ร้านค้าขนาดเล็กยามค่ำคืน มีกล้องวงจรปิดทรงโดมติดอยู่เหนือประตูทางเข้า
แนวปฏิบัติ PDPA

กล้องวงจรปิดที่ติดแล้ว ทำ 7 ข้อให้ปลอดภัยได้ในหนึ่งสัปดาห์

แนวปฏิบัติ สกมช. มี 7 ข้อสำหรับคนที่ติดกล้องไปแล้วและยังทำไม่ครบ บทความนี้เรียงเป็นแผนทีละวัน บอกว่าใครทำ ใช้เวลาประมาณเท่าไร และข้อไหนเป็นแค่คำแนะนำ ข้อไหนมี PDPA รองรับ

เผยแพร่ อ่าน 19 นาทีโดย
สรุปสั้น

7 ข้อเริ่มต้นสำหรับกล้องวงจรปิดที่ติดแล้ว คือชุดมาตรการในข้อ 3.1 ของแนวปฏิบัติ สกมช. ฉบับ 29 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ ไม่ใช่กฎหมาย เจ้าของร้านและ SME ได้แผนทำให้ปลอดภัยทีละข้อภายในหนึ่งสัปดาห์ พร้อมตารางว่าใครทำอะไร และแยกชัดว่าส่วนไหนเป็นหน้าที่ตาม PDPA

  • แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.1 มี 7 ข้อ ตั้งแต่เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นจนถึงกำหนดผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ
  • เอกสารนี้เป็นข้อเสนอแนะ ไม่มีสภาพบังคับใช้ ตามที่คำนำเขียนไว้เอง ใช้แทนกฎหมายไม่ได้
  • ระดับ B/E/H ในเอกสารไม่ใช่การจัดชั้นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และไม่ได้กำหนดจากขนาดร้าน
  • หน้าที่ตามกฎหมายอยู่ที่ PDPA เช่น มาตรา 37 (1) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และ (3) ระบบลบข้อมูล
  • เวลาในตารางแผนหนึ่งสัปดาห์เป็นการประมาณของผู้เขียน ไม่ใช่ตัวเลขจากแนวปฏิบัติ

สมมติว่าร้านของคุณติดกล้องสี่ตัวมาสองปีแล้ว ช่างตั้งให้ดูผ่านมือถือได้ตั้งแต่วันติดตั้ง หลังจากนั้นไม่มีใครแตะการตั้งค่าอีกเลย วันนี้ลองตอบสามข้อ รหัสผ่านของเครื่องบันทึกถูกเปลี่ยนจากค่าที่มากับเครื่องหรือยัง กล้องเปิดออกอินเทอร์เน็ตอยู่หรือเปล่า และภาพถูกเก็บไว้กี่วัน

ถ้าตอบไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว แปลว่ามีงานต้องทำ และงานนี้ไม่ต้องรอช่างใหม่หรือซื้อเครื่องใหม่ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ออกแนวปฏิบัติเล่มทั่วไปเมื่อ 29 กันยายน 2569 และในข้อ 3.1 มีรายการ 7 ข้อไว้สำหรับคนที่ยังทำทุกมาตรการพร้อมกันไม่ได้

บทความนี้อ่านข้อ 3.1 แล้วเรียงเป็นแผนหนึ่งสัปดาห์ ส่วนเรื่องป้ายแจ้ง ฐานทางกฎหมาย และการให้ภาพตำรวจ มีอยู่แล้วในบทความ ติดกล้องวงจรปิดในออฟฟิศ ร้าน คอนโด ต้องทำอะไรตาม PDPA ที่นี่จึงเน้นฝั่งความมั่นคงปลอดภัยของตัวระบบ

แนวปฏิบัติทั้งสองฉบับนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่มีสภาพบังคับใช้ ไม่สามารถใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ สัญญา หรือข้อกำหนดอื่นที่มีผลใช้บังคับ
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย เวอร์ชัน 1.0.0 (สกมช. · แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · คำนำ (แนวปฏิบัติ สกมช.)“สองฉบับ” คือเล่มทั่วไปกับเล่มระบบ CCTV ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งออกคู่กัน

ข้อ 3.1 ของแนวปฏิบัติ สกมช. คืออะไร ใช้กับร้านเล็กได้ไหม?

คือรายการเริ่มต้นสั้น ๆ 7 ข้อ เขียนไว้สำหรับองค์กรที่อยากลดความเสี่ยงสำคัญก่อน เพราะยังทำมาตรการทั้งบทไม่ได้ในคราวเดียว แนวปฏิบัติเรียกว่า Quick Start และบอกชัดว่าไม่ได้ใช้แทนการประเมินความเสี่ยง

มาตรการในหัวข้อนี้เป็นแนวทางเริ่มต้น (Quick Start) สำหรับองค์กรที่ต้องการลดความเสี่ยงสำคัญของระบบ CCTV หรือยังไม่สามารถดำเนินมาตรการทั้งหมดในบทนี้ได้ในคราวเดียว ทั้งนี้ การดำเนินการตาม Quick Start มิได้ใช้ทดแทนการประเมินความเสี่ยงหรือมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย เวอร์ชัน 1.0.0 (สกมช. · แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 3.1 (แนวปฏิบัติ สกมช.)

