ภาพมุมสูงยามโพล้เพล้ของกลุ่มคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ หน้าต่างสว่างไฟ และโดมกล้องวงจรปิดบนดาดฟ้าไม่กี่ตัว
ข้อมูลรั่วไหล

ภาพจากกล้องวงจรปิดหลุด ต้องทำอะไรใน 72 ชั่วโมงแรก

ภาพจากกล้องหลุดหรือระบบกล้องถูกบุกรุก เส้นตาย 72 ชั่วโมงนับจากตอนที่รู้เหตุ ไม่ใช่ตอนที่เหตุเกิด เรียงสิ่งที่ต้องทำตามลำดับ และแยกให้เห็นว่าอะไรเป็นกฎหมาย อะไรเป็นแค่คำแนะนำของ สกมช.

เผยแพร่ อ่าน 17 นาทีโดย
สรุปสั้น

ภาพจากกล้องวงจรปิดหลุด คือเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงแรกนับแต่ทราบเหตุเท่าที่ทำได้ ตามมาตรา 37 (4) เหมาะกับเจ้าของกิจการ ผู้ดูแลอาคาร และฝ่ายไอที ได้ลำดับขั้นของ สกมช. ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ วางคู่กับเส้นตายตามกฎหมาย

  • เส้นตาย 72 ชั่วโมงตาม พ.ร.บ. มาตรา 37 (4) นับแต่ทราบเหตุ เท่าที่ทำได้ ไม่ใช่นับแต่เหตุเกิด
  • แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 2.3.4 ให้ลำดับ 7 ขั้น ตั้งแต่ตรวจพบจนป้องกันการเกิดซ้ำ แต่ไม่มีสภาพบังคับใช้
  • เก็บ log และหลักฐานก่อนรีเซ็ตกล้องหรือเครื่องบันทึก ไม่เช่นนั้นจะประเมินเหตุไม่ได้
  • แจ้งล่าช้าได้เฉพาะมีเหตุจำเป็น ต้องชี้แจง สคส. โดยเร็วและไม่เกิน 15 วัน (ประกาศ 2565 ข้อ 7)
  • ตัวอย่างประเมินความเสี่ยงของ สคส. ทั้ง 10 ข้อ ไม่มีกรณีภาพจากกล้อง ห้ามอ้างว่า สคส. ตอบเรื่องนี้แล้ว

สมมติว่าคลิปจากกล้องหน้าลิฟต์ของคอนโดแห่งหนึ่งไปโผล่ในกลุ่มเฟซบุ๊กของลูกบ้าน ผู้จัดการอาคารรู้เรื่องตอนบ่ายวันศุกร์ จากข้อความของลูกบ้านคนหนึ่ง (เหตุการณ์สมมติ) คำถามแรกที่ทุกคนถามคือ ใครปล่อยคลิปออกไป และต้องแจ้งใครบ้าง

บทความนี้ตอบเฉพาะส่วนที่เกิดหลังภาพหลุดหรือระบบกล้องถูกเจาะ ส่วนเรื่องป้ายแจ้ง ฐานทางกฎหมาย และการเก็บภาพกี่วัน อ่านได้ใน ติดกล้องวงจรปิดในออฟฟิศ ร้าน คอนโด ต้องทำอะไรตาม PDPA ส่วนขั้นตอนทั่วไปของเหตุข้อมูลรั่วทุกชนิดอยู่ใน ข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรบ้างใน 72 ชั่วโมงแรก

ที่มาของบทความคือแนวปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องวงจรปิดของ สกมช. ฉบับ 1.0.0 (29 กันยายน 2569) ซึ่งมีลำดับขั้นจัดการเหตุละเมิดไว้ในข้อ 2.3.4 และข้อ 3.6 เราเอาลำดับนั้นมาวางคู่กับเส้นตายตามกฎหมายจริง คือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 37 (4) และประกาศ สคส. ปี 2565

ทั้งนี้ แนวปฏิบัติทั้งสองฉบับนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่มีสภาพบังคับใช้ ไม่สามารถใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ สัญญา หรือข้อกำหนดอื่นที่มีผลใช้บังคับ
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) สกมช. ฉบับ 1.0.0 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · คำนำ (แนวปฏิบัติ สกมช. ฉบับ 1.0.0)สถานะของแนวปฏิบัติ ตามที่เอกสารเขียนไว้เอง

ภาพจากกล้องหลุดแล้ว ถือเป็นเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่?

