AI Governance · How-to

เริ่มทำระบบบริหารจัดการ AI ตาม ISO/IEC 42001 อย่างไร ฉบับองค์กรไทย

อัปเดต อ่าน 8 นาทีโดย
ตอบสั้น

เริ่มทำระบบบริหารจัดการ AI ตาม ISO/IEC 42001 อย่างไร ฉบับองค์กรไทย เริ่ม ISO/IEC 42001 ได้โดยยังไม่ต้องขอการรับรอง ใช้ Clause 4–10 เป็นแบบประเมินตนเอง และใช้ 38 มาตรการใน Annex A เป็นเช็กลิสต์ เอกสารแกนที่ผู้ตรวจต้องการคือ นโยบาย AI ที่ผู้บริหารสูงสุดอนุมัติ (ข้อ 5.2) Statement of Applicability (ข้อ 6.1.3) และการประเมินผลกระทบของระบบ AI (ข้อ 6.1.4) ISO/IEC 42001 เป็นมาตรฐานโดยสมัครใจ ไม่ใช่กฎหมาย

ลูกค้าต่างชาติรายใหญ่ของโรงงานผลิตชิ้นส่วนแห่งหนึ่งส่งแบบประเมินคู่ค้ามาถามว่า “บริษัทมีระบบบริหารจัดการ AI ตาม ISO/IEC 42001 หรือไม่” ทั้งที่โรงงานใช้ AI แค่ตรวจภาพชิ้นงานและแชตบอตตอบลูกค้า ผู้จัดการฝ่ายไอทีเปิดดูโครงมาตรฐานแล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มจากข้อไหน

สรุปสิ่งที่ต้องรู้

5 ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ สรุปจากตัวบทและแนวปฏิบัติที่อ้างอิงไว้ท้ายคู่มือ อ่านแค่ส่วนนี้ก็ตัดสินใจขั้นต่อไปได้

  • ISO/IEC 42001 เป็นระบบบริหารจัดการโครงเดียวกับ ISO 9001 และ ISO/IEC 27001 (Clause 4–10 และวงจร Plan-Do-Check-Act) ถามว่าใครรับผิดชอบ ประเมินความเสี่ยงอย่างไร มีหลักฐานอะไร และทบทวนเมื่อไร ไม่ได้ถามว่าโมเดลแม่นแค่ไหน
  • สามเอกสารแกนของการตรวจรับรองคือ นโยบาย AI (5.2) Statement of Applicability (6.1.3) และการประเมินผลกระทบของระบบ AI (6.1.4)
  • ผู้ตรวจอิสระออกใบรับรอง ISO/IEC 42001 ได้ ใบรับรองต่ออายุทุก 3 ปีและมีการตรวจติดตามระหว่างทาง
  • องค์กรไทยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องขอการรับรอง แต่ได้ประโยชน์จากการใช้โครงของมาตรฐานจัดระบบงาน AI
  • องค์กรที่ซื้อ AI มาใช้ระบุใน SoA ได้ว่ามาตรการด้านการสร้างโมเดลใน A.6 และ A.7 ส่วนใหญ่ไม่ใช้กับตน ถ้าให้เหตุผลชัด

กลับสารบัญ

ทำตามนี้ 8 ขั้นตอน

ทำตามลำดับ 8 ขั้นนี้ได้ทันที แต่ละขั้นเขียนให้ทีมในองค์กรไทยลงมือได้จริงโดยไม่ต้องรอที่ปรึกษา และเก็บหลักฐานไว้ให้ผู้ตรวจดูได้