ตารางในข้อ 3.1 มีสามคอลัมน์ระดับ คือ B (พื้นฐาน) E (เพิ่มเติม) และ H (ความเชื่อมั่นสูง) ร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่มีทีมไอทีส่วนใหญ่จะเริ่มอ่านที่คอลัมน์ B แต่ต้องระวังอย่างหนึ่ง แนวปฏิบัติไม่ได้ผูกระดับกับขนาดร้าน

ข้อ 1.5 เขียนว่าระดับต้องมาจากบริบทและผลประเมินความเสี่ยงโดยรวม ไม่ใช่จากปัจจัยเดียว เช่น ประเภทองค์กรหรือขนาด และข้อ 2.1.3 ย้ำว่าระบบ CCTV ขนาดเล็กที่สนับสนุนภารกิจสำคัญอาจต้องเข้มกว่าระบบใหญ่ที่ผลกระทบจำกัด ร้านทองที่มีกล้องสามตัวจึงไม่ควรตัดสินตัวเองเป็นระดับ B เพียงเพราะร้านเล็ก

การจำแนกดังกล่าวเป็นวิธีการประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติฉบับนี้ มิใช่การจัดประเภทองค์กรตามกฎหมายและมิใช่การจำแนกโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย เวอร์ชัน 1.0.0 (สกมช. · แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 2.1.2 (แนวปฏิบัติ สกมช.)ระดับ B/E/H จึงไม่เกี่ยวกับการเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ตามกฎหมายไซเบอร์

อีกคำที่ต้องอ่านให้ตรง คือ “พึงปฏิบัติ” กับ “ควรพิจารณา” ตามข้อ 1.5 พึงปฏิบัติคือมาตรการหลักที่แนะนำสำหรับระดับนั้น ถ้าเลือกวิธีอื่นควรอธิบายเหตุผลได้ ส่วนควรพิจารณาคือมาตรการเพิ่มเติมที่เลือกใช้ตามบริบท ทั้งสองคำไม่ใช่ภาษาของกฎหมายที่ใช้สั่งบังคับ

7 ข้อเริ่มต้นตามข้อ 3.1 สรุปด้วยถ้อยคำของผู้เขียน (ผู้รับผิดชอบและสถานะที่ระดับ B ตามตารางในแนวปฏิบัติ)
ข้อสิ่งที่ต้องทำผู้รับผิดชอบหลักสถานะที่ระดับ B
1เปลี่ยนหรือจัดการรหัสผ่านเริ่มต้นของกล้อง เครื่องบันทึก ระบบบริหาร และแอป ก่อนเปิดใช้งานเจ้าของระบบและผู้ติดตั้งร่วมกันพึงปฏิบัติ
2ไม่เปิดกล้อง เครื่องบันทึก หรือส่วนบริหารสู่อินเทอร์เน็ตโดยตรงโดยไม่จำเป็น ใช้ช่องทางที่อนุมัติแล้วผู้ติดตั้ง/ผู้ดูแลระบบพึงปฏิบัติ
3เปิดการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) สำหรับบัญชีสิทธิสูงและการเข้าถึงจากระยะไกล เมื่อระบบรองรับเจ้าของระบบ/ผู้ใช้งานควรพิจารณา (ระดับ E และ H เป็นพึงปฏิบัติ)
4มีขั้นตอนติดตามและติดตั้งการปรับปรุงด้านความปลอดภัยและเฟิร์มแวร์เจ้าของระบบและผู้ติดตั้งร่วมกันพึงปฏิบัติ
5กำหนดวัตถุประสงค์ของกล้อง และทำมาตรการความเป็นส่วนตัวและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเจ้าของระบบ/ผู้ใช้งานพึงปฏิบัติ
6กำหนดระยะเวลาเก็บภาพ และให้มีการลบ ทำลาย หรือเขียนทับเมื่อครบกำหนด เว้นแต่มีเหตุให้เก็บต่อเจ้าของระบบ/ผู้ใช้งานพึงปฏิบัติ
7กำหนดผู้รับผิดชอบระบบ ช่องทางรายงานเหตุ และคนที่ตัดสินใจเมื่อมีเหตุผิดปกติเจ้าของระบบ/ผู้ใช้งานพึงปฏิบัติ

ใต้ตารางมีหมายเหตุถึงบ้านและกิจการขนาดเล็กที่ไม่มีบุคลากรด้านเทคนิคโดยตรง ให้ผู้ติดตั้งหรือผู้ให้บริการตั้งค่าความปลอดภัยที่จำเป็นให้เสร็จก่อนส่งมอบ และส่งมอบสิทธิ บัญชี และข้อมูลที่ต้องใช้บริหารระบบให้เจ้าของ ซึ่งแปลว่าร้านเล็กมีสิทธิทวงงานเหล่านี้จากช่างได้

ทำทั้ง 7 ข้อให้เสร็จในหนึ่งสัปดาห์ ต้องเรียงอย่างไร?

