การควบคุมว่าใครเปิดดูภาพกล้องวงจรปิดได้และเปิดไปเมื่อไร คือเรื่องของบัญชีผู้ใช้ สิทธิ์ และบันทึกเหตุการณ์ตามข้อ 3.4–3.5 ของแนวปฏิบัติ สกมช. ซึ่งไม่ใช่กฎหมาย และไม่ได้แปลว่ากล้องทุกระบบต้องเก็บ log ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ บทความนี้เหมาะกับเจ้าของกิจการ ฝ่ายไอที และ DPO
- ข้อ 3.4 ของแนวปฏิบัติ สกมช. ให้ตอบให้ได้ว่า ใครเข้าถึงอะไร ผ่านช่องทางใด ทำอะไรได้ และมีหลักฐานอะไร
- แยกบัญชีผู้ดูภาพออกจากผู้ดูแลระบบ ใช้บัญชีที่ระบุตัวคนได้ และเลี่ยงบัญชีผู้ดูแลที่ใช้ร่วมกัน
- การส่งออกภาพควรมีเหตุผล ผู้อนุมัติ และบันทึกว่าใครส่งออก เมื่อไร ช่วงไหน ให้ใคร
- แนวปฏิบัติเตือนไม่ให้สรุปว่าระบบ CCTV ทุกระบบต้องเก็บ log แบบเดียวกันตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ (ข้อ 2.2.2)
- log ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลควรได้รับการคุ้มครองตามระดับของข้อมูลนั้น และกันการแก้หรือลบโดยไม่ได้รับอนุญาต
คำถามที่เจ้าของร้าน ผู้จัดการอาคาร และ DPO มักเจอ คือ “เมื่อวานใครเปิดดูภาพกล้องช่วงบ่ายสามโมง” ถ้าตอบไม่ได้ ก็แปลว่าระบบเก็บภาพไว้ได้ แต่ยังไม่รู้ว่าใครเข้าถึงภาพนั้นบ้าง
แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องวงจรปิด ของ สกมช. ฉบับ 29 กันยายน 2569 มีสองหัวข้อที่ตอบเรื่องนี้ คือข้อ 3.4 การดำเนินงานอย่างมั่นคงปลอดภัย (บัญชี สิทธิ การดูและส่งออกภาพ) และข้อ 3.5 การบำรุงรักษาและเฝ้าระวัง (บันทึกเหตุการณ์ หรือ log) เล่มที่ใช้กับกล้องที่มี AI ก็มีข้อ 3.5.7 เรื่องการคุ้มครอง log เพิ่มอีกข้อ
เอกสารเหล่านี้เป็น แนวปฏิบัติ ที่เขียนไว้เองในคำนำว่าเป็น “เพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับใช้” บทความนี้จึงไม่ใช้คำว่า “กฎหมายสั่ง” กับเนื้อหาของแนวปฏิบัติ ส่วนสิทธิของเจ้าของข้อมูลและการเปิดภาพให้ผู้อื่นดู ในมุม PDPA อ่านได้ที่ ติดกล้องวงจรปิดในออฟฟิศ ร้าน คอนโด ต้องทำอะไรตาม PDPA
แนวปฏิบัติ สกมช. ให้ตอบเรื่องการเข้าถึงภาพกล้องอย่างไร?
ข้อ 3.4 เปิดด้วยคำถามห้าข้อ ที่องค์กรควรตอบได้ทุกเมื่อ ซึ่งสรุปงานทั้งหมดของบทความนี้ไว้ในประโยคเดียว
ใครเข้าถึงอะไร ผ่านช่องทางใด ทำอะไรได้ มีหลักฐานอะไร และสิทธินั้นยังจำเป็นหรือไม่
ห้าคำถามนี้แปลเป็นงานได้ห้าอย่าง ใครคือผู้ใช้ (บัญชี) เข้าทางไหน (ช่องทาง) ทำอะไรได้ (สิทธิ) ทำแล้วมีร่องรอยไหม (log) และสิทธิของคนนั้นยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า (ทบทวน) ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง คำถามเรื่อง “ใครเปิดดู” จะตอบไม่ครบ
ข้อ 3.4.5 อธิบายว่าทำไมต้องจริงจังกับการดูย้อนหลังและส่งออก
การดูภาพย้อนหลัง การค้นหา การส่งออก และการเปิดเผยข้อมูลเป็นกิจกรรมที่อาจกระทบทั้งความมั่นคงปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความสามารถในการใช้ข้อมูลเป็นหลักฐาน
ควรแบ่งบัญชีและสิทธิผู้ใช้กล้องวงจรปิดอย่างไร?
