้ใครโดยอัตโนมัติ เป็นเพียงช่องทาง "ขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นความผิด" ต้องชี้แจงเหตุจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ และสำนักงานอาจไม่ยกเว้นก็ได้
- รอให้ผู้รับจ้างสรุปก่อน ข้อ 8 ให้ผู้ประมวลผลแจ้งผู้ควบคุมภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบ แต่เส้นตายของผู้ควบคุมนับจากเวลาที่ผู้ควบคุมทราบเอง ถ้าคุณเห็นข่าวก่อนผู้รับจ้างโทรมา เวลาของคุณก็เริ่มนับแล้ว
- ล้างเครื่องก่อนเก็บหลักฐาน ทำให้เขียนสาระตามข้อ 6 ไม่ได้ และอาจขัดหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 26 ถ้าองค์กรเป็นผู้ให้บริการตามนิยาม
- ส่งอีเมลแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยใส่ทุกคนไว้ในช่อง To ข้อ 11 ให้แจ้งเป็นกลุ่มได้ แต่วรรคสองบังคับว่า "จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" การเปิดรายชื่อผู้เสียหายให้เห็นกันเองคือข้อมูลรั่วซ้ำอีกรอบ
เลย 72 ชั่วโมงไปแล้ว ยังทำอะไรได้บ้าง?
ยังแจ้งได้ และควรแจ้งทันที ประกาศฯ 2565 ข้อ 7 ให้ขอยกเว้นความผิดฐานแจ้งล่าช้าได้ ถ้าแสดงได้ว่ามีเหตุจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ โดยมีเพดานเวลาไว้ชัดเจน
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นความผิดจากการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้าได้ โดยให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่ทำให้แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้า โดยจะต้องแจ้งแก่สำนักงานโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่ทราบเหตุ
คำชี้แจงที่หนักแน่นต้องมีเวลากำกับ เช่น ทราบเหตุเมื่อไร ระงับการรั่วได้เมื่อไร และอะไรทำให้ยืนยันข้อเท็จจริงไม่ได้ก่อนหน้านั้น ถ้าทะเบียนเหตุบันทึกเวลาไว้ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 0 คำชี้แจงนี้แทบจะเขียนเสร็จในตัว
ถ้าไม่ได้บันทึกไว้ ทีมต้องมานั่งไล่ความจำของแต่ละคน ซึ่งเป็นหลักฐานที่อ่อนที่สุด ส่วนโทษนั้น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ มาตรา 83 กำหนดโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 3 ล้านบาท ถ้าไม่ทำตามมาตรา 37 ดูภาพรวมโทษได้ที่ คู่มือโทษ PDPA
ถ้าคำถามของคุณคือ "เหตุของเราต้องแจ้งไหม" มากกว่า "ต้องแจ้งเมื่อไร" อ่านต่อที่ 10 เหตุข้อมูลรั่วที่ สคส. วางแนวไว้แล้ว ซึ่งไล่ครบทุกตัวอย่างในคู่มือของสำนักงาน และอธิบายว่าทำไมการเข้ารหัสช่วยได้แค่บางประเภทของเหตุ ส่วนขั้นตอนฉบับย่อสำหรับทีมอยู่ใน คู่มือแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย
72 ชั่วโมงนับเฉพาะวันทำการ หรือนับต่อเนื่อง?
PDPA มาตรา 37 (4) และประกาศฯ 2565 ข้อ 5 (3) เขียนว่า "ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ" ไม่มีคำว่าวันทำการ จึงควรนับต่อเนื่องรวมวันหยุด ถ้ารู้เรื่องคืนวันศุกร์ เส้นตายก็คือคืนวันจันทร์
ยังไม่แน่ใจว่าข้อมูลรั่วจริง ต้องเริ่มนับแล้วหรือยัง?
ประกาศฯ 2565 ข้อ 5 ใช้คำว่า "มีหรือน่าจะมี" เหตุละเมิด หน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นจึงเริ่มทันที และข้อ 7 ถือว่าเวลาตรวจสอบเป็นเหตุของความล่าช้า ควรจดเวลาที่ได้ข่าวเป็นชั่วโมงที่ 0 ตั้งแต่ตอนนั้น
ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลภายใน 72 ชั่วโมงด้วยไหม?
กฎหมายไม่ได้กำหนดเป็นชั่วโมง มาตรา 37 (4) และประกาศฯ 2565 ข้อ 10 ใช้คำว่า "โดยไม่ชักช้า" และบังคับเฉพาะเหตุที่เสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพ แจ้งเจ้าของข้อมูลก่อนแจ้ง สคส. เสร็จก็ได้
แจ้ง สคส. ทาง LINE หรือโทรศัพท์แทนอีเมลได้ไหม?
ประกาศฯ 2565 ข้อ 6 ให้แจ้งเป็นหนังสือ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีอื่นที่สำนักงานกำหนด และประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 2 กำหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็นอีเมล saraban@pdpc.or.th ส่วนเบอร์โทรในข้อ 4 ใช้สอบถามหลังแจ้งแล้ว
บริษัทไม่ใช่ CII ต้องสนใจ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ไหม?
มาตรา 57 ใช้กับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ส่วนมาตรา 58 ใช้กับหน่วยงานของรัฐหรือ CII ถ้าไม่ใช่ทั้งสองแบบ หน้าที่รายงานตามสองมาตรานี้ก็ไม่ใช่ของคุณ แต่มาตรา 58 วรรคสองเปิดให้หน่วยงานหรือบุคคลที่มีปัญหาในการรับมือภัยคุกคามขอความช่วยเหลือจากสำนักงานได้
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (4) · มาตรา 83
- ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ข้อ 4 · ข้อ 5 · ข้อ 6 · ข้อ 7 · ข้อ 8 · ข้อ 10 · ข้อ 11 · ข้อ 12
- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2568 — ข้อ 2 · ข้อ 3
- พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560) — มาตรา 3 · มาตรา 26
- พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 — มาตรา 57 · มาตรา 58 · มาตรา 73
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