ลำดับเลขในแนวปฏิบัติไม่ใช่ลำดับงาน ผู้เขียนจึงเรียงใหม่ตามหลักว่าทำสิ่งที่ปิดช่องเสี่ยงที่สุดก่อน และทำสิ่งที่ต้องคุยกับคนอื่นไว้ทีหลัง ตารางข้างล่างเป็นข้อเสนอของผู้เขียนเอง ไม่ได้มาจากแนวปฏิบัติ และตัวเลขเวลาเป็นการประมาณสำหรับร้านที่มีกล้องไม่เกินสิบตัว ระบบที่ใหญ่กว่านั้นต้องเผื่อเวลาเพิ่ม

แผนหนึ่งสัปดาห์ เรียงโดยผู้เขียน (เวลาเป็นการประมาณ ไม่ใช่ตัวเลขจากแนวปฏิบัติ)
วันงาน (ข้อใน 3.1)ใครทำเวลาประมาณ
วันที่ 1จดรายการอุปกรณ์ทั้งหมด (กล้อง เครื่องบันทึก เราเตอร์ แอปที่ใช้ดู) และเลือกคนรับผิดชอบระบบหนึ่งคน (ข้อ 7)เจ้าของร้านหรือผู้จัดการ1 ชั่วโมง
วันที่ 2เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นของทุกอุปกรณ์ และเก็บรหัสใหม่ในที่ที่ป้องกันไว้ (ข้อ 1)เจ้าของร้านกับช่าง1–2 ชั่วโมง
วันที่ 3ตรวจว่ากล้องหรือเครื่องบันทึกเปิดสู่อินเทอร์เน็ตตรงหรือไม่ ปิดสิ่งที่ไม่จำเป็น (ข้อ 2)ช่างหรือผู้ดูแลเครือข่าย1–3 ชั่วโมง
วันที่ 4เปิด MFA ที่บัญชีดูกล้องและอีเมลที่ผูกไว้ แล้วตรวจเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ จดไว้ (ข้อ 3 และ 4)เจ้าของร้านกับช่าง1–2 ชั่วโมง
วันที่ 5เขียนวัตถุประสงค์ของกล้องแต่ละจุด ตรวจมุมที่เกินจำเป็น และติดป้ายแจ้ง (ข้อ 5)เจ้าของร้าน2–3 ชั่วโมง
วันที่ 6ตัดสินระยะเก็บภาพพร้อมเหตุผล แล้วตรวจที่เครื่องว่าตั้งตรงกันและลบเขียนทับจริง (ข้อ 6)เจ้าของร้านกับช่าง1–2 ชั่วโมง
วันที่ 7ซ้อมสั้น ๆ ว่าถ้าสงสัยว่ากล้องถูกเจาะจะโทรหาใคร ตัดการเชื่อมต่ออะไรก่อน แล้วจดสรุปทั้งสัปดาห์ (ข้อ 7)คนรับผิดชอบระบบ1 ชั่วโมง

รวมแล้วราว 8–14 ชั่วโมงทำงาน ถ้าช่างคนเดิมยังติดต่อได้ ให้นัดครั้งเดียวทำวันที่ 2–4 ต่อเนื่องกัน จะถูกกว่าเรียกมาทีละเรื่อง ถ้าติดต่อช่างไม่ได้ ข้อ 2 และข้อ 4 เป็นส่วนที่เจ้าของทำเองได้ยากที่สุด ควรหาผู้ดูแลเครือข่ายมาช่วยเฉพาะสองข้อนี้

ข้อ 1 และ 2: รหัสผ่านเริ่มต้นกับการเปิดกล้องออกอินเทอร์เน็ต ทำอย่างไร?

เริ่มจากรหัสผ่าน เพราะเป็นข้อที่แนวปฏิบัติเอ่ยถึงตั้งแต่คำนำ โดยยกตัวอย่างความเสี่ยงไว้ว่า เช่น การใช้ข้อมูลยืนยันตัวตนเริ่มต้น หรือรหัสผ่านจากโรงงาน ข้อ 3.1 ขยายต่อเป็นข้อแรกของรายการ และเขียนถึงฝั่งผู้ผลิตด้วย

ผลิตภัณฑ์ไม่ควรใช้ข้อมูลยืนยันตัวตนเริ่มต้นแบบเดียวกันกับอุปกรณ์จำนวนมากซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงและผลกระทบในกรณีที่ข้อมูลยืนยันตัวตนเริ่มต้นรั่วไหลหรือถูกละเมิด
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย เวอร์ชัน 1.0.0 (สกมช. · แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 3.1 สิ่งที่ต้องเน้นย้ำ (แนวปฏิบัติ สกมช.)ข้อความนี้พูดถึงผู้ผลิต แต่ผู้ซื้อก็ใช้เป็นเกณฑ์เลือกรุ่นได้