หลักของข้อ 3.4.3 คือให้สิทธิเท่าที่จำเป็นและแยกตามหน้าที่จริง คนที่ต้องดูภาพสดหน้าเคาน์เตอร์ไม่จำเป็นต้องค้นภาพย้อนหลัง และคนที่ค้นภาพย้อนหลังไม่จำเป็นต้องแก้ค่าตั้งของเครื่อง
ควรใช้หลักการให้สิทธิเท่าที่จำเป็น (Least Privilege) และแยกสิทธิตามหน้าที่จริง
ตารางในข้อ 3.4.3 มีมาตรการที่แนวปฏิบัติระบุสถานะต่างกันตามระดับ B/E/H ซึ่งเป็นระดับของมาตรการตามความสำคัญและความเสี่ยงของระบบ ไม่ใช่การจัดว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ตามที่เอกสารระบุเองในข้อ 2.2.2
- แยกบทบาทผู้ดูภาพออกจากผู้ดูแลระบบ: “พึงปฏิบัติ” ทั้งสามระดับ
- ใช้บัญชีที่ระบุตัวผู้ใช้ได้ และเลี่ยงบัญชีผู้ดูแลที่ใช้ร่วมกัน: “พึงปฏิบัติ” ทั้งสามระดับ
- ปิดบัญชีผู้เยี่ยมชม บัญชีนิรนาม และบัญชีที่ไม่ได้ใช้: “พึงปฏิบัติ” ทั้งสามระดับ
- ทบทวนสิทธิ และเพิกถอนเมื่อพ้นหน้าที่หรือสิ้นสุดสัญญา: “พึงปฏิบัติ” ทั้งสามระดับ
- แยกสิทธิดู ค้นหา ส่งออก และตั้งค่า: ระดับเล็ก (B) “ควรพิจารณา” ระดับกลางและสูง “พึงปฏิบัติ”
- ควบคุมสิทธิของผู้ขาย ผู้รับเหมา หรือบุคคลที่สามเป็นการเฉพาะ: ระดับเล็ก “ควรพิจารณา” ระดับกลางและสูง “พึงปฏิบัติ”
เรื่องความถี่ในการทบทวนสิทธิ แนวปฏิบัติไม่กำหนดรอบเดียว
ความถี่ในการทบทวนสิทธิควรสัมพันธ์กับระดับความเสี่ยง จำนวนผู้ใช้งาน อัตราการเปลี่ยนแปลงบุคลากร ลักษณะของสิทธิ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องกำหนดรอบเวลาเดียวกันสำหรับทุกระบบ
ร้านที่มีพนักงานเปลี่ยนบ่อยจึงควรทบทวนถี่กว่าสำนักงานเล็กที่มีคนดูแลสองคน และทุกครั้งที่มีคนลาออก ให้ถือเป็นเหตุให้ทบทวนทันที ไม่รอรอบปี
สำหรับช่างหรือผู้ติดตั้งภายนอก ข้อ 3.4.1 แนะนำให้จำกัดสิทธิตามเวลาและวัตถุประสงค์ (ระดับกลางและสูง “พึงปฏิบัติ”) และบันทึกการเข้าถึงกับกิจกรรมสำคัญของผู้ดูแลระบบ เรื่องรหัสผ่านและช่องทางเข้าจากระยะไกลอ่านต่อได้ที่ รหัสผ่านเริ่มต้นและการเข้าถึงกล้องจากระยะไกล
ต้องบันทึกอะไรบ้างเมื่อมีการดู ค้นหา และส่งออกภาพ?
