ภาพมุมบนของโต๊ะทำงาน มีตารางเวลาซ้อมรับมือเหตุ นาฬิกาจับเวลา โทรศัพท์จอดับ และกระดาษโน้ตสีเหลือง
ข้อมูลรั่วไหล

ซ้อมรับมือข้อมูลรั่วทั้งบริษัท ครึ่งวันก็พอ

แผนรับมือที่เขียนไว้แต่ไม่เคยซ้อม มักสะดุดตั้งแต่คำถามแรกว่าบริษัททราบเหตุเมื่อไร บทความนี้ให้ตารางซ้อมสี่ชั่วโมง โจทย์ที่ดัดแปลงจากตัวอย่างของ สคส. และวิธีวัดผลที่ผูกกับเส้นตายตามกฎหมาย

เผยแพร่ อ่าน 13 นาทีโดย
สรุปสั้น

การซ้อมรับมือข้อมูลรั่วแบบครึ่งวัน คือการให้ทุกฝ่ายเล่นเหตุสมมติบนโต๊ะตามลำดับเวลา เพื่อดูว่าบริษัทแจ้ง สคส. ทันภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุหรือไม่ บทความนี้ให้ DPO ไอที และผู้บริหาร ได้ตารางซ้อมสี่ชั่วโมง โจทย์จากคู่มือ สคส. และเกณฑ์วัดผล

  • PDPA ม.37 (4) และประกาศฯ 2565 ข้อ 5 กำหนดให้แจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ ทีมที่ไม่เคยซ้อมมักเสียเวลาไปกับการหาคนตัดสินใจ
  • บริษัทเอกชนทั่วไปไม่มีกฎหมายสั่งให้ซ้อม แต่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงาน CII ต้องมีการฝึกซ้อมตามประกาศ กมช. พ.ศ. 2566
  • TDPG 4.0 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) เตือนว่าถ้าไม่มีขั้นตอนให้พนักงานแจ้งเหตุภายใน อาจถือว่าบริษัทไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
  • โจทย์ซ้อมที่ดีที่สุดหยิบจาก 10 ตัวอย่างในคู่มือ สคส. เพราะมีคำตอบของหน่วยงานกำกับไว้ให้เทียบ
  • ผลที่ต้องได้จากการซ้อมมีสามอย่าง คือเวลาที่ทราบเหตุพร้อมเหตุผล ผู้มีอำนาจสั่งแจ้ง และหนังสือแจ้ง สคส. ที่กรอกครบพร้อมส่ง

บริษัทส่วนใหญ่มีแผนรับมือเหตุข้อมูลรั่วเก็บไว้ในแฟ้มแล้ว ปัญหาคือแผนนั้นไม่เคยถูกใช้จริง พอเกิดเรื่องขึ้นมา คนในห้องจึงเถียงกันตั้งแต่ข้อแรกว่า ตกลงเรารู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไร และใครมีอำนาจสั่งให้แจ้ง

คำถามสองข้อนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (4) นับเส้นตาย 72 ชั่วโมงจากเวลาที่ ทราบเหตุ ไม่ใช่จากเวลาที่ประชุมเสร็จ เวลาที่เสียไปกับการตามหาคนเซ็นจึงถูกนับรวมอยู่ในเส้นตายด้วย

การซ้อมบนโต๊ะ (tabletop exercise) เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดในการหาจุดอ่อนเหล่านี้ก่อนเกิดเหตุจริง ใช้แค่ห้องประชุมหนึ่งห้อง คนจากแต่ละฝ่าย และโจทย์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า บทความนี้วางตารางซ้อมแบบสี่ชั่วโมงที่ทำเสร็จได้ในเช้าวันเดียว

กฎหมายบังคับให้บริษัทซ้อมรับมือข้อมูลรั่วไหม?