วิธีทำในร้านจริงคือไล่ทีละอุปกรณ์ กล้อง เครื่องบันทึก (NVR/DVR) หน้าบริหารของเราเตอร์ และแอปที่ผูกกับบัญชีผู้ผลิต แต่ละตัวต้องเปลี่ยนรหัสผ่านที่มากับเครื่อง และไม่ควรใช้รหัสเดียวกันกับหลายตัวโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งข้อ 3.4.4 จัดเป็นมาตรการพึงปฏิบัติตั้งแต่ระดับ B

เรื่องการเก็บรหัส ข้อ 3.4.4 บอกให้เก็บด้วยวิธีที่ได้รับการป้องกัน ผู้เขียนเสนอให้ใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่านหรือซองปิดผนึกในตู้ที่ล็อกได้ และจดว่าใครถือไว้ อย่าเขียนรหัสบนกระดาษแปะข้างเครื่องบันทึก เพราะคนที่เข้ามาถึงเครื่องก็เห็นทันที

ข้อ 2 ตามมาทันที เพราะรหัสผ่านที่ดีก็ช่วยไม่ได้มากถ้าหน้าเข้าสู่ระบบของกล้องเปิดให้ทั้งอินเทอร์เน็ตเห็น แนวปฏิบัติให้เลี่ยงการเปิดกล้องหรือส่วนบริหารสู่อินเทอร์เน็ตโดยตรงโดยไม่จำเป็น และถ้าต้องดูจากข้างนอกก็ใช้ช่องทางที่ได้รับอนุมัติ วิธีตรวจเบื้องต้นมีสามอย่าง

  1. เข้าหน้าบริหารของเราเตอร์ แล้วดูรายการ Port Forwarding หรือ Virtual Server ถ้ามีกฎที่ชี้ไปยังกล้องหรือเครื่องบันทึก ให้ถามช่างว่าเปิดไว้ทำไม
  2. ดูว่า UPnP เปิดอยู่ไหม ตารางข้อ 3.3.4.1 แนะนำให้ปิดเมื่อไม่จำเป็น เพราะอาจเปิดการเชื่อมต่อออกอินเทอร์เน็ตให้อัตโนมัติ
  3. ถามช่างว่ามีบริการ P2P หรือคลาวด์ของผู้ผลิตเปิดอยู่หรือไม่ แนวปฏิบัติให้เปิดเฉพาะเมื่อได้รับอนุมัติ และกำกับเหมือนช่องทางเข้าถึงระยะไกลอื่น รายละเอียดอยู่ในบทความ รหัสผ่านโรงงานและการดูกล้องจากนอกบ้าน

ข้อ 3 และ 4: MFA กับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ ต้องทำแค่ไหน?

ข้อ 3 เป็นข้อเดียวที่ระดับ B ใช้คำว่า “ควรพิจารณา” แทนพึงปฏิบัติ เพราะ MFA ต้องพึ่งว่าระบบรองรับ ในตารางเขียนว่าใช้กับบัญชีสิทธิสูงและการเข้าถึงจากระยะไกล เมื่อระบบรองรับ ถ้าแอปดูกล้องของคุณมีตัวเลือกยืนยันสองขั้นตอน ให้เปิดที่บัญชีเจ้าของก่อน และเปิดที่อีเมลที่ใช้กู้บัญชีด้วย ไม่ต้องรอให้ถึงระดับ E

ข้อ 4 ฟังง่ายแต่ทำยากกว่าที่คิด ข้อ 3.5.1 อธิบายว่ากล้องมีอายุใช้งานหลายปี ขณะที่ช่องโหว่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อุปกรณ์ที่ยังทำงานปกติจึงเสี่ยงขึ้นได้ถ้าไม่ได้อัปเดต หรือผู้ผลิตเลิกสนับสนุนแล้ว ระดับ B ได้รับคำว่าพึงปฏิบัติสามเรื่อง ได้แก่ กำหนดผู้รับผิดชอบติดตามการอัปเดต ประเมินความเร่งด่วนจากความรุนแรงและความเสี่ยง และตรวจแหล่งที่มาของเฟิร์มแวร์ก่อนติดตั้ง

ในทางปฏิบัติ ให้จดรุ่นและเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของกล้องกับเครื่องบันทึกทุกตัวลงตารางเดียว แล้วตรวจกับเว็บของผู้ผลิตเท่านั้น อย่าโหลดเฟิร์มแวร์จากลิงก์ที่คนอื่นส่งมา การทำทะเบียนเวอร์ชันและการทบทวนว่าอุปกรณ์หมดการสนับสนุน (EoL/EoS) หรือยัง แนวปฏิบัติจัดเป็นควรพิจารณาที่ระดับ B แต่เป็นพึงปฏิบัติที่ระดับ E เจ้าของร้านทำไว้ตั้งแต่แรกจะไม่เสียเวลา

ถ้าพบว่ากล้องรุ่นเก่ามากและผู้ผลิตไม่ออกอัปเดตแล้ว คำนำของบทที่ 3 บอกว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมดในคราวเดียว ให้ประเมินความเสี่ยง จัดลำดับ และพิจารณามาตรการชดเชยหรือแผนทดแทนไปตามระดับความเสี่ยง เรื่องนี้แยกเป็นอีกบทความหนึ่งต่างหาก

ข้อ 5 และ 6: วัตถุประสงค์ ป้าย และระยะเก็บภาพ ต้องกำหนดอะไร?