ถ้าภาพนั้นเห็นหน้าหรือระบุตัวคนได้ และภาพไปถึงคนที่ไม่มีสิทธิดู ส่วนใหญ่เข้าข่ายเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประกาศ สคส. ปี 2565 ข้อ 4 แบ่งเหตุเป็นสามแบบ คือละเมิดความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งาน ภาพหลุดคือแบบแรก

(1) การละเมิดความลับของข้อมูลส่วนบุคคล (Confidentiality Breach) ซึ่งมีการเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ หรือเกิดจากข้อผิดพลาดบกพร่องหรืออุบัติเหตุ
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 4 (1)ละเมิดความลับ: มีการเข้าถึงหรือเปิดเผยโดยไม่มีอำนาจ

ประกาศฉบับเดียวกันบอกว่าเหตุอาจมาจากตัวผู้ควบคุมข้อมูลเอง ผู้ประมวลผล พนักงาน ผู้รับจ้าง หรือตัวแทน ดังนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ถ่ายหน้าจอส่งกลุ่มไลน์ กับแฮกเกอร์ที่เจาะเครื่องบันทึก เป็นเหตุละเมิดทั้งคู่ ต่างกันที่วิธีรับมือ

แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 2.3.4 ให้รายการเหตุที่ควรนำมาประเมิน เราจัดว่าแต่ละเหตุเข้าแบบไหนของประกาศ สคส. ไว้ในตารางนี้ (การจัดหมวดเป็นของทีม AIPDPA เอง ไม่ใช่ของ สกมช. และไม่ใช่ของ สคส.)

เหตุที่แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 2.3.4 ให้ประเมิน จัดเทียบกับแบบการละเมิดตามประกาศ สคส. 2565
เหตุการณ์แบบการละเมิดที่เข้าข่าย (การจัดหมวดของเรา)ข้อที่ควรถามต่อ
บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตดูหรือเข้าถึงข้อมูลได้ความลับเข้าถึงได้นานเท่าไร ดูจริงหรือแค่เปิดช่องไว้
ภาพหรือวิดีโอถูกส่งออก เปิดเผย หรือเผยแพร่ความลับภาพไปถึงใคร เผยแพร่ในที่สาธารณะหรือไม่
บัญชีผู้ใช้หรือผู้ดูแลระบบถูกบุกรุกความลับ และอาจรวมถึงความถูกต้องและความพร้อมใช้งานผู้บุกรุกทำอะไรได้บ้าง แก้ค่าหรือลบภาพหรือไม่
อุปกรณ์หรือสื่อบันทึกข้อมูลสูญหายความลับ และอาจรวมถึงความพร้อมใช้งานข้อมูลในเครื่องเข้ารหัสไว้หรือไม่ มีสำเนาอื่นหรือไม่
ข้อมูลถูกลบ เปลี่ยนแปลง หรือเข้าถึงไม่ได้ความถูกต้อง หรือความพร้อมใช้งานมีข้อมูลสำรองหรือไม่ ช่วงเวลาที่หายคือวันไหน
ผู้ให้บริการภายนอกเกิดเหตุที่เกี่ยวกับข้อมูล CCTV ขององค์กรขึ้นกับเหตุสัญญาให้ผู้ให้บริการแจ้งเราภายในกี่ชั่วโมง

ภาพที่ไม่มีทางระบุตัวบุคคลได้เลย เช่น กล้องส่องลานจอดรถว่างตอนกลางคืน ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ถ้ากล้องถูกเจาะ ก็ยังเป็นเหตุความมั่นคงปลอดภัยของระบบที่ต้องจัดการ และต้องตรวจให้แน่ว่าเครื่องบันทึกไม่ได้เก็บภาพช่วงอื่นที่เห็นหน้าคน

เส้นตาย 72 ชั่วโมงเริ่มนับเมื่อไร และต้องแจ้งใคร?