สำหรับบริษัทเอกชนทั่วไป ไม่มีบทบัญญัติใน PDPA ที่สั่งให้ซ้อม แต่กฎหมายกำหนดผลลัพธ์ที่ทำได้ยากมากถ้าไม่เคยซ้อม คือต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินความเสี่ยง และแจ้ง สคส. ให้ทันในกรอบเวลาเดียว

เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงตาม (1) แล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจริง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งเหตุการละเมิดแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 5 (3)ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565

กลุ่มที่มีหน้าที่ซ้อมชัดเจนคือหน่วยงานตามประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 ซึ่งนิยามคำว่า “หน่วยงาน” ไว้แคบ ไม่รวมบริษัทเอกชนที่ไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

หมายความว่า หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 3นิยามคำว่า “หน่วยงาน” ในประกาศ กมช. พ.ศ. 2566
(ญ) การฝึกซ้อมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Exercise)
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 4 (1) (ญ)อยู่ในรายการมาตรการขั้นต่ำตั้งแต่ระดับต่ำ ระดับกลางและระดับสูงทำตามข้อ (1) ด้วย

ถ้าบริษัทของคุณเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ การซ้อมจึงเป็นมาตรการขั้นต่ำที่ต้องมี ส่วนบริษัททั่วไป การซ้อมเป็นวิธีพิสูจน์กับตัวเองว่ามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตาม PDPA มาตรา 37 (1) ใช้ได้จริง ไม่ได้มีแค่บนกระดาษ ดูวิธีเช็กสถานะได้ที่ บริษัทเราเป็น CII ไหม

ถ้าไม่เคยซ้อม บริษัทเสี่ยงอะไรบ้าง?

ความเสี่ยงแรกคือแจ้งไม่ทัน ความเสี่ยงที่สองมองเห็นยากกว่า คือแนวปฏิบัติ TDPG 4.0 หมวด J ถือว่าการไม่มีขั้นตอนให้พนักงานแจ้งเหตุเข้าหน่วยงานที่รับผิดชอบ เป็นสัญญาณว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยยังไม่เหมาะสม แม้เส้นตาย 72 ชั่วโมงจะยังไม่เริ่มนับก็ตาม

อย่างไรก็ดี การที่ผู้ควบคุมข้อมูลไม่ได้กำหนดในนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติงานให้บุคลากรแจ้งเหตุมาที่หน่วยงานรับผิดชอบนั้น ผู้ควบคุมข้อมูลนั้นก็มีความเสี่ยงที่จะถือว่าไม่ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม [47]
ตัวบท TDPG 4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมวด J การจัดการเหตุละเมิด — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · TDPG 4.0 ข้อ J14 (แนวปฏิบัติ)TDPG 4.0 เป็นแนวปฏิบัติ ไม่มีผลผูกพันเท่าตัวบท แต่สะท้อนวิธีที่ผู้ปฏิบัติงานในวงการอ่านกฎหมาย

TDPG 4.0 ยังเตือนอีกเรื่องที่การซ้อมมักเจอ คือบริษัทที่ใช้ระบบตั๋วงาน (ticket) ชอบนับ 72 ชั่วโมงจากเวลาเปิดตั๋ว ซึ่งไม่ถูกเสมอไป เพราะเวลาที่ถือว่าทราบเหตุขึ้นกับข้อเท็จจริง ไม่ได้ขึ้นกับว่ามีคนกรอกระบบเมื่อไร

กรณีองค์กรที่ใช้ระบบการติดตามปัญหา (Issue Tracking System) การเริ่มต้นนับระยะเวลา 72 ชั่วโมงไม่สามารถนับจากเวลาที่เปิด Ticket ได้ทุกกรณี เนื่องจากระยะเวลา 72 ชั่วโมงต้องพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ตัวบท TDPG 4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมวด J การจัดการเหตุละเมิด — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · TDPG 4.0 ข้อควรระวัง [53] ใต้ข้อ J16 (แนวปฏิบัติ)

ใครต้องเข้าห้องซ้อมบ้าง?