  1. ระบุบทบาทและขอบเขต (Clause 4)ตอบให้ชัดว่าองค์กรเป็นผู้พัฒนา ผู้ให้บริการ หรือผู้ใช้ AI เพราะคำตอบนี้กำหนดว่า Annex A ข้อไหนใช้กับคุณ แล้วเขียนขอบเขตสั้น ๆ ว่าครอบหน่วยงานใด ระบบ AI ใด และตัดอะไรออกพร้อมเหตุผล ขอบเขตแคบที่ให้เหตุผลได้ดีกว่าขอบเขตกว้างที่ทำไม่ถึง
  2. ให้ผู้บริหารสูงสุดอนุมัตินโยบาย AI (Clause 5.1–5.2)จัดทำนโยบาย 2–3 หน้า ระบุเหตุผลที่ใช้ AI หลักการ 5–7 ข้อ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผู้อนุมัติเครื่องมือใหม่ และรอบทบทวน แล้วให้ผู้บริหารสูงสุดลงนาม บันทึกการประชุมคือหลักฐานที่ผู้ตรวจขอดู
  3. มอบหมายบทบาทด้วยชื่อคนจริง (Clause 5.3)ทำตารางบทบาท 5–8 แถว เช่น เจ้าภาพระบบบริหารจัดการ AI ซึ่งให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) รับไปก่อนได้ เจ้าของแต่ละระบบ ผู้กำกับดูแลโดยมนุษย์ และผู้ตรวจภายในที่ไม่ใช่คนทำงานนั้นเอง
  4. ตั้งเกณฑ์และทำทะเบียนความเสี่ยง AI (Clause 6.1.1–6.1.2)เขียนเกณฑ์เป็นตาราง 3×3 โอกาสคูณผลกระทบ พร้อมกฎว่าต่ำยอมรับได้ กลางต้องจัดการและเฝ้าระวัง สูงต้องยกระดับหรือเลิกใช้ แล้วบันทึกความเสี่ยงทีละระบบ เช่น อคติ ความเป็นส่วนตัว ความมั่นคงปลอดภัย และผู้ให้บริการล่ม
  5. ทำ Statement of Applicability ครบ 38 ข้อ (Clause 6.1.3)ทำตารางมาตรการ A.2.2 ถึง A.10.4 ทุกข้อ ระบุว่าใช้หรือไม่ใช้ เหตุผล สถานะ และหลักฐานอยู่ที่ไหน แล้วให้ผู้บริหารลงนามยอมรับความเสี่ยงคงเหลือ
  6. ประเมินผลกระทบต่อบุคคลและสังคม (Clause 6.1.4)สำหรับระบบที่มีความเสี่ยงสูง ให้ประเมินว่าใครได้รับผลกระทบ รวมถึงกลุ่มเปราะบาง และจะเกิดอะไรถ้าระบบถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ คู่มือของทีมแนะนำให้ผู้ที่ไม่ได้จัดหาระบบเป็นผู้ประเมิน
  7. อบรมและประเมินซ้ำตามรอบ (Clause 7–8)เก็บหลักฐานสมรรถนะและการรับทราบนโยบายของพนักงาน และประเมินความเสี่ยงซ้ำตามรอบที่กำหนดและทุกครั้งที่เปลี่ยนโมเดล ผู้ให้บริการ วัตถุประสงค์ หรือข้อมูล คู่มือของทีมเสนอรอบทุก 6 เดือนสำหรับระบบความเสี่ยงสูง และทุกปีสำหรับระบบอื่น
  8. ตรวจภายในและทบทวนโดยผู้บริหาร (Clause 9.2–9.3)ตรวจภายในอย่างน้อยปีละครั้งโดยใช้ SoA เป็นเช็กลิสต์ และจัดประชุมทบทวนโดยผู้บริหารปีละ 1–2 ครั้ง บันทึกการประชุมต้องมีการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่รับทราบ

กลับสารบัญ

ISO/IEC 42001 คืออะไร และต่างจากกรอบ AI อื่นอย่างไร?

ISO/IEC 42001 คือมาตรฐานระบบบริหารจัดการ AI (AI Management System หรือ AIMS) ที่ใช้โครง Clause 4–10 เดียวกับ ISO 9001 และ ISO/IEC 27001 จุดที่ต่างจากกรอบอื่นคือมีสามสิ่งที่มาตรฐานนี้บังคับให้มี และเป็นแกนของการตรวจรับรอง

องค์กรที่มี ISO/IEC 27001 อยู่แล้วต่อยอดได้เร็ว เพราะโครงเอกสาร การตรวจภายใน และการทบทวนโดยผู้บริหารใช้แนวคิดเดียวกัน

  • นโยบาย AI ที่ผู้บริหารสูงสุดอนุมัติ (ข้อ 5.2)
  • Statement of Applicability ที่ระบุว่าเลือกและไม่เลือกมาตรการใดใน Annex A เพราะอะไร (ข้อ 6.1.3)
  • การประเมินผลกระทบของระบบ AI ต่อบุคคลและสังคม (ข้อ 6.1.4 และ A.5)

กลับสารบัญ

ต้องขอการรับรอง ISO 42001 หรือไม่?