ข้อ 3.4.5 ให้บันทึกการส่งออกครบห้าอย่าง คือผู้ส่งออก เวลา ช่วงข้อมูลที่ส่งออก วัตถุประสงค์ และผู้รับ แนวปฏิบัติจัดข้อนี้เป็น “ควรพิจารณา” ในระดับเล็ก และ “พึงปฏิบัติ” ในระดับกลางและสูง แนวทางเดียวกันใช้กับการให้มีเหตุผลและผู้อนุมัติก่อนส่งออก
ส่วนการจำกัดสิทธิดูภาพย้อนหลังตามบทบาทกับการมีขั้นตอนเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก แนวปฏิบัติจัดเป็น “พึงปฏิบัติ” ทั้งสามระดับ
ถ้าภาพจะถูกใช้เป็นหลักฐาน เช่น ส่งตำรวจหรือใช้ในข้อพิพาท แนวปฏิบัติให้รักษาลำดับการครอบครองหลักฐาน (Chain of Custody) และตั้งเป้าให้ยืนยันได้ว่าไฟล์มาจากไหน
กรณีข้อมูลมีแนวโน้มถูกใช้เป็นหลักฐาน ควรสามารถยืนยันได้ว่า ข้อมูลมาจากระบบใด ช่วงเวลาใดใครส่งออก เมื่อใด มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และส่งมอบให้ใคร
ขั้นตอนที่ผู้เขียนเสนอสำหรับคำขอให้ส่งออกภาพหนึ่งครั้ง เรียงตามนี้ (เป็นข้อเสนอของผู้เขียน ต่อยอดจากข้อ 3.4.5 ไม่ใช่ข้อความจากแนวปฏิบัติ)
- 1 รับคำขอจดว่าใครขอ ขอภาพช่วงไหน กล้องตัวไหน และขอไปเพื่ออะไรข้อ 3.4.5
- 2 ตรวจเหตุผลตรวจว่ามีเหตุผลและฐานเพียงพอที่จะเปิดเผยให้ผู้ขอหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจให้ปรึกษา DPO หรือฝ่ายกฎหมายก่อนข้อ 3.4.5
- 3 อนุมัติผู้อนุมัติที่กำหนดไว้เซ็นรับรอง ไม่ใช่คนเดียวกับคนส่งออกถ้ามีคนพอข้อ 3.4.5
- 4 ส่งออกผู้ที่มีสิทธิส่งออกทำเอง ระบบหรือสมุดบันทึกผู้ส่งออก เวลา และช่วงข้อมูล ป้องกันไฟล์ที่ส่งออกไว้ข้อ 3.4.5
- 5 ส่งมอบจดชื่อผู้รับและวิธีส่งมอบ ถ้าเป็นหลักฐานให้รักษาลำดับการครอบครองข้อ 3.4.5
- 6 ทบทวนดูรายการส่งออกประจำเดือนว่ามีรายการผิดปกติหรือไม่ข้อ 3.5.2
ระบบกล้องควรเก็บ log เหตุการณ์อะไร และเก็บนานแค่ไหน?
ข้อ 3.5.2 ให้เก็บ log ตามความสามารถของระบบ และไม่ใช่เก็บทุกอย่างเท่ากัน ข้อความที่ควรอ่านก่อนคือเหตุผลของการเก็บ
การบันทึกเหตุการณ์ควรมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการตรวจจับความผิดปกติ การตรวจสอบย้อนหลัง และการสืบค้นเหตุการณ์ ไม่ควรเปิดการบันทึกข้อมูลจำนวนมากโดยไม่มีวัตถุประสงค์หรือไม่มีผู้รับผิดชอบในการนำข้อมูลไปใช้
รายการที่ข้อ 3.5.2 ให้พิจารณาบันทึกมี 13 อย่าง เช่น การเข้าและออกจากระบบ การเข้าระบบไม่สำเร็จ การเพิ่มลบหรือเปลี่ยนบัญชีและสิทธิ การเปลี่ยนค่าตั้งระบบ การเปิดช่องทางเข้าจากระยะไกล การปรับปรุงเฟิร์มแวร์ การส่งออกข้อมูล การเปลี่ยนระยะเก็บ กล้องหรืออุปกรณ์ที่ใช้งานไม่ได้ ดิสก์ผิดปกติ การเปลี่ยนเวลาในระบบ การงัดแงะบดบังหรือเปลี่ยนมุมกล้อง และการเชื่อมต่อไปยังปลายทางที่ผิดปกติ
ตัวอย่างที่เกี่ยวกับ “ใครเปิดดูภาพ” โดยตรงคือรายการที่เป็นการเข้าสู่ระบบ การส่งออกข้อมูล การเปลี่ยนสิทธิ และการเปลี่ยนระยะเก็บ ส่วนการเปลี่ยนเวลาในระบบก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะแนวปฏิบัติเตือนว่าอาจกระทบความถูกต้องของหลักฐานและการตรวจสอบย้อนหลัง
มาตรการอื่นในข้อ 3.5.2 ที่แนวปฏิบัติจัดเป็น “พึงปฏิบัติ” ทั้งสามระดับมีสองอย่าง คือกำหนดรอบการทบทวน log ตามความเสี่ยง และกำหนดระยะเก็บ log ตามกฎหมาย ข้อกำหนด และวัตถุประสงค์ ส่วนการตั้งเวลาเครื่องให้ตรงกัน การป้องกัน log จากการแก้หรือลบโดยไม่ได้รับอนุญาต และการแจ้งเตือนเหตุสำคัญ ระดับเล็กจัดเป็น “ควรพิจารณา” ระดับกลางและสูงจัดเป็น “พึงปฏิบัติ”
เรื่องระยะเก็บ แนวปฏิบัติไม่ได้ให้ตัวเลข และเตือนไม่ให้ตั้งเลขเดียวกับทุกระบบโดยอัตโนมัติ
ไม่ควรกำหนดระยะเวลาเดียวสำหรับระบบ CCTV ทุกประเภทโดยอัตโนมัติ หากกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องมิได้กำหนดเช่นนั้น
CCTV ทุกระบบต้องเก็บ log 90 วันตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หรือไม่?