เชิญให้ครบทุกคนที่ต้องตัดสินใจหรือส่งข้อมูลในเหตุจริง ไม่ใช่แค่ทีมไอที ห้องที่มีแต่คนไอทีจะซ้อมได้เฉพาะการกู้ระบบ แต่ตอบไม่ได้ว่าใครเซ็นหนังสือถึง สคส. และใครคุยกับลูกค้า

บทบาทในห้องซ้อม (ข้อแนะนำ ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย)
บทบาทใครรับหน้าที่ในห้องซ้อม
ผู้คุมการซ้อมDPO ภายนอก ที่ปรึกษา หรือคนที่ไม่ได้ร่วมตัดสินใจปล่อยโจทย์ทีละซอง เดินเวลาสมมติ ไม่ช่วยตอบ
ผู้จดเวลาพนักงานหนึ่งคนที่ไม่ได้อยู่ในทีมตัดสินใจจดเวลาจริงและเวลาสมมติของทุกการตัดสินใจ พร้อมชื่อผู้ตัดสิน
DPO หรือผู้ประสานงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือคนที่บริษัทมอบหมายชี้ว่าเหตุเข้าข่ายต้องแจ้งไหม และเป็นชื่อผู้ติดต่อในหนังสือแจ้ง (ประกาศฯ 2565 ข้อ 6 (2))
ไอทีและความปลอดภัยหัวหน้าไอที ผู้ดูแลระบบตอบว่ารู้อะไรแล้ว ยังไม่รู้อะไร และหยุดความเสียหายอย่างไร
ผู้มีอำนาจตัดสินใจกรรมการผู้จัดการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจสั่งแจ้ง สคส. และเจ้าของข้อมูล ภายในเวลาที่กำหนด
กฎหมายและสื่อสารฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายสื่อสารองค์กร คอลเซ็นเตอร์ร่างข้อความถึงลูกค้า ตอบสื่อ และรับสายสอบถาม
ตัวแทนผู้ให้บริการภายนอกผู้ดูแลคลาวด์ CRM หรือเว็บ (ถ้าเชิญได้)ทดสอบว่าช่องทางแจ้งเหตุตามสัญญาใช้งานได้จริง

ตารางซ้อมครึ่งวันมีหน้าตาอย่างไร?

หลักการคือย่อ 72 ชั่วโมงลงมาเหลือราวสามชั่วโมง แล้วปล่อยโจทย์ทีละช่วงเหมือนข่าวที่ทยอยเข้ามาในเหตุจริง ผู้คุมการซ้อมประกาศเวลาสมมติทุกครั้ง เช่น “ตอนนี้คือชั่วโมงที่ 20” ให้ทีมรู้ว่าเหลือเวลาอีกเท่าไร

เหตุสมมติในตารางข้างล่างคือร้านค้าออนไลน์ที่ข้อมูลลูกค้าหลุดผ่านระบบ CRM ของผู้ให้บริการภายนอก เลือกเรื่องนี้เพราะบังคับให้ทีมเจอทั้งหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล หน้าที่ของผู้ประมวลผล และการแจ้งเจ้าของข้อมูลในการซ้อมครั้งเดียว

