ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ · How-to

หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) มีหน้าที่อะไรตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์

อัปเดต อ่าน 9 นาทีโดย
ตอบสั้น

หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) มีหน้าที่อะไรตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ หน้าที่ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ตามมาตรา 44–46 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 คือ ต้องจัดทำประมวลแนวทางปฏิบัติของตน ซึ่งอย่างน้อยมีแผนตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงปีละ 1 ครั้งและแผนรับมือภัยคุกคาม (มาตรา 44) ต้องป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงตามประมวลนั้น (มาตรา 45) และต้องแจ้งรายชื่อผู้ประสานงานระดับบริหารและปฏิบัติการต่อสำนักงาน (มาตรา 46)

ผู้จัดการไอทีของบริษัทเอกชนที่ให้บริการระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งได้รับหนังสือขอดูประมวลแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เขามีนโยบายความปลอดภัยไอทีอยู่แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าครบตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และไม่รู้ว่าระบบไหนต้องทำมาตรการระดับใด

สรุปสิ่งที่ต้องรู้

6 ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ สรุปจากตัวบทและแนวปฏิบัติที่อ้างอิงไว้ท้ายคู่มือ อ่านแค่ส่วนนี้ก็ตัดสินใจขั้นต่อไปได้

  • CII คือคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่หน่วยงานรัฐหรือเอกชนใช้ในกิจการเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ (มาตรา 3)
  • ประมวลแนวทางปฏิบัติต้องมีอย่างน้อยแผนตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และแผนรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ (มาตรา 44)
  • ถ้ายังไม่มีประมวลของตน หรือมีแต่ไม่ครบหรือไม่สอดคล้อง ให้ใช้ประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานที่สำนักงานจัดทำบังคับแทน (มาตรา 44)
  • ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 มีผลบังคับแล้วตั้งแต่ 19 มกราคม 2568
  • มาตรการขั้นต่ำแบ่งตามระดับผลกระทบต่ำ กลาง และสูง ระบบระดับสูงต้องมีการประเมินช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบ และการจัดการผู้ให้บริการภายนอก
  • เมื่อเปลี่ยนตัวผู้ประสานงาน ต้องแจ้งสำนักงานโดยเร็ว (มาตรา 46 วรรคสอง)

กลับสารบัญ

ทำตามนี้ 7 ขั้นตอน

ทำตามลำดับ 7 ขั้นนี้ได้ทันที แต่ละขั้นเขียนให้ทีมในองค์กรไทยลงมือได้จริงโดยไม่ต้องรอที่ปรึกษา และเก็บหลักฐานไว้ให้ผู้ตรวจดูได้

  1. ตรวจว่าองค์กรเข้านิยาม CII หรือไม่เทียบระบบที่ใช้ในกิจการกับนิยามในมาตรา 3 ว่าเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะหรือไม่ แนวปฏิบัติที่ดีคือยืนยันสถานะกับหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลของธุรกิจคุณ
  2. แจ้งรายชื่อผู้ประสานงานแจ้งรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับบริหารและระดับปฏิบัติการที่ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) ตามมาตรา 46 และแจ้งใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนตัว
  3. จำแนกระดับผลกระทบของข้อมูลและระบบกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศแต่ละระบบ ด้านการรักษาความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพพร้อมใช้งาน ว่าผลกระทบอยู่ระดับต่ำ กลาง หรือสูง ตามประกาศว่าด้วยการกำหนดคุณลักษณะที่ข้อ 4 ของมาตรฐานขั้นต่ำอ้างถึง
  4. กำหนดมาตรการขั้นต่ำตามระดับใช้ตารางท้ายประกาศมาตรฐานขั้นต่ำ พ.ศ. 2566 เลือกมาตรการตามระดับของแต่ละระบบ ระดับกลางทำทุกข้อของระดับต่ำและเพิ่มอีก 3 หัวข้อ ระดับสูงทำทุกข้อของระดับกลางและเพิ่มอีก 4 หัวข้อ
  5. จัดทำประมวลแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานเขียนประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานของหน่วยงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยเร็วตามมาตรา 44 และให้มีแผนตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงกับแผนรับมือภัยคุกคามเป็นอย่างน้อย
  6. ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้งให้ผู้ตรวจประเมิน ผู้ตรวจสอบภายใน หรือผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอกตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านไซเบอร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งตามมาตรา 44 (1) และเก็บรายงานกับแผนแก้ไขไว้เป็นหลักฐาน
  7. ซ้อมแผนรับมือและแผนสื่อสารในภาวะวิกฤตแผนการรับมือภัยคุกคาม แผนการสื่อสารในภาวะวิกฤต และการฝึกซ้อมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นมาตรการขั้นต่ำของทุกระดับตามมาตรฐานขั้นต่ำ พ.ศ. 2566 จึงควรกำหนดรอบซ้อมและบันทึกผลทุกครั้ง

กลับสารบัญ

หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) คือใคร?