เริ่มนับแต่ผู้ควบคุมข้อมูลทราบเหตุ ไม่ใช่นับแต่เหตุเกิด มาตรา 37 (4) ให้แจ้ง สคส. โดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงเท่าที่ทำได้ เว้นแต่เหตุนั้นไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

(4) แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้แจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 37 (4)

ข้อ 5 ของประกาศ สคส. ปี 2565 วางลำดับไว้ชัด ได้รับแจ้งหรือทราบเองว่ามีหรือน่าจะมีเหตุ ก็ต้องรีบตรวจว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน ถ้าเชื่อได้ว่าเกิดจริง จึงแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ

(3) เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงตาม (1) แล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจริง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งเหตุการละเมิดแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 5 (3)

ข้อความนี้ใช้คำว่า "นับแต่ทราบเหตุ" ส่วนจะนับจากตอนที่ได้รับแจ้งครั้งแรกหรือตอนที่ตรวจแล้วเชื่อได้ว่าเกิดจริง ตัวประกาศไม่ได้ขยายความไว้ตรง ๆ ทางที่ปลอดภัยคือจดเวลาตั้งแต่ได้รับแจ้งครั้งแรก แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.6.3 ก็แนะนำให้บันทึกแหล่งที่มาของการแจ้งเหตุและเวลาที่ทราบเหตุไว้เหมือนกัน

เมื่อมีการตรวจพบและยืนยันเหตุการณ์ ควรมีการบันทึกแหล่งที่มาของการแจ้งเหตุและบันทึกเวลาที่ทราบเหตุ จากนั้นเริ่มกระบวนการตอบสนอง โดยควรสอดคล้องกับกระบวนการจัดการเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร และครอบคลุมอย่างน้อย 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) สกมช. ฉบับ 1.0.0 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 3.6.3 (แนวปฏิบัติ สกมช.)ข้อเสนอแนะ ไม่ใช่ข้อบังคับ

แจ้งใคร เมื่อไร

ใครต้องรับแจ้ง และกำหนดเวลา
ผู้รับแจ้งเมื่อไรเงื่อนไขที่มา
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)โดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เท่าที่ทำได้เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลพ.ร.บ. มาตรา 37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5 (3)
เจ้าของข้อมูลที่ถูกกระทบโดยไม่ชักช้า พร้อมแนวทางเยียวยาเมื่อมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพพ.ร.บ. มาตรา 37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5 (4)
สคส. กรณีแจ้งล่าช้าเพราะมีเหตุจำเป็นโดยเร็ว และไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุต้องชี้แจงเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อขอให้พิจารณายกเว้นความผิดจากการแจ้งล่าช้าประกาศ 2565 ข้อ 7
ผู้ควบคุมข้อมูล (ถ้าเราเป็นผู้ประมวลผล)ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุ เท่าที่ทำได้ ตามที่ระบุในสัญญาผู้ควบคุมต้องใส่หน้าที่นี้ไว้ในสัญญาประกาศ 2565 ข้อ 8
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ทำให้แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้ากว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น การดำเนินการป้องกัน ระงับ หรือแก้ไขเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันไม่อาจก้าวล่วงได้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจขอให้สำนักงานพิจารณายกเว้นความผิดจากการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้าได้ โดยให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่ทำให้แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้า โดยจะต้องแจ้งแก่สำนักงานโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่ทราบเหตุ
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 7แจ้งล่าช้าได้เฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็น และต้องขอให้ สคส. พิจารณา

เจ้าของกิจการหลายรายสงสัยว่ารู้เหตุตอนเย็นวันศุกร์ 72 ชั่วโมงนับรวมวันเสาร์อาทิตย์ไหม ตัวบทในมาตรา 37 (4) และประกาศ 2565 ใช้หน่วยเป็นชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ และไม่มีข้อความยกเว้นวันหยุด ให้ถือว่านับต่อเนื่อง