  1. 09:00 · ชั่วโมงสมมติที่ 0
    โจทย์ที่ 1: คอลเซ็นเตอร์รายงานว่าลูกค้าสามรายโทรมาบอกว่าได้รับ SMS ที่มีชื่อและเลขคำสั่งซื้อของตัวเอง พร้อมลิงก์แปลก ๆ ทีมต้องตอบว่าเรื่องนี้ต้องส่งถึงใคร ผ่านช่องทางไหน และใครเป็นคนรับประกาศฯ 2565 ข้อ 5 · TDPG ข้อ J16
  2. 09:30 · ชั่วโมงสมมติที่ 6
    โจทย์ที่ 2: ไอทีพบ log ว่ามีการส่งออกตารางลูกค้าผิดปกติจากบัญชีของผู้ให้บริการ CRM ผู้จดเวลาบันทึกว่าทีมถือว่า “ทราบเหตุ” ณ เวลาใด และเหตุผลคืออะไร คำตอบนี้คือจุดเริ่มนับ 72 ชั่วโมงม.37 (4) · TDPG ข้อ J12
  3. 10:00 · ชั่วโมงสมมติที่ 12
    โจทย์ที่ 3: ผู้ให้บริการ CRM ส่งอีเมลยืนยันว่ามีช่องโหว่ฝั่งตน ทีมเปิดสัญญาดูว่ามีข้อบังคับให้ผู้ให้บริการแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงหรือไม่ และสั่งให้ผู้ให้บริการทำอะไรต่อประกาศฯ 2565 ข้อ 5 (2) · ข้อ 8
  4. 10:30 · ชั่วโมงสมมติที่ 24
    โจทย์ที่ 4: ข้อมูลที่หลุดมีชื่อ เบอร์โทร ที่อยู่ และประวัติการซื้อราว 8,000 ราย (ตัวเลขสมมติ) ทีมประเมินความเสี่ยงตามปัจจัย 8 ข้อ แล้วตัดสินว่าต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลด้วยหรือไม่ประกาศฯ 2565 ข้อ 12 · ข้อ 10
  5. 11:15 · ชั่วโมงสมมติที่ 40
    โจทย์ที่ 5: ภาพหน้าจอ SMS หลอกลวงถูกแชร์ในโซเชียล นักข่าวโทรมาถาม ฝ่ายสื่อสารต้องเขียนข้อความชี้แจงสาธารณะที่ไม่เปิดเผยข้อมูลลูกค้าเพิ่มประกาศฯ 2565 ข้อ 11
  6. 11:45 · ชั่วโมงสมมติที่ 66
    โจทย์ที่ 6: ยังไม่รู้จำนวนรายการที่แน่นอน ทีมต้องตัดสินว่าจะส่งหนังสือถึง สคส. เท่าที่มี หรือรอ และต้องกรอกหนังสือฉบับซ้อมให้ครบสี่หัวข้อ พร้อมหัวเรื่องอีเมลตามรูปแบบของสำนักงานประกาศฯ 2565 ข้อ 6 · ข้อ 7 · ประกาศสำนักงาน 2568 ข้อ 2
  7. 12:15 · หลังจบการซ้อม
    สรุปบทเรียน 45 นาที เทียบเวลาที่จดได้กับเส้นตาย ไล่ดูว่าใครรอใคร และมอบหมายงานแก้พร้อมกำหนดวันเสร็จประกาศฯ 2565 ข้อ 5 (5)

สังเกตว่าโจทย์ที่ 6 จงใจให้ข้อมูลไม่ครบ เพราะในเหตุจริงแทบไม่มีครั้งไหนที่ข้อมูลครบก่อนเส้นตาย ประกาศฯ 2565 ข้อ 6 ใช้คำว่าให้ระบุสาระสำคัญ “เท่าที่จะสามารถกระทำได้” ทีมควรฝึกส่งของที่มีอยู่ให้ทันก่อน แล้วค่อยส่งข้อมูลเพิ่มตามหลัง

วิธีการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ยื่นผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : saraban@pdpc.or.th
ตัวบท ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2568 · ข้อ 2ในการซ้อม ให้เขียนอีเมลจนพร้อมส่ง แต่ห้ามกดส่งจริง

ถ้าทีมทำไม่ทันในการซ้อม

ผลแบบนี้มีค่าที่สุดของการซ้อม ให้ผู้คุมการซ้อมจดไว้ว่าช้าเพราะอะไร แล้วเปิดประกาศฯ 2565 ข้อ 7 ให้ทุกคนอ่านพร้อมกัน ข้อนี้เปิดทางให้ขอยกเว้นความผิดได้ แต่ต้องมีเหตุจำเป็นที่ชี้แจงได้ และมีเพดานที่ขยายไม่ได้

โดยจะต้องแจ้งแก่สำนักงานโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่ทราบเหตุ
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 7 วรรคหนึ่ง

โจทย์ซ้อมควรเอามาจากไหน?

แหล่งที่ดีที่สุดคือ คู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงและแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ซึ่งมี 10 ตัวอย่างพร้อมคำตอบว่าต้องแจ้งใคร คู่มือนี้เป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย แต่ทำให้ผู้คุมการซ้อมมีเฉลยที่อ้างอิงได้

