จดหมายแจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อข้อมูลรั่ว คือหนังสือที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องส่งโดยไม่ชักช้าเมื่อเหตุมีความเสี่ยงสูง ตาม PDPA มาตรา 37 (4) ต้องมีอย่างน้อยสี่เรื่องตามประกาศฯ 2565 ข้อ 10 บทความนี้ให้ DPO และฝ่ายสื่อสาร ได้โครงจดหมาย ตัวอย่างข้อความ และวิธีเลือกช่องทางแจ้ง
- ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อเหตุมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพ โดยไม่ชักช้าและพร้อมแนวทางเยียวยา (PDPA ม.37 (4))
- ประกาศฯ 2565 ข้อ 10 กำหนดสี่เรื่อง: เกิดอะไรขึ้น ติดต่อใคร กระทบเขาอย่างไร และบริษัททำอะไร เขาควรทำอะไร
- ไม่มีเส้นตายเป็นชั่วโมงสำหรับเจ้าของข้อมูล และไม่ต้องรอแจ้ง สคส. ก่อน ข้อ 10 ใช้ได้ทั้งตอนแจ้งแล้วหรือกำลังเตรียมแจ้ง
- ถ้าแจ้งรายบุคคลไม่ได้ ข้อ 11 ให้แจ้งเป็นกลุ่มหรือประกาศทั่วไปได้ แต่ต้องไม่ก่อความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล
- TDPG 4.0 (แนวปฏิบัติ) ให้เขียนภาษาเข้าใจง่าย เลี่ยงศัพท์เทคนิค และไม่แนะนำให้แจ้งแค่ข่าวประชาสัมพันธ์หรือบล็อก
เวลาข้อมูลรั่ว บริษัทส่วนใหญ่ทุ่มแรงไปที่หนังสือถึง สคส. เพราะมีเส้นตาย 72 ชั่วโมงชัดเจน ส่วนจดหมายถึงลูกค้ามักเขียนเป็นอย่างสุดท้าย และออกมาเป็นภาษาราชการที่อ่านจบแล้วไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร
ทั้งที่ลูกค้าได้เห็นแค่จดหมายฉบับนี้ เขาไม่ได้อ่านหนังสือถึง สคส. และไม่ได้เห็นรายงานไอที ลูกค้าจะยังเชื่อใจบริษัทหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับจดหมายฉบับนี้มากกว่าที่คิด
บทความนี้ไล่ให้ครบสามเรื่อง คือ เมื่อไรต้องส่ง ต้องมีอะไรตามกฎหมาย และเขียนอย่างไรให้คนธรรมดาอ่านรู้เรื่อง พร้อมตัวอย่างจดหมายสมมติที่ปรับใช้ได้
เมื่อไรต้องส่งจดหมายแจ้งเจ้าของข้อมูล?
ต้องส่งเมื่อเหตุละเมิดนั้น มีความเสี่ยงสูง ที่จะกระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เกณฑ์นี้สูงกว่าเกณฑ์แจ้ง สคส. ซึ่งใช้แค่ “มีความเสี่ยง” เหตุบางเรื่องจึงต้องแจ้ง สคส. แต่ไม่ต้องแจ้งลูกค้า
ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้แจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย
ตัวบทไม่ได้ให้ตัวเลขชั่วโมงสำหรับเจ้าของข้อมูล ใช้คำว่า “โดยไม่ชักช้า” อย่างเดียว และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 ข้อ 10 เปิดให้แจ้งได้ทั้งตอนที่แจ้ง สคส. แล้ว หรือ ยังอยู่ระหว่างเตรียมแจ้ง บริษัทจึงไม่จำเป็นต้องรอให้หนังสือถึง สคส. ออกไปก่อน
จะรู้ว่าเสี่ยงสูงหรือไม่ ให้ประเมินตามปัจจัยแปดข้อในประกาศฯ 2565 ข้อ 12 เช่น ประเภทข้อมูล จำนวนคน และผู้ได้รับผลกระทบเป็นผู้เยาว์หรือบุคคลเปราะบางหรือไม่ ตัวอย่างในคู่มือของ สคส. ช่วยเทียบได้ เช่น ตัวอย่างที่ 6 ร้านค้าออนไลน์ที่รายชื่อ รหัสผ่าน และประวัติการซื้อถูกโพสต์บนอินเทอร์เน็ต คู่มือเห็นว่าต้องแจ้งลูกค้าเพราะเสี่ยงสูงที่จะถูกนำไปทำธุรกรรมผิดกฎหมาย ดูกรณีอื่นได้ที่ 10 ตัวอย่างที่ สคส. ตอบไว้
จดหมายต้องมีอะไรบ้างตามกฎหมาย?