ช่องทางแจ้ง สคส. ตามประกาศ สคส. ปี 2568 ข้อ 2 คือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ saraban@pdpc.or.th โดยระบุสาระสำคัญตามข้อ 6 ของประกาศ 2565 เท่าที่ทำได้ ได้แก่ ลักษณะและประเภทของเหตุ ผู้ประสานงานหรือ DPO ผลกระทบที่อาจเกิด และมาตรการที่ใช้หรือจะใช้

72 ชั่วโมงแรกของเหตุกล้องวงจรปิด ทำอะไรก่อนหลัง?

แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 2.3.4 วางลำดับ 7 ขั้นสำหรับเหตุละเมิดของระบบกล้อง ตั้งแต่ตรวจพบจนถึงป้องกันการเกิดซ้ำ ขั้นตอนนี้ไม่ได้บังคับ แต่เรียงเข้ากับลำดับของประกาศ สคส. ข้อ 5 ได้พอดี

กระบวนการควรครอบคลุมขั้นตอนดังนี้ ตรวจพบ → จำกัดขอบเขตของเหตุ → ประเมินข้อมูลและผลกระทบ → เก็บรักษาหลักฐาน → แจ้งผู้รับผิดชอบ → ดำเนินการตามข้อกำหนดที่มีผลใช้บังคับ → แก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) สกมช. ฉบับ 1.0.0 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 2.3.4 (แนวปฏิบัติ สกมช.)ลำดับขั้นตอนที่แนวปฏิบัติแนะนำ

ข้อ 3.6.3 ของแนวปฏิบัติเดียวกันแตกลำดับเป็น 6 ขั้นสำหรับงานช่าง คือ จำกัดและควบคุมเหตุ ประเมินเหตุ แก้ไขสาเหตุและช่องโหว่ กู้คืนระบบ รายงานและสื่อสาร และทบทวนปรับปรุง เรานำสองชุดมาเรียงกับเวลาจริงไว้ด้านล่าง

  1. ทันทีที่ทราบเหตุ
    จดว่าใครแจ้ง แจ้งทางไหน และรู้เมื่อกี่โมง แล้วเปิดบันทึกเหตุหนึ่งรายการ เวลานี้คือจุดเริ่มของเส้นตายทุกข้อ ยังไม่ต้องรู้ว่าใครผิดหรือหลุดทางไหนประกาศ 2565 ข้อ 5 · แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.6.3
  2. ชั่วโมงแรก ๆ (ข้อเสนอของเรา)
    จำกัดเหตุ ตัดเครื่องบันทึกหรือกล้องที่ต้องสงสัยออกจากอินเทอร์เน็ต ระงับบัญชีและสิทธิที่เกี่ยวข้อง ถอดลิงก์หรือสั่งลบคลิปที่โพสต์ในที่ที่เราสั่งได้ โดยยังไม่รีเซ็ตเครื่องประกาศ 2565 ข้อ 5 (2) · แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.6.3
  3. ก่อนรีเซ็ตหรือแก้ไขอุปกรณ์
    ส่งออกบันทึกเหตุการณ์ (log) จดค่าตั้งปัจจุบัน และเก็บสำเนาคลิปที่หลุดไว้เป็นหลักฐาน ตามที่แนวปฏิบัติ สกมช. แนะให้เก็บหลักฐานก่อนรีเซ็ตแนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.6.3
  4. วันแรก (ข้อเสนอของเรา)
    ประเมินว่าระบบไหน กล้องตัวไหน ช่วงเวลาไหน มีข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวข้องหรือไม่ กี่คน และความเสี่ยงต่อสิทธิของเขาสูงหรือไม่ ใช้ปัจจัยตามข้อ 12 ของประกาศ 2565ประกาศ 2565 ข้อ 5 (1) · ข้อ 12
  5. ก่อนครบ 72 ชั่วโมง
    ถ้าเชื่อได้ว่ามีการละเมิดจริงและไม่ใช่กรณีที่ไม่มีความเสี่ยง ให้แจ้ง สคส. ด้วยสาระตามข้อ 6 เท่าที่ทำได้ ถ้ายังหาข้อเท็จจริงไม่ครบก็แจ้งเท่าที่มี แล้วเติมภายหลังพ.ร.บ. มาตรา 37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5 (3) · ข้อ 6
  6. เมื่อเสี่ยงสูง
    แจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยา โดยไม่ชักช้า ดูตัวอย่างหนังสือใน หนังสือแจ้งเจ้าของข้อมูลพ.ร.บ. มาตรา 37 (4) · ประกาศ 2565 ข้อ 5 (4)
  7. ถ้าแจ้งไม่ทัน
    รีบชี้แจงเหตุจำเป็นต่อ สคส. และไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ เพื่อขอให้พิจารณายกเว้นความผิดจากการแจ้งล่าช้าประกาศ 2565 ข้อ 7
  8. หลังเหตุสงบ
    แก้ช่องโหว่ เปลี่ยนรหัสและสิทธิ กู้คืนจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เฝ้าระวังเป็นพิเศษ แล้วทบทวนว่าเกิดซ้ำได้อีกไหมประกาศ 2565 ข้อ 5 (5) · แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.6.3