สองข้อนี้คือจุดที่ความมั่นคงปลอดภัยกับ PDPA มาเจอกัน ข้อ 5 ให้กำหนดวัตถุประสงค์การใช้กล้อง ข้อ 2.3.1 เสนอให้คิดเรียงตามลำดับ คือวัตถุประสงค์ ความจำเป็น พื้นที่ที่ต้องบันทึก ข้อมูลที่จำเป็น ระยะเวลาที่ต้องเก็บ และคนที่ต้องเข้าถึง ซึ่งเป็นการคิดแบบเก็บเท่าที่จำเป็นนั่นเอง

แนวปฏิบัติเตือนด้วยว่า ไม่ควรติดกล้องเพียงเพราะเทคโนโลยีทำได้ ในทางปฏิบัติหมายความว่าให้เปิดภาพสดของกล้องทีละตัว แล้วถามว่ามุมนี้ช่วยเรื่องอะไร ถ้าตอบไม่ได้หรือเห็นพื้นที่ที่ลูกค้าและพนักงานคาดหมายว่าเป็นส่วนตัว ให้ปรับมุมหรือถอด ข้อ 3.2.1.7 ว่าด้วยพื้นที่ที่ไม่ควรติดตั้งหรือควรระวังเป็นพิเศษ

เรื่องป้าย ข้อ 2.3.2 เสนอป้ายเบื้องต้นที่บอกว่ามีการใช้ CCTV วัตถุประสงค์หลัก ชื่อผู้รับผิดชอบ และช่องทางอ่านรายละเอียดเพิ่ม โดยมีประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับเต็มรองรับ ส่วนตัวป้ายตามแนว TDPG 4.0 ซึ่งละเอียดกว่านี้ อ่านต่อได้ในบทความเรื่อง PDPA กับกล้องวงจรปิดที่ลิงก์ไว้ข้างต้น ประโยคเตือนสำคัญในข้อ 2.3.2 อยู่ตรงนี้

การมีป้ายแจ้ง ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นขอและได้รับความยินยอมโดยอัตโนมัติ และไม่ได้ทำให้องค์กรสามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้โดยไม่ต้องพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย เวอร์ชัน 1.0.0 (สกมช. · แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 2.3.2 (แนวปฏิบัติ สกมช.)

ข้อ 6 เป็นข้อที่ร้านค้าตอบผิดกันได้ง่าย เพราะเครื่องบันทึกส่วนใหญ่ตั้งให้เขียนทับเองเมื่อดิสก์เต็ม ทำให้ระยะเก็บจริงถูกกำหนดด้วยขนาดดิสก์ แนวปฏิบัติห้ามทางนี้ไว้ตรง ๆ ในข้อ 3.2.3

ไม่ควรกำหนด Retention จากขนาดพื้นที่จัดเก็บที่มีอยู่ หรือเก็บข้อมูลให้นานที่สุดเพียงเพราะเทคโนโลยีสามารถรองรับได้
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย เวอร์ชัน 1.0.0 (สกมช. · แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 3.2.3 (แนวปฏิบัติ สกมช.)แนวปฏิบัติไม่ได้ระบุจำนวนวัน ให้ตัดสินจากวัตถุประสงค์ ความจำเป็น ความเสี่ยง และระยะที่ใช้ตรวจพบเหตุ

ในแผนหนึ่งสัปดาห์ วันที่ 6 จึงมีสองขั้น ขั้นแรกคือตัดสินใจว่าจะเก็บกี่วันและเขียนเหตุผลสั้น ๆ ไว้ เช่น ร้านรู้ว่ามีของหายหรือมีเรื่องทะเลาะภายในไม่กี่วัน ขั้นที่สองคือไปดูที่เครื่องบันทึกว่าภาพย้อนหลังที่มีอยู่จริงตรงกับตัวเลขนั้นหรือเปล่า การตรวจค่าที่ตั้งจริงเทียบนโยบายเป็นมาตรการควรพิจารณาที่ระดับ B ข้อนี้ผู้เขียนแนะนำให้ทำเลย

แนวปฏิบัติยังให้นับถึงสำเนาที่อื่น เช่น คลาวด์ ข้อมูลสำรอง และไฟล์ที่ส่งออกมา ไม่ใช่แค่ในเครื่องบันทึก และให้มีวิธีระงับการลบชั่วคราวเมื่อเหตุนั้นต้องเก็บภาพต่อ เช่น เมื่อแจ้งความแล้ว ทั้งสองข้อเป็นควรพิจารณาที่ระดับ B ในส่วนของกฎหมาย PDPA มีหน้าที่ที่ตรงกันอยู่ในมาตรา 37 (3)

จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 37 (3) (บางส่วน)มาตรานี้มีข้อยกเว้นต่อท้ายหลายข้อ เช่น การเก็บไว้เพื่อก่อตั้งหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

ข้อ 7: ใครต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ ในร้านที่มีคนไม่กี่คน?