ไม่ได้ตามที่ตัวบทเขียนไว้ และแนวปฏิบัติ สกมช. ก็เตือนเรื่องนี้เองในข้อ 2.2.2 ว่า ไม่ควรสรุปว่าระบบ CCTV ทุกระบบมีหน้าที่เก็บ log ในรูปแบบหรือระยะเวลาเดียวกัน (ข้อความนี้อยู่ในตารางของเอกสาร จึงสรุปความไว้ ไม่ยกเป็นตัวบท)
มาตรา 26 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พูดถึงหน้าที่ของ “ผู้ให้บริการ” ในการเก็บ “ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” สองคำนี้มีความหมายเฉพาะตามมาตรา 3 ก่อนอื่นดูคำว่า ข้อมูลจราจร
ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งแสดงถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์นั้น
ผู้เขียนอ่านว่า ภาพที่กล้องบันทึกเป็นเนื้อหาภาพ ไม่ใช่ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร แต่ log การเชื่อมต่อของอุปกรณ์เข้าเครือข่ายหรืออินเทอร์เน็ตอาจเข้าลักษณะนั้นได้ ข้อนี้เป็นการตีความของผู้เขียน ไม่ใช่คำวินิจฉัย ถ้าเป็นกรณีจริงควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมาย ส่วนมาตรา 26 วรรคแรกมีข้อความดังนี้
ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
คำถามถัดมาคือใครเป็น “ผู้ให้บริการ” มาตรา 3 นิยามไว้สองแบบ คือผู้ให้บริการเข้าอินเทอร์เน็ตหรือให้ติดต่อถึงกันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น ร้านที่ติดกล้องดูแลที่ร้านของตัวเองไม่ได้เข้านิยามนี้โดยอัตโนมัติ ส่วนบริษัทที่รับฝากภาพกล้องไว้บนคลาวด์ให้ลูกค้า อาจเข้านิยามข้อสองหรือไม่ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
มาตรา 26 ยังให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าวรรคหนึ่งใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไร และเมื่อใด
ความในวรรคหนึ่งจะใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไร และเมื่อใด ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้เขียนไม่ได้ตรวจประกาศฉบับนั้นในการเขียนบทความนี้ จึงไม่ขอบอกว่าประเภทใดอยู่ในขอบเขต สิ่งที่บอกได้จากตัวบทคือ หน้าที่เก็บ 90 วันผูกกับ “ผู้ให้บริการ” และ “ข้อมูลจราจร” ไม่ได้ผูกกับกล้องวงจรปิดทุกตัว ถ้าธุรกิจเก็บ log ไว้ด้วยเหตุผลของ PDPA ก็ต้องกำหนดระยะเก็บเองให้มีเหตุผลรองรับ ตามที่ข้อ 3.5.2 บอกว่าให้ดูกฎหมาย วัตถุประสงค์ และความเสี่ยง ความขัดกันระหว่างการต้องเก็บ log กับคำขอลบข้อมูล วิเคราะห์ไว้ละเอียดแล้วที่ ลูกค้าขอลบข้อมูล แต่กฎหมายสั่งเก็บ log 90 วัน ต้องทำอย่างไร
ใครควรเห็นและทำอะไรกับภาพได้บ้าง ตารางบทบาท
ตารางนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียนที่ต่อยอดจากข้อ 3.4.3 3.4.5 และ 3.5.2 เพื่อให้เห็นภาพว่าแต่ละบทบาทควรทำอะไรได้และต้องมีหลักฐานอะไร ไม่ใช่ตารางจากแนวปฏิบัติโดยตรง ปรับให้เข้ากับขนาดองค์กรได้
| บทบาท | ควรเห็น/ทำอะไรกับภาพ | หลักฐานที่ควรเก็บ |
|---|---|---|
| ผู้ดูภาพสด (เช่น เจ้าหน้าที่ประจำจุด) | ดูภาพสดเฉพาะกล้องที่ต้องใช้ ไม่ค้นย้อนหลัง ไม่ส่งออก ไม่แก้ค่าตั้ง | log การเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของตนเอง และรายชื่อผู้มีสิทธิพร้อมวันที่ทบทวน |