ทำไมต้องเก็บหลักฐานก่อนกดรีเซ็ตกล้อง?

เพราะการรีเซ็ตเครื่องบันทึกหรือกล้องอาจล้างบันทึกเหตุการณ์ที่บอกว่าใครเข้ามา เมื่อไร และทำอะไรไว้ ถ้าไม่มีบันทึกนี้ จะประเมินไม่ได้ว่าภาพถูกดูหรือถูกดึงไปกี่คลิป และจะบอก สคส. ได้แค่ว่าไม่ทราบ

แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.6.3 ระบุในขั้นประเมินเหตุว่าให้เก็บรักษาบันทึกเหตุการณ์และหลักฐานก่อนรีเซ็ตหรือแก้ไขอุปกรณ์ และในตารางมาตรการ ระดับ E และ H จัดเป็น "พึงปฏิบัติ" ส่วนระดับ B เป็น "ควรพิจารณา" (ระดับ B/E/H ในแนวปฏิบัติเป็นระดับความสำคัญของระบบที่เอกสารกำหนดเอง ไม่ใช่การจัดชั้นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ)

ข้อ 3.6.2 ของแนวปฏิบัติเดียวกันยกตัวอย่างสัญญาณผิดปกติที่ควรตรวจสอบ เช่น กล้องหรืออุปกรณ์เริ่มต้นใหม่โดยไม่มีเหตุผล และค่าตั้งระบบถูกเปลี่ยนโดยไม่ได้รับอนุญาต

กล้องหรืออุปกรณ์เริ่มต้นใหม่โดยไม่มีเหตุผล - ค่าตั้งระบบถูกเปลี่ยนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) สกมช. ฉบับ 1.0.0 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 3.6.2 (แนวปฏิบัติ สกมช.)2 ใน 11 ตัวอย่างสัญญาณผิดปกติที่เอกสารให้ไว้

สัญญาณพวกนี้ไม่ได้แปลว่าเกิดเหตุละเมิดทุกครั้ง แต่เป็นเหตุให้ตรวจ ตารางต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของทีม AIPDPA ว่าเห็นสัญญาณแล้วควรเก็บอะไรก่อนลงมือแก้