ข้อ 7 ขอสามอย่าง คือคนรับผิดชอบระบบ ช่องทางรายงานเหตุ และผู้มีอำนาจตัดสินใจเมื่อมีเหตุผิดปกติ ร้านเล็กไม่ต้องตั้งแผนก ข้อ 2.1.5 ยอมรับตรง ๆ ว่าคนคนเดียวสวมหลายบทบาทได้ แต่ต้องตอบคำถามห้าข้อได้

องค์กรขนาดเล็กอาจให้บุคคลหนึ่งปฏิบัติหลายบทบาทได้ แต่ควรสามารถระบุได้ว่า ใครกำหนด ใครอนุมัติ ใครดำเนินการ ใครตรวจสอบ และใครรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย เวอร์ชัน 1.0.0 (สกมช. · แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 2.1.5 (แนวปฏิบัติ สกมช.)

แผ่นกระดาษหนึ่งแผ่นที่ตอบห้าคำถามนี้ ติดไว้ใกล้เครื่องบันทึกหรือเก็บในแฟ้มของร้านก็เพียงพอสำหรับวันแรก ในแผ่นเดียวกันควรมีเบอร์ช่อง ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายกล้อง เพราะเมื่อเหตุเกิดจริงคนมักเสียเวลากับการหาเบอร์

ข้อ 3.6.3 วางขั้นตอนตอบสนองไว้ 6 ขั้น คือจำกัดเหตุ ประเมินเหตุ แก้สาเหตุ กู้คืน รายงานและสื่อสาร และทบทวน ที่ระดับ B มีสี่เรื่องเป็นพึงปฏิบัติ ได้แก่ กำหนดผู้รับผิดชอบและช่องทางแจ้งเหตุ แยกหรือจำกัดอุปกรณ์ที่สงสัยว่าถูกโจมตี เพิกถอนรหัสผ่านหรือสิทธิที่เกี่ยวข้อง และรายงานตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่ใช้บังคับ สำหรับร้านเล็ก หมายถึงถอดสายเครือข่ายของอุปกรณ์ที่ผิดปกติ แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านจากอุปกรณ์เครื่องอื่นที่ปลอดภัย

แนวปฏิบัติยังเตือนให้เก็บบันทึกเหตุการณ์และหลักฐานก่อนรีเซ็ตอุปกรณ์เมื่อทำได้ ถ้าเหตุเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเปิดดูหน้าที่ตามมาตรา 37 (4) ของ PDPA เรื่องแจ้งเหตุโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่กระทำได้ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ดูขั้นตอนทั้งหมดใน คู่มือแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลภายใน 72 ชั่วโมง

แนวปฏิบัติแนะนำ กับหน้าที่ตาม PDPA ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่ผลของการไม่ทำ แนวปฏิบัติ สกมช. ไม่มีสภาพบังคับใช้ ส่วนหน้าที่ใน PDPA เป็นกฎหมาย ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องทำตามเมื่อกล้องบันทึกภาพที่ระบุตัวคนได้ ตารางข้างล่างวางทั้งสองฝั่งคู่กันต่อ 7 ข้อ เพื่อให้เห็นว่าข้อไหนมีกฎหมายหนุนหลัง ข้อไหนเป็นเพียงวิธีทำที่ดี

7 ข้อของแนวปฏิบัติ เทียบกับหน้าที่ใน PDPA ที่เกี่ยวข้อง (ผู้เขียนจัดเทียบเอง)
ข้อแนวปฏิบัติ สกมช. (ข้อเสนอแนะ)หน้าที่ใน PDPA ที่เกี่ยวข้องความสัมพันธ์
1 รหัสผ่านเริ่มต้นให้เปลี่ยนหรือจัดการก่อนเปิดใช้มาตรา 37 (1) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมเป็นตัวอย่างของมาตรการที่เหมาะสม แต่ PDPA ไม่ได้ระบุรายการมาตรการ
2 ไม่เปิดสู่อินเทอร์เน็ตตรงใช้ช่องทางที่อนุมัติมาตรา 37 (1)เช่นเดียวกับข้อ 1
3 MFAควรพิจารณาที่ระดับ Bมาตรา 37 (1)PDPA ไม่ได้บังคับ MFA โดยตรง
4 อัปเดตเฟิร์มแวร์ตั้งผู้รับผิดชอบและกระบวนการมาตรา 37 (1) ส่วนที่ให้ทบทวนมาตรการเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนใกล้กับถ้อยคำของกฎหมายที่สุดข้อหนึ่ง
5 วัตถุประสงค์และความเป็นส่วนตัวคิดตามลำดับ ติดป้ายมาตรา 23 แจ้งก่อนหรือขณะเก็บรวบรวม และมาตรา 22 เก็บเท่าที่จำเป็นเป็นหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรง ดูรายละเอียดในบทความ PDPA กับกล้องวงจรปิด
6 ระยะเก็บและการลบตั้งระยะพร้อมเหตุผล ตั้งเครื่องให้ลบจริงมาตรา 37 (3) ระบบตรวจสอบเพื่อลบหรือทำลายเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย แต่จำนวนวันต้องตัดสินเอง
7 ผู้รับผิดชอบและการรับมือเหตุกำหนดคน ช่องทางรายงาน ผู้ตัดสินใจมาตรา 37 (4) แจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงแนวปฏิบัติช่วยเตรียมคน ส่วนกำหนดเวลาแจ้งเป็นของกฎหมาย