| ผู้ตรวจสอบภาพย้อนหลัง | ค้นและดูภาพย้อนหลังเมื่อมีเหตุหรือคำขอ ไม่ตั้งค่าเครื่อง | log การค้นหาและดู หรืออย่างน้อยสมุดบันทึกว่าดูช่วงไหนเพราะเหตุอะไร |
| ผู้ส่งออกภาพ | ส่งออกเมื่อมีผู้อนุมัติ เก็บไฟล์ที่ส่งออกในที่ปลอดภัย | บันทึกผู้ส่งออก เวลา ช่วงข้อมูล วัตถุประสงค์ ผู้รับ และหลักฐานการอนุมัติ |
| ผู้อนุมัติ (เจ้าของกิจการ ผู้จัดการ หรือ DPO) | อนุมัติการส่งออกและการเปิดเผยแก่บุคคลภายนอก ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเข้าเครื่อง | บันทึกการอนุมัติพร้อมเหตุผลและวันที่ |
| ผู้ดูแลระบบ | ตั้งค่า เพิ่มลบบัญชี อัปเดตเฟิร์มแวร์ ไม่ใช้บัญชีนี้ดูภาพประจำวัน | log กิจกรรมผู้ดูแลระบบ การเปลี่ยนสิทธิ และการเปลี่ยนค่าตั้ง |
| ช่างหรือผู้ติดตั้งภายนอก | เข้าระบบเมื่อมีงาน ตามเวลาและวัตถุประสงค์ที่ตกลง แล้วปิดสิทธิหลังจบงาน | ใบสั่งงาน วันเวลาที่เปิดและปิดสิทธิ และ log ช่วงนั้น |
| ผู้ที่ลาออกหรือพ้นหน้าที่ | ไม่ควรมีสิทธิเหลือ | บันทึกว่าปิดบัญชีและเพิกถอนสิทธิเมื่อไร |
PDPA และแนวปฏิบัติ AI กล้อง ว่าอย่างไรเรื่องการเข้าถึงและ log?
ในมุม PDPA ภาพที่ระบุตัวบุคคลได้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 37 (1) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง ใช้ และเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจ ซึ่งการจำกัดสิทธิและการเก็บร่องรอยการเข้าถึงเป็นวิธีหนึ่งที่ทำได้ในทางปฏิบัติ
จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
ตัวบทไม่ได้เขียนว่า “ต้องมี log” หรือ “ต้องแยกบัญชี” ตรง ๆ มาตรการที่เหมาะสมต้องดูตามความเสี่ยงของแต่ละที่ การใช้ข้อ 3.4–3.5 ของแนวปฏิบัติ สกมช. เป็นรายการตรวจจึงช่วยให้อธิบายได้ว่าได้พิจารณาอะไรไว้ แต่ไม่ใช่เส้นแบ่งถูกผิดตามกฎหมาย
log เองก็เป็นข้อมูลที่ต้องดูแล เพราะมักมีชื่อบัญชี เวลา และที่อยู่เครื่องของผู้ใช้ เล่มแนวปฏิบัติสำหรับกล้องที่ใช้ AI มีข้อ 3.5.7 พูดเรื่องนี้ไว้ตรง ๆ
บันทึกเหตุการณ์ (Logs) ที่มีความสำคัญควรได้รับการคุ้มครองจากการเข้าถึง การแก้ไข หรือลบโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีระยะเวลาการเก็บรักษาที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ข้อกำหนด และความเสี่ยง
หาก Logs มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่มีผลกระทบสูง ควรได้รับการคุ้มครองตามระดับของข้อมูลดังกล่าวด้วย
หลักข้อนี้เขียนไว้ในเล่ม AI แต่ใช้เป็นแนวคิดกับกล้องทั่วไปได้ ถ้าระบบของคุณมีการวิเคราะห์ภาพด้วย AI หรือข้อมูลชีวมิติ ให้อ่านเล่ม AI เพิ่มด้วย เพราะ log ของระบบเหล่านั้นอาจมีข้อมูลที่ละเอียดอ่อนกว่า
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงเรื่องสิทธิและ log กล้อง
แนวปฏิบัติข้อ 3.4.3 ให้ใช้บัญชีที่ระบุตัวผู้ใช้ได้และเลี่ยงบัญชีผู้ดูแลที่ใช้ร่วมกัน ถ้าใช้ร่วมกัน log ก็บอกไม่ได้ว่าใครทำ