ประกาศฯ 2565 ข้อ 10 กำหนดสาระสำคัญไว้สี่เรื่อง ทุกเรื่องมีคำว่า “เท่าที่จะสามารถกระทำได้” กำกับอยู่ในวรรคนำ จึงไม่ต้องรอข้อเท็จจริงครบทุกข้อก่อนส่ง
ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมสาระสำคัญดังต่อไปนี้ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบทราบเท่าที่จะสามารถกระทำได้โดยไม่ชักช้า
| ข้อ 10 | สาระที่กำหนด | คำถามที่ลูกค้าอยากรู้ |
|---|---|---|
| (1) | ข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับลักษณะของการละเมิด | เกิดอะไรขึ้น เมื่อไร ข้อมูลอะไรของฉันหลุดไป |
| (2) | ชื่อ สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อ DPO หรือผู้ประสานงานที่ได้รับมอบหมาย | ถ้าสงสัย ฉันโทรหรืออีเมลหาใครได้ |
| (3) | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าของข้อมูล | เรื่องนี้จะทำให้ฉันเดือดร้อนอย่างไร |
| (4) | แนวทางเยียวยา มาตรการของบริษัท และข้อแนะนำสิ่งที่เจ้าของข้อมูลทำเพิ่มได้ | บริษัทจะทำอะไรให้ และฉันควรทำอะไรตอนนี้ |
(4) แนวทางการเยียวยาความเสียหายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับมาตรการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือจะใช้เพื่อป้องกัน ระงับ หรือแก้ไขเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยอาจใช้มาตรการทางบุคลากร กระบวนการ หรือเทคโนโลยี หรือมาตรการอื่นใดที่จำเป็นและเหมาะสม รวมถึงข้อแนะนำเกี่ยวกับมาตรการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อป้องกัน ระงับ หรือแก้ไขเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือเยียวยาความเสียหาย
ข้อ (4) ยาวที่สุดและเขียนตกหล่นบ่อยที่สุด บริษัทมักเล่าแต่สิ่งที่ตัวเองทำ เช่น ปิดระบบ เปลี่ยนรหัส จ้างผู้เชี่ยวชาญ แต่ลืมครึ่งหลังของข้อ คือ ข้อแนะนำว่าเจ้าของข้อมูลควรทำอะไรเอง ซึ่งเป็นส่วนที่ลูกค้าใช้ได้จริงมากที่สุด
จดหมายถึงลูกค้าต่างจากหนังสือถึง สคส. อย่างไร
สาระของหนังสือถึง สคส. อยู่ในประกาศฯ 2565 ข้อ 6 และประกาศสำนักงานฯ 2568 ยังกำหนดช่องทางกับหัวเรื่องอีเมลไว้ด้วย ส่วนจดหมายถึงเจ้าของข้อมูลไม่มีแบบฟอร์มหรือช่องทางที่ สคส. กำหนดตายตัว มีเพียงสาระตามข้อ 10 และกรอบช่องทางตามข้อ 11
การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้ระบุสาระสำคัญเท่าที่จะสามารถกระทำได้ ตามข้อ 6 แห่งประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565
| หนังสือถึง สคส. | จดหมายถึงเจ้าของข้อมูล | |
|---|---|---|
| เมื่อไร | มีความเสี่ยง · ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ | เสี่ยงสูง · โดยไม่ชักช้า |
| สาระ | ข้อ 6: ลักษณะและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบหรือจำนวนรายการ · ผู้ติดต่อ · ผลกระทบ · มาตรการ | ข้อ 10: เกิดอะไรขึ้น · ผู้ติดต่อ · ผลกระทบต่อเขา · การเยียวยาและสิ่งที่เขาควรทำ |
| ช่องทาง | อีเมล saraban@pdpc.or.th ตามประกาศสำนักงานฯ 2568 | รายบุคคลเป็นหนังสือหรืออิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นกลุ่ม/ทั่วไปตามข้อ 11 |
| ผู้อ่าน | เจ้าหน้าที่ที่เข้าใจศัพท์เทคนิค | คนทั่วไปที่กำลังกังวล |
เขียนอย่างไรให้คนธรรมดาอ่านรู้เรื่อง?