หน่วยงาน CII คือหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่มีภารกิจหรือให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ตามนิยามในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 บริษัทเอกชนจึงเป็นหน่วยงาน CII ได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะหน่วยงานรัฐ

คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) มีหน้าที่กำหนดหน้าที่ของหน่วยงาน CII และหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล โดยอย่างน้อยต้องให้หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดมาตรฐานที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ของแต่ละหน่วยงาน CII (มาตรา 13 (5))

  • ระบบที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของรัฐ
  • ระบบที่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะ
  • ระบบที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
  • ระบบที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

กลับสารบัญ

หน่วยงาน CII มีหน้าที่อะไรตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์?

หน้าที่หลักอยู่ในมาตรา 43 ถึง 46 คือ ปฏิบัติตามนโยบายและแผนระดับชาติ จัดทำประมวลแนวทางปฏิบัติของตน ป้องกันและรับมือภัยคุกคามตามประมวลนั้น และแจ้งรายชื่อผู้ประสานงานต่อสำนักงาน

  • มาตรา 43: เมื่อนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว หน่วยงาน CII ตามที่แผนกำหนดต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายและแผนนั้น
  • มาตรา 44: จัดทำประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานของตนโดยเร็ว อย่างน้อยต้องมีแผนตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และแผนรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์
  • มาตรา 45: ป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามประมวลของตน และตามประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานที่ กกม. กำหนดตามมาตรา 13 (4)
  • มาตรา 46: แจ้งรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับบริหารและระดับปฏิบัติการเพื่อประสานงานต่อสำนักงาน และแจ้งโดยเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

กลับสารบัญ

มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 กำหนดอะไรบ้าง?

ประกาศนี้ใช้กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงาน CII ให้กำหนดมาตรการควบคุมขั้นต่ำตามระดับผลกระทบของข้อมูลหรือระบบแต่ละระบบ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 18 มกราคม 2567 และใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งปี จึงมีผลแล้วตั้งแต่ 19 มกราคม 2568

  • ระดับต่ำ 10 หัวข้อ: การประเมินความเสี่ยงด้านไซเบอร์ แผนการรับมือภัยคุกคาม การจัดการทรัพย์สิน การประเมินความเสี่ยงและกลยุทธ์จัดการความเสี่ยง การควบคุมการเข้าถึง การทำให้ระบบแข็งแกร่ง การสร้างความตระหนักรู้ การตรวจสอบและเฝ้าระวังภัยคุกคาม แผนการสื่อสารในภาวะวิกฤต และการฝึกซ้อม
  • ระดับกลาง: ทุกข้อของระดับต่ำ บวกแผนการตรวจสอบด้านไซเบอร์ (Audit Plan) การเชื่อมต่อระยะไกล และสื่อเก็บข้อมูลแบบถอดได้
  • ระดับสูง: ทุกข้อของระดับกลาง บวกการประเมินช่องโหว่และการทดสอบเจาะระบบ (VA/PT) การจัดการผู้ให้บริการภายนอก การแบ่งปันข้อมูล และการรักษาและฟื้นฟูความเสียหาย

กลับสารบัญ

ถ้ายังไม่มีประมวลแนวทางปฏิบัติของตัวเองจะเป็นอย่างไร?