โจทย์ซ้อมที่ดัดแปลงจากคู่มือ สคส. (คำตอบตามคู่มือ ซึ่งเป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย)
ตัวอย่างในคู่มือทดสอบเรื่องอะไรคำตอบของคู่มือ
ตัวอย่างที่ 1: USB ที่เข้ารหัสด้วยเทคโนโลยีน่าเชื่อถือหายทีมกล้าตัดสินว่า “ไม่ต้องแจ้ง” และบันทึกเหตุผลไว้ได้ไหมไม่ต้องแจ้งทั้ง สคส. และเจ้าของข้อมูล
ตัวอย่างที่ 4: ransomware เข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดและไม่มีข้อมูลสำรองแยกได้ไหมว่าข้อมูลใช้งานไม่ได้ก็เป็นเหตุละเมิด แม้ไม่มีใครเห็นข้อมูลต้องแจ้งทั้ง สคส. และเจ้าของข้อมูล
ตัวอย่างที่ 7: ผู้รับจ้างดูแลเว็บ (Web Hosting) โปรแกรมตรวจสิทธิผิดพลาด ลูกค้าเข้าใช้ไม่ได้ผู้ให้บริการรู้ไหมว่าต้องแจ้งบริษัท และบริษัทรู้ไหมว่าต้องแจ้ง สคส. ต่อผู้รับจ้างแจ้งผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ควบคุมแจ้ง สคส. ยังไม่ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูล
ตัวอย่างที่ 10: ส่งอีเมลการตลาดโดยใส่ผู้รับ 100 คนในช่อง To หรือ Ccเหตุเล็กที่เกิดจากคน ทีมจะมองข้ามหรือไม่ต้องแจ้งทั้ง สคส. และเจ้าของข้อมูล เว้นแต่ข้อมูลเข้ารหัสด้วยเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือ

ซ้อมปีละหนึ่งเรื่องก็พอ แต่ควรสลับประเภทเหตุ ปีนี้ซ้อมเรื่องข้อมูลหลุดออกไปข้างนอก ปีหน้าซ้อมเรื่องระบบใช้งานไม่ได้ เพราะประกาศฯ 2565 ข้อ 4 แบ่งเหตุละเมิดเป็นสามประเภท คือด้านความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งาน แต่ละแบบทำให้ทีมคิดต่างกัน รายละเอียดทั้ง 10 กรณีอ่านได้ที่ เข้ารหัสแล้วยังต้องแจ้งเหตุไหม

การซ้อมมักสะดุดตรงไหน?

จุดที่ทำให้ช้ามักไม่ใช่ความรู้กฎหมาย แต่เป็นเรื่องการประสานงานระหว่างคนในทีม ผู้คุมการซ้อมควรเตรียมโจทย์ไว้กระตุ้นแต่ละจุดข้างล่างนี้โดยเฉพาะ

ไม่มีใครกล้าประกาศว่า “ทราบเหตุแล้ว”เสียเวลามากที่สุด

ทีมรอให้ไอทียืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อน ทั้งที่ TDPG 4.0 ข้อ J12 อธิบายว่าทราบเหตุเมื่อมีความแน่นอนในระดับที่สมเหตุสมผล ให้ตั้งกติกาไว้ล่วงหน้าว่าใครเป็นคนประกาศ

เบอร์ติดต่อผู้ให้บริการภายนอกเป็นของพนักงานขายที่ลาออกแล้วเจอบ่อยมาก

ประกาศฯ 2565 ข้อ 5 (2) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลสั่งการผู้ประมวลผลให้ระงับความเสียหาย ถ้าติดต่อไม่ได้ก็สั่งไม่ได้ ให้ทำรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินแนบท้ายสัญญา

ผู้บริหารที่มีอำนาจสั่งแจ้งอยู่ต่างประเทศต้องมีผู้รับมอบอำนาจ

เส้นตายนับต่อเนื่อง ไม่หยุดรอใคร ให้กำหนดผู้รับมอบอำนาจลำดับที่สองไว้ในแผน

ฝ่ายสื่อสารโพสต์ชี้แจงก่อนแจ้งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบระวัง

ประกาศฯ 2565 ข้อ 11 ให้แจ้งเป็นการทั่วไปได้เมื่อแจ้งรายบุคคลไม่ได้ และการแจ้งนั้นต้องไม่ก่อความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล ข้อความที่ใส่รายละเอียดมากเกินไปอาจเข้าทางมิจฉาชีพ

ทีมตัดสินว่า “ไม่ต้องแจ้ง” และเขียนเหตุผลไว้ครบผ่าน

ประกาศฯ 2565 ข้อ 9 ให้ยกข้อยกเว้นได้ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่มีความเสี่ยง และต้องส่งหลักฐานให้สำนักงานพิจารณา การซ้อมที่จบด้วยเหตุผลที่เขียนไว้จึงถือว่าดี

วัดผลการซ้อมอย่างไรให้รู้ว่าดีขึ้นจริง?