องค์กรไทยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องขอการรับรอง แต่ได้ประโยชน์จากโครงของมาตรฐาน โดยใช้ Clause 4–10 เป็นแบบประเมินตนเองและใช้ Annex A เป็นเช็กลิสต์ แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องการรับรองภายหลัง

ISO/IEC 42001 เป็นกรอบที่รับรองได้ ต่างจาก NIST AI RMF ที่รับรองไม่ได้ ข้อดีของการรับรองคือแสดงต่อลูกค้าและคู่ค้าได้ ข้อเสียคือมีต้นทุนจริง และองค์กรที่จะขอการรับรองต้องซื้อมาตรฐานฉบับทางการ ใช้คู่มือสรุปแทนไม่ได้

กลับสารบัญ

บริษัทที่ซื้อ AI มาใช้ต้องทำ Annex A ทุกข้อไหม?

ไม่ต้องทำทุกข้อ แต่ต้องตอบทุกข้อ Statement of Applicability คือรายการทั้ง 38 ข้อพร้อมคำตอบว่าใช้หรือไม่ใช้และเพราะอะไร ไม่ใช่รายการเฉพาะสิ่งที่ทำ

ตามคู่มือของทีม AIPDPA เหตุผลว่า “เราเป็นผู้ใช้ ไม่ได้ฝึกโมเดล” ยอมรับได้สำหรับ A.6.1.x, A.6.2.2–A.6.2.4 และส่วนใหญ่ของ A.7.2–A.7.6 แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ยอมรับได้สำหรับหมวดที่พูดถึงการใช้โดยตรง

  • A.4 ทรัพยากร
  • A.5 การประเมินผลกระทบ
  • A.8 ข้อมูลสำหรับผู้ใช้
  • A.9 การใช้ระบบ AI
  • A.10 ผู้ให้บริการและบุคคลที่สาม

กลับสารบัญ

นโยบาย AI ตามข้อ 5.2 ต่างจากกฎการใช้ ChatGPT อย่างไร?

นโยบาย AI ตามข้อ 5.2 เป็นเอกสารที่ผู้บริหารสูงสุดอนุมัติ และให้กรอบสำหรับตั้งวัตถุประสงค์ ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจ ส่วนกฎการใช้เครื่องมืออย่าง ChatGPT เป็นเอกสารลูกของนโยบาย ไม่ใช่ตัวนโยบาย คู่มือของทีมระบุว่านี่คือข้อที่องค์กรไทยพลาดกันมากที่สุด

นโยบายที่ดีควรมีเหตุผลที่ใช้ AI หลักการ เช่น ความยุติธรรม ความโปร่งใส การมีคนกำกับ ความเป็นส่วนตัว ความมั่นคงปลอดภัย และความรับผิดชอบ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผู้อนุมัติเครื่องมือใหม่ การอ้างถึงนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยเดิม (A.2.3) และการทบทวนปีละครั้ง (A.2.4)

กลับสารบัญ

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

องค์กรส่วนใหญ่พลาดเรื่องนี้ใน 3 จุดเดิม ๆ ตารางด้านล่างบอกทั้งวิธีแก้ด้วยตัวเอง และวิธีที่ AIPDPA ช่วยให้เสร็จเร็วกว่าพร้อมหลักฐานครบ

ปัญหาที่เจอจริงในองค์กรไทย และทางแก้ที่ใช้ได้ทันที
ปัญหาวิธีแก้
ถือว่ากฎการใช้ ChatGPT คือนโยบาย AI ของบริษัท เขียนนโยบายหลัก 2–3 หน้าที่ผู้บริหารสูงสุดอนุมัติ แล้วให้กฎการใช้เครื่องมือเป็นเอกสารลูก AIPDPA มีนโยบายการใช้เครื่องมือ AI ในที่ทำงานพร้อมใช้สำหรับเอกสารลูก และทะเบียน AI ที่บอกว่าใช้เครื่องมืออะไรอยู่บ้าง
ประเมินความเสี่ยงครั้งเดียวตอนตั้งระบบแล้วไม่เคยทำซ้ำ Clause 8 ต้องการให้ประเมินซ้ำตามรอบและทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ จึงควรกำหนดรอบเป็นตัวเลขและเหตุที่ต้องประเมินใหม่ พื้นที่ทำ DPIA ใน AIPDPA มีแบบสอบถาม ทะเบียนความเสี่ยง และการลงนามอนุมัติ ใช้ DPIA ของระบบ AI แต่ละตัวเป็นทะเบียนความเสี่ยง AI ได้
SoA ตัดหมวด A.9 หรือ A.10 ทิ้งด้วยเหตุผลว่าเป็นแค่ผู้ใช้ เหตุผลว่าเป็นผู้ใช้ใช้ได้กับมาตรการด้านการสร้างโมเดลเท่านั้น หมวดการใช้และผู้ให้บริการต้องมีหลักฐานจริง ทะเบียนคู่ค้าใน AIPDPA เก็บข้อมูลผู้ให้บริการ AI และความเสี่ยงไว้เป็นหลักฐานสำหรับ A.10 ถ้าต้องการผู้ช่วยวางระบบทั้งชุด Kooru TrustAI รับทบทวนความเสี่ยงและตั้งระบบธรรมาภิบาล AI