มาตรา 44 วรรคท้ายกำหนดว่า ถ้าหน่วยงานยังไม่มีประมวลแนวทางปฏิบัติ หรือมีแต่ไม่ครบถ้วนหรือไม่สอดคล้อง ให้นำประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานที่สำนักงานจัดทำโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมาใช้บังคับ

ถ้าหน่วยงานไม่อาจดำเนินการตามหน้าที่ได้ สำนักงานอาจให้ความช่วยเหลือด้านบุคลากรหรือเทคโนโลยีตามที่ร้องขอได้ตามมาตรา 45 วรรคสอง

กลับสารบัญ

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

องค์กรส่วนใหญ่พลาดเรื่องนี้ใน 3 จุดเดิม ๆ ตารางด้านล่างบอกทั้งวิธีแก้ด้วยตัวเอง และวิธีที่ AIPDPA ช่วยให้เสร็จเร็วกว่าพร้อมหลักฐานครบ

ปัญหาที่เจอจริงในองค์กรไทย และทางแก้ที่ใช้ได้ทันที
ปัญหาวิธีแก้
มีนโยบายความปลอดภัยไอทีทั่วไป แต่ไม่มีแผนตรวจประเมินรายปีและแผนรับมือภัยคุกคามตามที่มาตรา 44 กำหนด เพิ่มสองแผนนี้เป็นส่วนหนึ่งของประมวลแนวทางปฏิบัติ แล้วผูกแต่ละมาตรการกับผู้รับผิดชอบและหลักฐาน พื้นที่มาตรการควบคุมใน AIPDPA บันทึกสถานะและหลักฐานรายมาตรการ โดยจับคู่กับแนวทาง สคส. กรอบ ETDA มาตรฐานคลาวด์ และมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ของ NCSA ช่วยให้เห็นช่องว่างก่อนผู้ตรวจประเมินมา
ใช้มาตรการชุดเดียวกับทุกระบบ ทั้งที่ระบบระดับสูงต้องมีมาตรการมากกว่า จำแนกระดับผลกระทบรายระบบก่อน แล้วเพิ่มหัวข้อตามตารางท้ายประกาศ สำหรับเว็บไซต์สาธารณะ ระบบสแกนความปลอดภัยเว็บไซต์ของ AIPDPA ตรวจเทียบมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ของ NCSA ได้ทันที แต่ไม่ได้ทดแทนการทดสอบเจาะระบบที่ระบบระดับสูงต้องมี
ผู้ให้บริการภายนอกที่ดูแลระบบสำคัญไม่อยู่ในแผนความเสี่ยงเลย การจัดการผู้ให้บริการภายนอกเป็นมาตรการขั้นต่ำของระบบระดับสูง ทำรายชื่อผู้ให้บริการ ระบบที่เขาเข้าถึง และข้อตกลงด้านความปลอดภัย ทะเบียนคู่ค้าใน AIPDPA เก็บผู้ให้บริการพร้อมระดับความเสี่ยงไว้ที่เดียว

กลับสารบัญ

เห็นทุกมาตรการความปลอดภัยพร้อมหลักฐาน ก่อนผู้ตรวจประเมินมา

พื้นที่มาตรการควบคุมของ AIPDPA จับคู่มาตรการกับแนวทาง สคส. กรอบ ETDA มาตรฐานคลาวด์ และมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ของ NCSA พร้อมสแกนเว็บไซต์และทะเบียนคู่ค้า ดูบัญชีตัวอย่างได้ ไม่ต้องสมัคร

มีในแพ็กเกจ GROWTH · PRO · ENTERPRISE เริ่มต้น 4,900 บาท/ปี · ดูบัญชีตัวอย่างได้ ไม่ต้องสมัคร

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนค้นหาบ่อยที่สุดเรื่องนี้ แต่ละคำตอบสั้น ตรงประเด็น และอ่านแยกข้อได้

บริษัทเอกชนเป็นหน่วยงาน CII ได้ไหม?

ได้ มาตรา 3 นิยามหน่วยงาน CII ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่มีภารกิจหรือให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ

หน่วยงาน CII ต้องตรวจประเมินความเสี่ยงไซเบอร์บ่อยแค่ไหน?

อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยผู้ตรวจประเมิน ผู้ตรวจสอบภายใน หรือผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอก ตามมาตรา 44 (1)

มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 มีผลบังคับเมื่อไร?

มีผลแล้วตั้งแต่ 19 มกราคม 2568 เพราะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 18 มกราคม 2567 และข้อ 2 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศ

ระบบระดับสูงต้องทำ Penetration Test ไหม?

ต้องทำ การประเมินช่องโหว่และการทดสอบเจาะระบบเป็นมาตรการขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศที่มีคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยระดับสูง ตามข้อ 4 (3) ของมาตรฐานขั้นต่ำ พ.ศ. 2566

หน่วยงาน CII ต้องแจ้งอะไรต่อ NCSA?