ข้อ 3.5.2 เตือนว่าไม่ควรเปิดการบันทึกจำนวนมากโดยไม่มีวัตถุประสงค์หรือผู้รับผิดชอบ เพราะเพิ่มทั้งภาระและความเสี่ยง
แนวปฏิบัติ ข้อ 2.2.2 เตือนไม่ให้สรุปแบบนั้น และมาตรา 26 ผูกกับ “ผู้ให้บริการ” และ “ข้อมูลจราจร” ตามนิยามในมาตรา 3
ข้อ 3.4.1 แนะนำให้จำกัดสิทธิของผู้ขายหรือบุคคลที่สามตามเวลาและวัตถุประสงค์
ตรงกับข้อ 3.4.5 และทำให้ตอบได้เมื่อมีคนถามว่าภาพนี้ไปถึงมือใคร
ถ้าพบว่าภาพถูกเปิดดูหรือส่งออกโดยไม่มีใครรับผิดชอบ ให้ประเมินว่าเป็นเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ เรื่องนี้ดูต่อที่ ภาพกล้องวงจรปิดรั่ว ต้องทำอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อย
ต้องทำตามข้อ 3.4 และ 3.5 ของแนวปฏิบัติ สกมช. หรือไม่?
ไม่ได้บังคับ แนวปฏิบัติเขียนไว้ในคำนำว่าเป็นข้อเสนอแนะเบื้องต้นที่ไม่มีสภาพบังคับใช้ ใช้แทนกฎหมายไม่ได้ แต่ใช้เป็นรายการตรวจเพื่อแสดงว่าได้พิจารณามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไว้อย่างไร
กล้องวงจรปิดเล็ก ๆ ในร้านต้องมี log การเข้าถึงหรือไม่?
แนวปฏิบัติจัดการเปิดบันทึกเหตุการณ์สำคัญเป็น “ควรพิจารณา” ในระดับเล็ก (B) และ “พึงปฏิบัติ” ในระดับกลางและสูง ไม่ได้เป็นข้อบังคับ ถ้าเครื่องไม่มีฟังก์ชันนี้ ให้ใช้สมุดบันทึกการดูย้อนหลังและการส่งออกเป็นทางเลือกได้ ตามหลักว่าเลือกมาตรการให้ได้สัดส่วนกับความเสี่ยง
log กล้องวงจรปิดต้องเก็บกี่วัน?
แนวปฏิบัติไม่ได้กำหนดตัวเลข ข้อ 3.5.2 ให้ดูจากกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ ความเสี่ยง และความสามารถในการจัดเก็บ โดยไม่เก็บนานเกินจำเป็นหรือสั้นเกินไป
มาตรา 26 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ใช้กับกล้องวงจรปิดหรือไม่?
มาตรา 26 กำหนดหน้าที่ให้ “ผู้ให้บริการ” เก็บ “ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์” อย่างน้อย 90 วัน ตามนิยามในมาตรา 3 และให้รัฐมนตรีประกาศว่าใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด แนวปฏิบัติ สกมช. เตือนไม่ให้สรุปว่าระบบ CCTV ทุกระบบต้องเก็บ log แบบเดียวกัน กรณีเฉพาะควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมาย
ตำรวจหรือคู่กรณีขอภาพ ต้องบันทึกอะไรไว้?
ควรบันทึกผู้ขอ ภาพช่วงไหน เหตุผล ผู้อนุมัติ ผู้ส่งออก เวลาที่ส่งออก และผู้รับ ตามข้อ 3.4.5 ของแนวปฏิบัติ ส่วนการพิจารณาว่าควรเปิดให้หรือไม่ ดูที่บทความเรื่องกล้องวงจรปิดกับ PDPA
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) สกมช. ฉบับ 1.0.0 (29 กันยายน 2569) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย — ข้อ 2.2.2 · ข้อ 3.4 (3.4.1 · 3.4.3 · 3.4.5) · ข้อ 3.5.2
- แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย สกมช. ฉบับ 1.0.0 (29 กันยายน 2569) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย — ข้อ 3.5.7
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (1)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560) — มาตรา 3 · มาตรา 26
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