สัญญาณจากข้อ 3.6.2 ของแนวปฏิบัติ สกมช. กับสิ่งที่ควรเก็บก่อนแก้ (ข้อเสนอของทีม AIPDPA)
สัญญาณควรเก็บก่อนถามตัวเองว่า
เข้าสู่ระบบไม่สำเร็จจำนวนมากlog การเข้าสู่ระบบ เวลา และที่อยู่ไอพีที่เข้ามาครั้งสุดท้ายที่เข้าสำเร็จคือใคร เมื่อไร
มีบัญชีใหม่หรือเปลี่ยนสิทธิที่อธิบายไม่ได้รายชื่อบัญชีและสิทธิทั้งหมดตอนนี้ใครมีสิทธิสร้างบัญชี ผู้รับจ้างยังมีบัญชีค้างอยู่หรือไม่
กล้องส่งข้อมูลไปปลายทางที่ไม่รู้จักบันทึกการเชื่อมต่อเครือข่ายของกล้องหรือเครื่องบันทึกปลายทางนั้นคือบริการที่เราจ้างไว้หรือไม่
ข้อมูลย้อนหลังหายหรือถูกลบผิดปกติช่วงวันที่ที่หาย และบันทึกการลบมีข้อมูลสำรองที่ยังใช้ได้หรือไม่
เฟิร์มแวร์เปลี่ยนโดยไม่ทราบที่มาเลขรุ่นเฟิร์มแวร์ปัจจุบัน และบันทึกการอัปเดตใครเป็นคนสั่ง ผู้ผลิตแจ้งเตือนไว้หรือไม่
ผู้ดูแลระบบเข้าบัญชีตัวเองไม่ได้บันทึกการเปลี่ยนรหัสผ่านและอีเมลกู้บัญชีมีใครเปลี่ยนค่ากู้คืนบัญชีหรือไม่

ถ้าสัญญาณมาจากกล้องที่เปิดให้ดูผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยรหัสผ่านเดิมจากโรงงาน อ่านวิธีป้องกันเพิ่มได้ที่ รหัสผ่านเริ่มต้นและการเปิดดูกล้องจากระยะไกล

ภาพหลุดจากคนในหรือผู้รับเหมา ต่างจากถูกเจาะระบบอย่างไร?

ต่างที่ขั้นจำกัดเหตุและขั้นหาหลักฐาน ส่วนหน้าที่แจ้งตามกฎหมายเหมือนกัน เพราะประกาศ สคส. ข้อ 4 นับเหตุที่เกิดจากพนักงานหรือผู้รับจ้างเป็นเหตุละเมิดด้วย กรณีเจ้าหน้าที่ทำภาพหลุดต้องดูทั้งสิทธิเข้าดูภาพ และบันทึกว่าใครเปิดดูหรือส่งออกคลิป

เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมถ่ายหน้าจอกล้องส่งกลุ่มไลน์ (สมมติ)ต้องประเมินเป็นเหตุละเมิด

ภาพถูกเปิดเผยโดยไม่มีอำนาจ เก็บหลักฐานว่าใครส่ง ส่งให้ใคร แล้วประเมินความเสี่ยงต่อผู้ที่ปรากฏในภาพ ก่อนตัดสินใจเรื่องแจ้ง

เครื่องบันทึกเปิดสู่อินเทอร์เน็ต พบ log เข้าสู่ระบบแปลก ๆ หลายร้อยครั้ง (สมมติ)ต้องจำกัดเหตุก่อน

ตัดการเชื่อมต่อ เก็บ log แล้วตรวจว่าเข้าสำเร็จหรือไม่ ถ้าเข้าสำเร็จและดูภาพได้ ถือว่าเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจ

ผู้ให้บริการแอปดูกล้องแจ้งว่าระบบของเขาถูกเจาะ (สมมติ)ต้องประเมินทันที

ข้อ 2.3.4 ของแนวปฏิบัติ สกมช. ระบุว่าเหตุของผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวกับข้อมูล CCTV ของเราควรถูกประเมินด้วย และสัญญาควรให้ผู้ประมวลผลแจ้งเราภายใน 72 ชั่วโมงตามข้อ 8 ของประกาศ 2565 ดูต่อที่ ผู้ประมวลผลข้อมูลทำข้อมูลรั่ว ใครต้องแจ้ง

กล้องรีสตาร์ตเองครั้งเดียว ไม่พบการเข้าสู่ระบบแปลก (สมมติ)ตรวจแต่ยังไม่ใช่เหตุ

เป็นสัญญาณให้ตรวจตามข้อ 3.6.2 แต่ถ้า log ไม่พบการเข้าถึงหรือเปลี่ยนค่า ไม่ต้องรีบสรุปว่าเป็นเหตุละเมิด ให้จดผลตรวจไว้

ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลเมื่อไร และเขียนอะไรถึงเขา?