ต้องแจ้งรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับบริหารและระดับปฏิบัติการที่ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และแจ้งโดยเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนตัว ตามมาตรา 46

AIPDPA ช่วยงานของหน่วยงาน CII ได้แค่ไหน?

AIPDPA ช่วยติดตามสถานะและหลักฐานของมาตรการความปลอดภัย สแกนเว็บไซต์เทียบมาตรฐานของ NCSA และดูแลทะเบียนคู่ค้า แต่ไม่ได้ทำหน้าที่แทนผู้ตรวจประเมิน หรือแทนประมวลแนวทางปฏิบัติที่หน่วยงานต้องจัดทำเอง

กลับสารบัญ

แหล่งอ้างอิง

คู่มือนี้อ้างอิงเอกสาร 8 รายการ ตัวบทกฎหมายระบุมาตราหรือข้อไว้ชัดเจน ส่วนแนวปฏิบัติและมาตรฐานเป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 3
  2. พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 13
  3. พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 43
  4. พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 44
  5. พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 45
  6. พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 46
  7. ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 ข้อ 2
  8. ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 ข้อ 4 และตารางท้ายประกาศ

ตัวบทในบทความนี้อ้างอิงจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษา · เนื้อหาเป็นความรู้ทั่วไป หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงเฉพาะ ทีมทนายของเราช่วยดูให้ได้

กลับสารบัญ

เครื่องมือและบริการที่ช่วยได้ทันที

อยากทำเองให้เร็วขึ้น ใช้เครื่องมือใน AIPDPA · อยากให้ทนายดูแลให้ หรืออยากเรียนให้เป็น เลือกบริการในเครือที่ตรงกับคุณได้เลย

ทำเองใน AIPDPAมาตรการความปลอดภัย

ข้อกำหนดจาก สคส. ETDA และ NCSA ในที่เดียว ทำหนึ่งครั้งได้หลักฐานหลายมาตรฐาน

ลงชื่อรอเปิดใช้งาน →
ทำเองใน AIPDPAตรวจความปลอดภัยเว็บไซต์

สแกนเว็บเทียบมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ของ NCSA และเตือนใบรับรองใกล้หมดอายุ

ลงชื่อรอเปิดใช้งาน →
ทำเองใน AIPDPAทะเบียนคู่ค้าและผู้ประมวลผล

รู้ว่าใครประมวลผลข้อมูลแทนคุณ ความเสี่ยงระดับไหน และสัญญาครบหรือยัง

ลงชื่อรอเปิดใช้งาน →
เรียนรู้และดาวน์โหลดSkillNo

คอร์สเสริมทักษะ PDPA, DPO และธรรมาภิบาล AI พร้อม Digital Product ชุดเครื่องมือพร้อมใช้

ดูคอร์สและสินค้า →
ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

คู่มือที่มักต้องทำต่อจากเรื่องนี้ เลือกอ่านได้ตามลำดับงานขององค์กรคุณ

เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (log) กี่วันตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเก็บอย่างไรผู้ให้บริการต้องเก็บ log ไม่น้อยกว่า 90 วัน ถูกสั่งขยายได้ถึง 2 ปี ไม่ทำโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท สรุปมาตรา 26 และขั้นตอนเก็บ log ให้พร้อมตรวจวิธีเลือกใช้คลาวด์สาธารณะให้สอดคล้องแนวทาง NCSA เมื่อไรต้องใช้ศูนย์ข้อมูลในไทยเกณฑ์ NCSA ว่าเมื่อไรต้องใช้คลาวด์ที่มีศูนย์ข้อมูลหลักในไทย ใครต้องทำ ต้องรายงานภายในกี่วัน พร้อมขั้นตอนเลือกผู้ให้บริการคลาวด์ทีละข้อติดกล้องวงจรปิด (CCTV) อย่างไรไม่ให้ผิด PDPA?ติดกล้องวงจรปิดให้สอดคล้อง PDPA ต้องมีป้ายแจ้งก่อนเข้าพื้นที่ จำกัดมุมกล้องและระยะเก็บภาพ และคุมการเข้าถึงไฟล์ ตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0ทำคุกกี้แบนเนอร์ให้ถูกกฎหมาย PDPA ต้องมีอะไรบ้างคุกกี้แบนเนอร์ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 19 ให้ชัดแจ้ง แยกประเภท ปฏิเสธได้ และถอนได้ง่าย ดูขั้นตอนตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0 และวิธีเก็บหลักฐาน