กฎหมายบอกว่าต้องมีอะไร แต่ไม่ได้บอกว่าต้องเขียนอย่างไร เรื่องนี้แนวปฏิบัติ TDPG 4.0 หมวด J ช่วยได้มาก แม้จะเป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย แต่ตรงกับเหตุผลของข้อ 10 ที่ต้องการให้ผู้ได้รับผลกระทบป้องกันตัวเองได้
ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้ควบคุมข้อมูลจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและมีความชัดเจน
ภาษาที่ใช้ควรมีความชัดเจนและเข้าใจง่าย หลีกเลี่ยงคำศัพท์ทางเทคนิค ควรใช้ประโยคที่กระชับและตรงประเด็น เช่น แทนที่จะกล่าวถึง “บุคคลที่สาม” ควรระบุชื่อของบุคคลที่สาม หรืออย่างน้อยก็อธิบายประเภทของบุคคลที่สาม
ตารางข้างล่างเป็นประโยคที่พบบ่อยในจดหมายแจ้งเหตุ เทียบกับแบบที่เขียนใหม่ให้คนอ่านเข้าใจทันที ทุกแถวเป็นตัวอย่างสมมติ
| แบบที่ทำให้คนอ่านงง | แบบที่อ่านแล้วรู้เรื่อง |
|---|---|
| บริษัทตรวจพบเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศบางประการ | เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม มีผู้ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงระบบสมาชิกของเรา และคัดลอกข้อมูลบางส่วนออกไป |
| ข้อมูลบางส่วนอาจได้รับผลกระทบ | ข้อมูลของท่านที่หลุดไปคือ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่จัดส่ง ส่วนเลขบัตรเครดิตไม่ได้เก็บไว้ในระบบนี้ |
| มีการเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม | ไฟล์ถูกส่งถึงบริษัทขนส่งที่รับงานเราโดยผิดพลาด และบริษัทนั้นยืนยันเป็นหนังสือว่าลบแล้ว |
| บริษัทได้ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมแล้ว | เราปิดช่องโหว่แล้วตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม บังคับเปลี่ยนรหัสผ่านทุกบัญชี และแจ้ง สคส. แล้ว |
| หากมีข้อสงสัยโปรดติดต่อบริษัท | โทร 02-xxx-xxxx ทุกวัน 8.00–20.00 น. หรืออีเมล dpo@ตัวอย่าง.co.th ถึงคุณสมชาย เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |
ตัวอย่างจดหมายแจ้งเหตุที่เขียนด้วยภาษาเข้าใจง่าย
เรื่อง ข้อมูลสมาชิกของท่านรั่วไหล และสิ่งที่ท่านควรทำตอนนี้
เรียน คุณ[ชื่อ] บริษัท ตัวอย่างช็อป จำกัด ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าข้อมูลสมาชิกของท่านเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่รั่วไหลออกจากระบบของเรา เราขออภัยอย่างยิ่ง และขอแจ้งรายละเอียดเท่าที่ตรวจสอบได้ ณ วันที่ส่งจดหมายนี้
เกิดอะไรขึ้น ระหว่างวันที่ 1–3 ตุลาคม มีผู้ไม่ได้รับอนุญาตใช้ช่องโหว่ในระบบสมาชิกคัดลอกข้อมูลออกไป เราพบเรื่องนี้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม จากการตรวจสอบระบบ ข้อมูลของท่านที่หลุดไปคือ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และที่อยู่จัดส่ง ส่วนรหัสผ่านถูกเก็บแบบเข้ารหัส และระบบนี้ไม่มีข้อมูลบัตรเครดิต
อาจกระทบท่านอย่างไร ผู้ที่ได้ข้อมูลไปอาจโทรหรือส่ง SMS แอบอ้างเป็นบริษัทเรา เพื่อหลอกให้ท่านโอนเงิน กดลิงก์ หรือบอกรหัส OTP
เราทำอะไรไปแล้ว ปิดช่องโหว่แล้ว บังคับเปลี่ยนรหัสผ่านทุกบัญชี แจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) แล้ว และให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจระบบทั้งหมด หากตรวจพบข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับท่าน เราจะแจ้งท่านอีกครั้ง