ข้อควรระวังคือ PDPA ไม่ได้เขียนรายการมาตรการความปลอดภัยเป็นข้อ ๆ มาตรา 37 (1) กำหนดให้มี “มาตรการที่เหมาะสม” และให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศ จึงพูดไม่ได้ว่ากฎหมายสั่งให้เปิด MFA หรืออัปเดตเฟิร์มแวร์ ถ้ากล้องของร้านรั่วไหลแล้วต้องชี้แจงต่อ สคส. การทำตามแนวปฏิบัติ สกมช. พร้อมหลักฐานเป็นข้อมูลที่ช่วยอธิบายว่าร้านมีมาตรการอะไร ผลทางกฎหมายยังตัดสินเป็นรายกรณี

เรื่องที่ PDPA ขอนอกเหนือจาก 7 ข้อ เช่น การให้ภาพแก่ตำรวจ การตอบคำขอใช้สิทธิดูภาพของตัวเอง และการทำบันทึกรายการตามมาตรา 39 อยู่ในบทความ PDPA กับกล้องวงจรปิด ส่วนมาตรฐานขั้นต่ำด้านความปลอดภัยที่คณะกรรมการประกาศ ดูรายการตรวจได้ใน บทความเรื่องมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำ

ทำครบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ต้องทำอะไรต่อ และพลาดอะไรได้บ้าง?

ต่อไปคือทำให้เป็นกิจวัตร แนวปฏิบัติบอกว่าความถี่ของการทบทวนสิทธิควรสัมพันธ์กับความเสี่ยงและจำนวนคนที่เปลี่ยน ไม่ต้องใช้รอบเวลาเดียวกันทุกระบบ ผู้เขียนเสนอให้ร้านเล็กนัดตัวเองทุกสามเดือนเพื่อไล่ตารางที่จดไว้ในสัปดาห์แรก คือรายการอุปกรณ์ เวอร์ชันเฟิร์มแวร์ รายชื่อคนที่ดูภาพได้ และค่าระยะเก็บ และทบทวนทันทีเมื่อเปลี่ยนช่างหรือพนักงานที่รู้รหัสลาออก ข้อหลังนี้ตรงกับมาตรการเพิกถอนสิทธิเมื่อพ้นหน้าที่ในข้อ 3.4.3

เปลี่ยนรหัสผ่านกล้อง แต่รหัสผ่านเครื่องบันทึกและหน้าบริหารเราเตอร์ยังเป็นค่าเดิมยังไม่ครบข้อ 1

ข้อ 3.1 ข้อแรกครอบคลุมกล้อง เครื่องบันทึก ระบบบริหาร แอป และองค์ประกอบอื่น ไม่ใช่เฉพาะตัวกล้อง

ใช้รหัสผ่านเดียวกันกับกล้องทุกตัวเพราะจำง่ายเลี่ยง

ข้อ 3.4.4 ให้ไม่ใช้รหัสเดียวกันกับหลายอุปกรณ์โดยไม่มีเหตุผล เพราะรหัสรั่วครั้งเดียวเปิดได้ทั้งระบบ

ตั้งให้ภาพถูกเขียนทับเองตามขนาดดิสก์ แล้วถือว่านั่นคือระยะเก็บของร้านผิดแนวปฏิบัติ

ข้อ 3.2.3 ห้ามกำหนด Retention จากขนาดพื้นที่จัดเก็บที่มีอยู่

จดรายการอุปกรณ์ เวอร์ชัน คนรับผิดชอบ และเก็บหลักฐานที่ช่างตั้งค่าไว้ในแฟ้มเดียวถูกทาง

ตอบทั้งข้อ 4 และข้อ 7 และเป็นหลักฐานเมื่อถูกถามย้อนหลัง

คิดว่าทำครบ 7 ข้อแล้วถือว่าทำตาม PDPA ครบไม่พอ

ข้อ 3.1 ไม่ได้ใช้ทดแทนการประเมินความเสี่ยงหรือมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง และ PDPA ยังมีเรื่องป้าย การให้ภาพ และสิทธิของเจ้าของข้อมูลแยกต่างหาก

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเล็กที่มีกล้องแค่ 2–3 ตัว ต้องทำครบ 7 ข้อไหม?

แนวปฏิบัติ สกมช. ไม่มีสภาพบังคับใช้ จึงไม่มีใครบังคับให้ทำครบ แต่ 7 ข้อนี้เป็นชุดเริ่มต้นที่ใช้เวลาไม่มาก และข้อที่ตรงกับ PDPA โดยตรง เช่น ป้ายแจ้งและการลบภาพเมื่อครบกำหนด ยังเป็นหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ดี

ระดับ B E H คืออะไร ร้านผมอยู่ระดับไหน?