อย่าวัดว่า “ทุกคนเข้าใจ” เพราะวัดไม่ได้ ให้วัดจากสิ่งที่ผู้จดเวลาบันทึกไว้ แล้วเก็บตัวเลขชุดเดิมทุกปีเพื่อเทียบกัน

  1. เวลาตั้งแต่โจทย์แรกถึงการประกาศว่าทราบเหตุ พร้อมเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. เวลาตั้งแต่ทราบเหตุถึงการสั่งแจ้ง สคส. โดยผู้มีอำนาจตัวจริง
  3. หนังสือแจ้ง สคส. ฉบับซ้อม กรอกครบสี่หัวข้อตามประกาศฯ 2565 ข้อ 6 หรือไม่ โดยเฉพาะชื่อและช่องทางติดต่อของ DPO
  4. ผลประเมินความเสี่ยง อ้างปัจจัยตามประกาศฯ 2565 ข้อ 12 ได้กี่ข้อ และตัดสินเรื่องการแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมเหตุผลหรือไม่
  5. การติดต่อผู้ให้บริการภายนอก ใช้เวลาเท่าไรกว่าจะได้คนที่ตอบคำถามเทคนิคได้
  6. งานแก้หลังซ้อม มีเจ้าของงานและวันเสร็จครบทุกข้อหรือไม่

หลังซ้อมเสร็จ ต้องเก็บอะไรไว้เป็นหลักฐาน?

เก็บสามอย่าง คือบันทึกเวลาของผู้จดเวลา หนังสือแจ้ง สคส. ฉบับซ้อม และรายการงานแก้ที่มีชื่อผู้รับผิดชอบ เอกสารชุดนี้ใช้ตอบได้ว่าบริษัทเคยทดสอบมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของตัวเองจริง

เมื่อเกิดเหตุจริงแล้ว ประกาศฯ 2565 ข้อ 5 (5) สั่งให้ทบทวนมาตรการเพื่อป้องกันเหตุแบบเดียวกันในอนาคตอยู่แล้ว บริษัทที่ซ้อมเป็นประจำจะมีรายการงานแก้รออยู่ก่อน ไม่ต้องมานั่งคิดใหม่ทั้งหมดในช่วงที่ทุกคนรับมือเหตุอยู่

ดำเนินการตามมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อระงับ ตอบสนอง แก้ไข หรือฟื้นฟูสภาพจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมทั้งป้องกันและลดผลกระทบจากการเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะเดียวกันในอนาคต
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 5 (5)

ขั้นตอนเต็มของเหตุจริงตั้งแต่นาทีแรกอ่านต่อได้ที่ ข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรบ้างใน 72 ชั่วโมงแรก ส่วนการเขียนข้อความถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ดู จดหมายแจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อข้อมูลรั่ว

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทเล็กที่ไม่มี DPO ซ้อมแบบนี้ได้ไหม?

ได้ ให้ผู้ที่บริษัทมอบหมายเป็นผู้ประสานงานรับบทแทน DPO เพราะประกาศฯ 2565 ข้อ 6 (2) ก็เปิดให้ระบุชื่อผู้ที่ได้รับมอบหมายแทนได้ ลดเหลือสองชั่วโมงและโจทย์สามข้อก็พอ

ต้องแจ้ง สคส. ไหมว่าบริษัทจัดซ้อม?

ไม่มีตัวบทในคลังที่กำหนดให้แจ้ง และห้ามส่งอีเมลซ้อมไปที่ saraban@pdpc.or.th เด็ดขาด ให้เขียนถึงขั้นพร้อมส่งแล้วเก็บไว้เป็นหลักฐานภายใน

ควรซ้อมบ่อยแค่ไหน?