ต้องแจ้งเมื่อเหตุนั้นมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ตามมาตรา 37 (4) และข้อ 5 (4) ของประกาศ 2565 ส่วนจะสูงหรือไม่ ประกาศข้อ 12 ให้พิจารณาปัจจัย 8 ข้อ เช่น ประเภทของข้อมูล ปริมาณ สถานะของเจ้าของข้อมูล ความร้ายแรงของผลกระทบ และมาตรการที่ใช้อยู่

สำหรับภาพจากกล้อง ปัจจัยที่เรามักต้องชั่งคือ ภาพเห็นหน้าชัดแค่ไหน กล้องอยู่ในพื้นที่ที่คนคาดหวังความเป็นส่วนตัวสูงหรือไม่ (เช่น ทางเดินหน้าห้องพัก) มีเด็กหรือผู้สูงอายุในภาพหรือไม่ และภาพเผยแพร่ออกไปแล้วดึงกลับได้หรือไม่ ข้อเหล่านี้เป็นข้อสังเกตของทีม AIPDPA ที่ต่อยอดจากปัจจัยในข้อ 12 ไม่ใช่เกณฑ์ที่ สคส. ประกาศเฉพาะกล้อง

หนังสือถึงเจ้าของข้อมูลควรบอกว่าเกิดอะไร ข้อมูลของเขาเกี่ยวข้องแค่ไหน ผลกระทบที่อาจเกิด สิ่งที่องค์กรทำแล้ว และช่องทางติดต่อ ดูโครงในบทความ หนังสือแจ้งเจ้าของข้อมูลหลังข้อมูลรั่ว เหตุภาพจากกล้องมักมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นลูกบ้านหรือลูกค้าที่เราไม่มีเบอร์ติดต่อ ให้คิดช่องทางแจ้งไว้ล่วงหน้า เช่น ป้ายประกาศในอาคารและอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ (ข้อเสนอของเรา)

ควรเตรียมอะไรไว้ก่อน เพื่อไม่ต้องคิดสดในวันเกิดเหตุ?

เตรียมสามอย่างตามที่แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 2.3.4 ปิดท้าย คือบทบาท ช่องทางรายงาน และผู้มีอำนาจตัดสินใจ เขียนให้ชัดว่าใครรับแจ้ง ใครสั่งตัดระบบได้ และใครเซ็นหนังสือถึง สคส.

องค์กรควรกำหนดบทบาท ช่องทางการรายงาน การยกระดับเหตุ การประเมินผลกระทบ และผู้มีอำนาจตัดสินใจให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกำหนด
ตัวบท แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) สกมช. ฉบับ 1.0.0 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ข้อ 2.3.4 (แนวปฏิบัติ สกมช.)หน้าที่เตรียมก่อนเกิดเหตุ

แนวปฏิบัติข้อ 3.6.3 มีตารางมาตรการแยกตามระดับ B/E/H ซึ่งเป็นระดับความสำคัญของระบบที่เอกสารกำหนดเอง และเอกสารบอกชัดว่าไม่ใช่การจัดชั้นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ตามตาราง การกำหนดผู้รับผิดชอบและช่องทางแจ้งเหตุ การแยกอุปกรณ์ที่สงสัย และการรายงานตามกฎหมาย เป็น "พึงปฏิบัติ" ทุกระดับ ส่วนการซ้อมกระบวนการเป็น "พึงปฏิบัติ" เฉพาะระดับ H และ "ควรพิจารณา" ที่ระดับ E

ถ้าอยากซ้อมแบบไม่ต้องเขียนแผนใหญ่ ลองใช้เหตุสมมติสั้น ๆ ในรูปแบบของ การซ้อมรับมือข้อมูลรั่ว ครั้งละครึ่งชั่วโมง โดยใช้โจทย์ "คลิปจากกล้องหลุดเข้ากลุ่มไลน์"