- สิ่งที่ท่านควรทำตอนนี้: บริษัทจะไม่โทรหรือส่งข้อความขอรหัสผ่าน รหัส OTP หรือให้โอนเงินไม่ว่ากรณีใด ถ้าได้รับ ให้วางสายหรือลบทิ้ง
- ถ้าท่านใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบริการอื่น ให้เปลี่ยนรหัสผ่านของบริการนั้นด้วย
- ระวังลิงก์ใน SMS หรืออีเมลที่อ้างชื่อบริษัท ให้เข้าเว็บไซต์โดยพิมพ์ที่อยู่เองเท่านั้น
ติดต่อเรา คุณ[ชื่อ] เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โทร [เบอร์] ทุกวัน [เวลา] หรืออีเมล [อีเมล] ที่อยู่ [ที่อยู่บริษัท] หากท่านเห็นว่าเรายังจัดการเรื่องนี้ไม่เหมาะสม ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อ สคส. ได้
สังเกตว่าตัวอย่างนี้ตอบครบทั้งสี่ข้อของข้อ 10 โดยไม่ต้องอ้างเลขข้อในตัวจดหมาย ลูกค้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าประกาศฉบับไหนสั่ง แค่ต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและต้องทำอะไรต่อ ถ้าอยากดูโครงอีกแบบที่ละเอียดกว่า TDPG 4.0 มีตัวอย่างหนังสือแจ้งเหตุให้ศึกษาต่อ
ส่งช่องทางไหนดี ถ้าไม่มีอีเมลของทุกคน?
หลักคือแจ้งรายบุคคลเป็นหนังสือหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าทำไม่ได้เพราะไม่มีช่องทางติดต่อหรือมีเหตุจำเป็นอื่น ประกาศฯ 2565 ข้อ 11 ให้แจ้งเป็นกลุ่มหรือประกาศทั่วไปได้ แต่มีเงื่อนไขกำกับไว้ในวรรคสอง
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจแจ้งเหตุการละเมิดแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นกลุ่ม หรือแจ้งเป็นการทั่วไปผ่านสื่อสาธารณะ สื่อสังคมออนไลน์ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงการแจ้งดังกล่าวได้ การแจ้งเหตุการละเมิดแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นกลุ่ม หรือแจ้งเป็นการทั่วไป จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เงื่อนไข “ต้องไม่ก่อความเสียหาย” มีผลต่อการเขียนประกาศทั่วไปโดยตรง ห้ามใส่รายชื่อหรือข้อมูลที่ทำให้รู้ว่าใครบ้างได้รับผลกระทบ และไม่ควรใส่ลิงก์ให้กรอกข้อมูลยืนยันตัวตน เพราะมิจฉาชีพลอกหน้าตาประกาศไปหลอกต่อได้ง่าย
อย่างไรก็ดีตัวอย่างของวิธีการสื่อสารที่ไม่แนะนำ คือ การแจ้งเตือนที่จำกัดอยู่เพียงแค่ข่าวประชาสัมพันธ์หรือบล็อกขององค์กร เนื่องจากไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารการละเมิดไปยังบุคคลทั่วไป
TDPG 4.0 ข้อ J48 แนะนำช่องทางที่ถึงตัวคนจริง เช่น อีเมล SMS ข้อความตรง แบนเนอร์เด่นบนเว็บไซต์ และไปรษณีย์ และบอกว่าอาจต้องใช้หลายช่องทางพร้อมกัน ส่วนข้อ J49 แนะนำให้ใช้ภาษาที่บริษัทใช้กับลูกค้าคนนั้นตามปกติ ลูกค้าต่างชาติจึงควรได้จดหมายภาษาที่เขาอ่านออก
ข้อผิดพลาดที่ทำให้จดหมายแจ้งเหตุใช้ไม่ได้
ข้อ 10 (1) ให้บอกลักษณะของการละเมิด ลูกค้าต้องรู้อย่างน้อยว่าข้อมูลประเภทไหนของเขาหลุดไป ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้บอกสิ่งที่รู้แล้วและบอกว่าจะแจ้งเพิ่มเมื่อไร
ข้อ 10 (2) ให้ระบุชื่อ สถานที่ติดต่อ และวิธีติดต่อ DPO หรือผู้ประสานงาน