กฎหมายไม่ได้กำหนดสำหรับบริษัทเอกชนทั่วไป ข้อแนะนำของเราคือปีละครั้ง และซ้อมเพิ่มเมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการระบบสำคัญ เปลี่ยนผู้บริหาร หรือหลังเกิดเหตุจริง

ควรเชิญผู้ให้บริการภายนอกเข้าร่วมด้วยไหม?

ถ้าเชิญได้ควรเชิญ เพราะประกาศฯ 2565 ข้อ 8 ให้บริษัทกำหนดในสัญญาว่าผู้ประมวลผลต้องแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ การซ้อมคือโอกาสทดสอบว่าช่องทางนั้นใช้ได้จริง

หน่วยงาน CII ใช้ตารางนี้แทนการฝึกซ้อมตามประกาศ กมช. ได้ไหม?

ใช้เป็นส่วนหนึ่งได้ แต่ประกาศ กมช. พ.ศ. 2566 ผูกการฝึกซ้อมไว้กับประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานของ สกมช. ซึ่งมีรายละเอียดของตัวเอง ควรเทียบกับฉบับนั้นอีกชั้นหนึ่ง

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (4)
  2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ข้อ 5 · ข้อ 6 · ข้อ 7 · ข้อ 8 · ข้อ 11 · ข้อ 12
  3. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2568 — ข้อ 2
  4. คู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงและแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เวอร์ชัน 1.0 (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · 15 ธันวาคม 2565) — แนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย — ตัวอย่างที่ 1 · 4 · 7 · 10 (แนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย)
  5. TDPG 4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมวด J การจัดการเหตุละเมิด — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย — TDPG 4.0 ข้อ J12–J16 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย)
  6. ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 — ข้อ 3 · ข้อ 4 (1) (ญ)

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

ข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรบ้างใน 72 ชั่วโมงแรกข้อมูลรั่วต้องทำอะไรใน 72 ชั่วโมงแรก ตาม PDPA ม.37(4) ประกาศแจ้งเหตุ 2565 ช่องทางอีเมลของ สคส. ปี 2568 พ.ร.บ.คอมฯ ม.26 และ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 พร้อมตารางเทียบเข้ารหัสแล้วยังต้องแจ้งเหตุไหม? ดู 10 ตัวอย่างที่ สคส. ตอบไว้สรุป 10 ตัวอย่างในคู่มือประเมินความเสี่ยงเหตุละเมิดของ สคส. กรณีไหนต้องแจ้งใคร และทำไมการเข้ารหัสช่วยได้เฉพาะเหตุที่กระทบความลับ พร้อมตารางเทียบเหตุผู้รับจ้างทำข้อมูลรั่ว ใครต้องแจ้งใคร ภายในกี่ชั่วโมงผู้ประมวลผลทำข้อมูลรั่ว ต้องแจ้งผู้ควบคุมตาม PDPA ม.40 และภายใน 72 ชั่วโมงตามสัญญา (ประกาศฯ 2565 ข้อ 8) ส่วนผู้ควบคุมแจ้ง สคส. ตาม ม.37 (4)จดหมายแจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อข้อมูลรั่ว ต้องมีอะไรบ้างจดหมายแจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อข้อมูลรั่วต้องมี 4 เรื่องตามประกาศฯ 2565 ข้อ 10 พร้อมตัวอย่างจดหมายภาษาเข้าใจง่าย ช่องทางแจ้งตามข้อ 11 และข้อผิดพลาดที่พบบ่อยแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง ต้องทำอย่างไรข้อมูลรั่วต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุตามมาตรา 37 (4) ดูขั้นตอน สิ่งที่ต้องแจ้ง ช่องทางอีเมล และวิธีรับมือเมื่อแจ้งช้ามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำตาม PDPA ต้องมีอะไรบ้าง?สรุปมาตรการความปลอดภัยขั้นต่ำที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีตามมาตรา 37 (1) และประกาศคณะกรรมการฯ พ.ศ. 2565 พร้อมขั้นตอนทำจริงและหลักฐานที่ควรเก็บ