กลับสารบัญ

เริ่มระบบบริหารจัดการ AI จากทะเบียนที่มีอยู่จริง

AIPDPA มีทะเบียนระบบ AI, AI Risk Radar ที่เทียบ ISO 42001 กฎหมายไทย NIST และ EU AI Act, พื้นที่ทำ DPIA พร้อมทะเบียนความเสี่ยงและการลงนาม และแบบทดสอบพนักงาน ให้หลักฐานที่ผู้ตรวจขอดู ดูบัญชีตัวอย่างได้ ไม่ต้องสมัคร

มีในแพ็กเกจ GROWTH · PRO · ENTERPRISE เริ่มต้น 4,900 บาท/ปี · ดูบัญชีตัวอย่างได้ ไม่ต้องสมัคร

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนค้นหาบ่อยที่สุดเรื่องนี้ แต่ละคำตอบสั้น ตรงประเด็น และอ่านแยกข้อได้

ISO 42001 เป็นกฎหมายบังคับในไทยไหม?

ไม่ใช่ ISO/IEC 42001 เป็นมาตรฐานสากลที่องค์กรเลือกนำมาใช้เอง หน้าที่ตามกฎหมายไทยเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลยังอยู่ที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และประกาศที่ออกตามกฎหมายนั้น

ใบรับรอง ISO 42001 มีอายุกี่ปี?

ตามคู่มือของทีม AIPDPA ใบรับรองออกโดยผู้ตรวจอิสระและต่ออายุทุก 3 ปี โดยมีการตรวจติดตามระหว่างทาง

มี ISO 27001 แล้ว ต่อยอดเป็น ISO 42001 ได้ไหม?

ได้และทำได้เร็ว เพราะทั้งสองมาตรฐานใช้โครง Clause 4–10 และวงจร Plan-Do-Check-Act เดียวกัน งานที่เพิ่มคือนโยบาย AI SoA ของ Annex A และการประเมินผลกระทบของระบบ AI

Annex A ของ ISO 42001 มีกี่มาตรการ?

38 มาตรการ ตั้งแต่ A.2.2 ถึง A.10.4 ซึ่งต้องตอบใน Statement of Applicability ทุกข้อว่าใช้หรือไม่ใช้และเพราะอะไร

ใครควรเป็นผู้ตรวจภายในระบบบริหารจัดการ AI?

ผู้ตรวจต้องเป็นกลางและไม่ใช่คนที่ดูแลระบบนั้นเอง องค์กรเล็กอาจใช้คนจากฝ่ายอื่น หรือให้ DPO ตรวจเฉพาะส่วนที่ตนไม่ได้ทำ

ใช้คู่มือสรุปแทนตัวมาตรฐานเพื่อขอการรับรองได้ไหม?

ไม่ได้ ISO/IEC ถือลิขสิทธิ์และขายมาตรฐานฉบับทางการ องค์กรที่จะขอการรับรองต้องซื้อมาตรฐานฉบับจริง คู่มือสรุปใช้ได้เพียงเป็นแผนที่สำหรับเริ่มต้น

กลับสารบัญ

แหล่งอ้างอิง

คู่มือนี้อ้างอิงเอกสาร 6 รายการ ตัวบทกฎหมายระบุมาตราหรือข้อไว้ชัดเจน ส่วนแนวปฏิบัติและมาตรฐานเป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย

  1. ISO/IEC 42001:2023 ข้อ 4 บริบทขององค์กร — สรุปจากคู่มือประยุกต์ ISO/IEC 42001 ของทีม AIPDPA (มาตรฐาน ไม่ใช่กฎหมาย)
  2. ISO/IEC 42001:2023 ข้อ 5.2 นโยบาย AI — สรุปจากคู่มือประยุกต์ ISO/IEC 42001 ของทีม AIPDPA (มาตรฐาน ไม่ใช่กฎหมาย)
  3. ISO/IEC 42001:2023 ข้อ 6.1.3 การจัดการความเสี่ยง AI และ Statement of Applicability — สรุปจากคู่มือประยุกต์ ISO/IEC 42001 ของทีม AIPDPA (มาตรฐาน ไม่ใช่กฎหมาย)
  4. ISO/IEC 42001:2023 ข้อ 6.1.4 การประเมินผลกระทบของระบบ AI — สรุปจากคู่มือประยุกต์ ISO/IEC 42001 ของทีม AIPDPA (มาตรฐาน ไม่ใช่กฎหมาย)
  5. ISO/IEC 42001:2023 ข้อ 8.2 การประเมินความเสี่ยง AI ตามรอบ — สรุปจากคู่มือประยุกต์ ISO/IEC 42001 ของทีม AIPDPA (มาตรฐาน ไม่ใช่กฎหมาย)
  6. ISO/IEC 42001:2023 ข้อ 9.2–9.3 การตรวจประเมินภายในและการทบทวนโดยผู้บริหาร — สรุปจากคู่มือประยุกต์ ISO/IEC 42001 ของทีม AIPDPA (มาตรฐาน ไม่ใช่กฎหมาย)

ตัวบทในบทความนี้อ้างอิงจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษา · เนื้อหาเป็นความรู้ทั่วไป หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงเฉพาะ ทีมทนายของเราช่วยดูให้ได้

กลับสารบัญ

เครื่องมือและบริการที่ช่วยได้ทันที

อยากทำเองให้เร็วขึ้น ใช้เครื่องมือใน AIPDPA · อยากให้ทนายดูแลให้ หรืออยากเรียนให้เป็น เลือกบริการในเครือที่ตรงกับคุณได้เลย

ทำเองใน AIPDPAธรรมาภิบาล AI

ทะเบียนระบบ AI, AI Risk Radar เทียบกฎหมายไทย NIST ISO 42001 และ EU AI Act พร้อมนโยบายการใช้ AI ในที่ทำงาน

ลงชื่อรอเปิดใช้งาน →
ทำเองใน AIPDPAการประเมินผลกระทบ (DPIA)

แบบประเมิน ทะเบียนความเสี่ยง และการอนุมัติในที่เดียว พิมพ์รายงานได้ทันที

ลงชื่อรอเปิดใช้งาน →
ทำเองใน AIPDPAทะเบียนคู่ค้าและผู้ประมวลผล

รู้ว่าใครประมวลผลข้อมูลแทนคุณ ความเสี่ยงระดับไหน และสัญญาครบหรือยัง

ลงชื่อรอเปิดใช้งาน →
ให้ทนายทำให้Kooru TrustAI

ตรวจความเสี่ยงการใช้ AI และวางระบบคุมการใช้ AI ในองค์กร

ดูบริการ →
เรียนรู้และดาวน์โหลดSkillNo

คอร์สเสริมทักษะ PDPA, DPO และธรรมาภิบาล AI พร้อม Digital Product ชุดเครื่องมือพร้อมใช้

ดูคอร์สและสินค้า →
ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

คู่มือที่มักต้องทำต่อจากเรื่องนี้ เลือกอ่านได้ตามลำดับงานขององค์กรคุณ

EU AI Act กระทบธุรกิจไทยอย่างไร: ใครอยู่ในขอบเขต และต้องทำอะไรเมื่อไรEU AI Act ไปถึงบริษัทไทยได้ถ้าขาย AI เข้า EU หรือผลลัพธ์ถูกใช้ใน EU ใช้บังคับทั่วไปแล้วตั้งแต่ 2 ส.ค. 2026 ดูบทบาท วันสำคัญ และสิ่งที่ต้องทำวิธีเขียนนโยบายการใช้ Generative AI ในองค์กร ตามแนวทาง ETDAนโยบาย Generative AI ต้องบอกว่าใช้ทำอะไรได้ ข้อมูลไหนห้ามป้อน ใครตรวจผลลัพธ์ และใครกำกับดูแล สรุปจากคู่มือ ETDA พร้อมขั้นตอนติดกล้องวงจรปิด (CCTV) อย่างไรไม่ให้ผิด PDPA?ติดกล้องวงจรปิดให้สอดคล้อง PDPA ต้องมีป้ายแจ้งก่อนเข้าพื้นที่ จำกัดมุมกล้องและระยะเก็บภาพ และคุมการเข้าถึงไฟล์ ตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0ทำคุกกี้แบนเนอร์ให้ถูกกฎหมาย PDPA ต้องมีอะไรบ้างคุกกี้แบนเนอร์ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 19 ให้ชัดแจ้ง แยกประเภท ปฏิเสธได้ และถอนได้ง่าย ดูขั้นตอนตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0 และวิธีเก็บหลักฐาน