ข้อ 2.1.2 ของแนวปฏิบัติแบ่งการประยุกต์ใช้มาตรการเป็นพื้นฐาน (B) เพิ่มเติม (E) และความเชื่อมั่นสูง (H) ตามผลกระทบและความเสี่ยง ไม่ใช่ตามขนาดร้านหรือประเภทธุรกิจ และไม่ใช่การจัดชั้นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ร้านที่ภาพกล้องมีผลต่อความปลอดภัยของคนมาก หรือเชื่อมกับระบบอื่น อาจต้องเข้มกว่าระดับ B

ช่างเป็นคนตั้งค่าให้ทั้งหมด ถือว่าความรับผิดชอบเป็นของช่างหรือเปล่า?

ข้อ 2.1.5 ระบุว่าความมั่นคงปลอดภัยของ CCTV เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ติดตั้งกับเจ้าของระบบ และให้ตกลงแบ่งหน้าที่ให้ชัด เจ้าของระบบเป็นฝ่ายกำหนดวัตถุประสงค์ ระยะเก็บภาพ และผู้รับผิดชอบ ในแง่ PDPA ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลคือฝ่ายที่ต้องมีมาตรการ ส่วนช่างหรือบริษัทที่ทำตามคำสั่งอาจเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล ต้องดูข้อตกลงเป็นกรณีไป

ต้องเก็บภาพกี่วันตามแนวปฏิบัติ สกมช.?

ข้อ 3.2.3 ไม่ได้กำหนดจำนวนวัน ให้พิจารณาจากวัตถุประสงค์ ความจำเป็น ความเสี่ยง ระยะที่องค์กรใช้ตรวจพบและตรวจสอบเหตุ รวมถึงกฎหมาย ข้อกำหนดเฉพาะภาคส่วนและสัญญา และไม่ควรตั้งจากขนาดที่เก็บ ดูตัวอย่างวิธีคิดเรื่องระยะเก็บเพิ่มใน บทความเรื่อง PDPA กับกล้องวงจรปิด

ถ้ากล้องที่บ้านใช้ดูแลบ้านตัวเอง ต้องทำตามแนวปฏิบัติและ PDPA ไหม?

ข้อ 2.3 ของแนวปฏิบัติบอกว่าการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น อยู่ในข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (1) ของ PDPA แต่ไม่ได้แปลว่านำภาพไปเผยแพร่ได้โดยไม่มีข้อจำกัด และ 7 ข้อเริ่มต้นก็ยังใช้ป้องกันกล้องของตัวเองได้ ส่วนร้านค้าและกิจการไม่เข้าข้อยกเว้นนี้

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย เวอร์ชัน 1.0.0 (สกมช. · แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) — คำนำ · ข้อ 1.5 · ข้อ 2.1.2 · ข้อ 2.1.5 · ข้อ 2.3.2 · ข้อ 3.1 · ข้อ 3.2.3 · ข้อ 3.4.4 · ข้อ 3.5.1 · ข้อ 3.6.3
  2. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 23 · มาตรา 37 (1) (3) (4)

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

ติดกล้องวงจรปิดในออฟฟิศ ร้าน คอนโด ต้องทำอะไรตาม PDPAกล้องวงจรปิดตาม PDPA และ TDPG 4.0: ป้ายแจ้ง 2 ชั้น ฐานประโยชน์อันชอบธรรม ระยะเก็บภาพ ผู้มีสิทธิดู การให้ภาพตำรวจ และข้อหารือ สคส. เรื่องนิติบุคคลอาคารชุดดูกล้องวงจรปิดจากมือถือ ต้องจัดการรหัสโรงงานและ P2P ก่อนรหัสผ่านโรงงาน การดูกล้องจากมือถือ และบริการ P2P ตามแนวปฏิบัติ สกมช. 2569 พร้อมตารางเลือกวิธีดูจากนอกบ้านและความเชื่อมโยงกับ PDPA มาตรา 37 (1)ติดกล้องวงจรปิด (CCTV) อย่างไรไม่ให้ผิด PDPA?ติดกล้องวงจรปิดให้สอดคล้อง PDPA ต้องมีป้ายแจ้งก่อนเข้าพื้นที่ จำกัดมุมกล้องและระยะเก็บภาพ และคุมการเข้าถึงไฟล์ ตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง ต้องทำอย่างไรข้อมูลรั่วต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุตามมาตรา 37 (4) ดูขั้นตอน สิ่งที่ต้องแจ้ง ช่องทางอีเมล และวิธีรับมือเมื่อแจ้งช้าเก็บภาพกล้องวงจรปิดกี่วัน ต้องใช้ดิสก์เท่าไรเก็บภาพกล้องวงจรปิดกี่วันดี และต้องใช้ดิสก์เท่าไร อ่านข้อ 3.2.3–3.2.4 ของแนวปฏิบัติ สกมช. คู่กับ PDPA มาตรา 22 พร้อมตารางตัดสินใจและตัวอย่างคำนวณ