ข้อ 10 (4) รวมข้อแนะนำสิ่งที่เจ้าของข้อมูลทำเพิ่มได้ TDPG 4.0 ข้อ J47 ยกตัวอย่างว่าถ้าข้อมูลบัตรเครดิตหลุด ควรแนะนำให้อายัดบัตร
ข้อ 11 ให้แจ้งทั่วไปได้เมื่อแจ้งรายบุคคลไม่ได้ ถ้ามีช่องทางติดต่อรายคนอยู่แล้วก็ควรใช้ช่องทางนั้น
ข้อ 10 ใช้ได้ทั้งเมื่อแจ้ง สคส. แล้วหรืออยู่ระหว่างเตรียมแจ้ง ถ้าลูกค้ากำลังจะถูกหลอก ยิ่งรอ ความเสียหายก็ยิ่งเพิ่ม
คู่มือ สคส. ตัวอย่างที่ 5 ก็ให้ธนาคารตรวจต่อว่ามีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มหรือไม่ ถ้าพบต้องแจ้งเพิ่มเติม
ถ้าข้อมูลรั่วจากผู้ให้บริการภายนอก จดหมายยังเป็นหน้าที่ของบริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล อ่านต่อที่ ผู้รับจ้างทำข้อมูลรั่ว ใครต้องแจ้งใคร และอยากฝึกเขียนจดหมายนี้ภายใต้เวลาบีบ ลองใส่เป็นโจทย์ใน การซ้อมรับมือข้อมูลรั่วแบบครึ่งวัน
คำถามที่พบบ่อย
ต้องส่งจดหมายภายในกี่วัน?
PDPA มาตรา 37 (4) และประกาศฯ 2565 ข้อ 10 ใช้คำว่า “โดยไม่ชักช้า” ไม่ได้กำหนดเป็นชั่วโมงหรือวัน ยิ่งความเสี่ยงที่ลูกค้าจะถูกหลอกสูง ยิ่งควรส่งเร็ว และไม่ต้องรอให้แจ้ง สคส. เสร็จก่อน
ต้องบอกในจดหมายไหมว่าแจ้ง สคส. แล้ว?
ข้อ 10 ไม่ได้กำหนดไว้ แต่การบอกว่าแจ้งแล้วอยู่ในส่วนมาตรการที่บริษัททำตามข้อ 10 (4) ได้ และช่วยให้ลูกค้ามั่นใจขึ้น ถ้ายังไม่ได้แจ้ง อย่าเขียนว่าแจ้งแล้ว
จดหมายควรระบุว่าใครเป็นคนโจมตีระบบไหม?
ไม่จำเป็นและไม่ควรเดา ข้อ 10 (1) ต้องการลักษณะของการละเมิด ไม่ใช่ผลสอบสวนคดี ถ้าข้อมูลถูกส่งผิดไปให้คู่ค้า TDPG 4.0 แนะนำให้ระบุประเภทหรือชื่อผู้รับแทนคำว่า “บุคคลที่สาม”
ส่งทาง LINE Official Account ได้ไหม?
ข้อ 11 ใช้คำว่าเป็นหนังสือหรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการแจ้งรายบุคคล ข้อความตรงที่ถึงตัวลูกค้าแต่ละคนจึงใช้ได้ แต่ควรมีช่องทางที่สองควบคู่ เพราะลูกค้าบางคนไม่เปิดอ่าน และระวังไม่ใส่ลิงก์ที่มิจฉาชีพเลียนแบบได้
ถ้าประเมินแล้วไม่เสี่ยงสูง แต่อยากแจ้งลูกค้าอยู่ดี ได้ไหม?
ไม่มีตัวบทในคลังห้ามไว้ และ TDPG 4.0 ข้อ J49 ก็ระบุว่าผู้ควบคุมอาจแจ้งข้อมูลมากกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ ให้บันทึกผลประเมินตามข้อ 12 ไว้ด้วยว่าทำไมจึงเลือกแจ้ง
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (4)
- ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ข้อ 5 (4) · ข้อ 6 · ข้อ 10 · ข้อ 11 · ข้อ 12
- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2568 — ข้อ 3
- TDPG 4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมวด J การจัดการเหตุละเมิด — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย — TDPG 4.0 ข้อ J46–J49 และตัวอย่างหนังสือแจ้งเหตุ [195] (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย)
- คู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงและแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เวอร์ชัน 1.0 (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · 15 ธันวาคม 2565) — แนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย — ตัวอย่างที่ 5 · 6 (แนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย)
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