ระบบ AIPDPA มีทะเบียนเหตุละเมิดที่นับถอยหลัง 72 ชั่วโมงจากเวลาที่องค์กรทราบเหตุ และมีตัวช่วยตัดสินว่าต้องแจ้งใครภายในเมื่อไร ทุกการตัดสินใจต้องให้คนยืนยันและมีบันทึก ดูตัวอย่างได้ในบัญชีตัวอย่าง

ถ้าเหตุของคุณเป็นข้อมูลรั่วที่ไม่เกี่ยวกับกล้อง ให้เริ่มจาก คู่มือสั้นเรื่อง 72 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

ภาพกล้องหลุดแต่ไม่เห็นหน้าใคร ต้องแจ้ง สคส. ไหม?

ถ้าภาพไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้และไม่โยงกับข้อมูลอื่น ก็ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลและไม่เข้าหน้าที่แจ้งตามมาตรา 37 (4) แต่ควรตรวจก่อนว่าเครื่องบันทึกเก็บภาพช่วงอื่นที่เห็นหน้าคนไว้ด้วยหรือไม่ และจดผลตรวจไว้

แนวปฏิบัติ สกมช. เรื่องกล้องวงจรปิดบังคับใช้ไหม?

ไม่บังคับ เอกสารเขียนไว้เองในคำนำว่าเป็นเพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับใช้ และใช้แทนกฎหมายไม่ได้ ส่วนหน้าที่แจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงมาจาก พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 37 (4)

ถ้าแจ้ง สคส. ไม่ทันใน 72 ชั่วโมงต้องทำอย่างไร?

ข้อ 7 ของประกาศ สคส. ปี 2565 ให้ขอให้ สคส. พิจารณายกเว้นความผิดจากการแจ้งล่าช้า เมื่อมีเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องชี้แจงเหตุผลและแจ้งโดยเร็ว และไม่เกิน 15 วันนับแต่ทราบเหตุ

ผู้รับเหมาติดตั้งกล้องทำให้ภาพหลุด ใครต้องแจ้ง?

ต้องดูว่าใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ถ้าเราเป็นผู้ควบคุม หน้าที่แจ้ง สคส. เป็นของเรา ส่วนผู้ประมวลผลมีหน้าที่แจ้งผู้ควบคุมตามที่สัญญากำหนด ข้อ 8 ของประกาศ 2565 ให้ใส่ไว้ในสัญญาว่าแจ้งภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุ

พนักงานโพสต์คลิปกล้องลงโซเชียลเอง องค์กรต้องรับผิดชอบไหม?

ประกาศ 2565 ข้อ 4 นับเหตุที่เกิดจากพนักงานเป็นเหตุละเมิดได้ จึงต้องประเมินเหตุและพิจารณาแจ้งตามเงื่อนไข ส่วนความรับผิดของตัวพนักงานเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และต้องอ่านสัญญาจ้างและข้อบังคับของแต่ละที่

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (4)
  2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ข้อ 4 · ข้อ 5 · ข้อ 6 · ข้อ 7 · ข้อ 8 · ข้อ 12
  3. สคส. ตัวอย่างการประเมินความเสี่ยงของการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (แนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย) — ตัวอย่างที่ 1–10
  4. ประกาศ สคส. ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการแจ้งเหตุการละเมิด พ.ศ. 2568 — ข้อ 2
  5. แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) สกมช. ฉบับ 1.0.0 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) — คำนำ · ข้อ 2.3.4 · ข้อ 3.6.2 · ข้อ 3.6.3

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง ต้องทำอย่างไรข้อมูลรั่วต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุตามมาตรา 37 (4) ดูขั้นตอน สิ่งที่ต้องแจ้ง ช่องทางอีเมล และวิธีรับมือเมื่อแจ้งช้าข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรบ้างใน 72 ชั่วโมงแรกข้อมูลรั่วต้องทำอะไรใน 72 ชั่วโมงแรก ตาม PDPA ม.37(4) ประกาศแจ้งเหตุ 2565 ช่องทางอีเมลของ สคส. ปี 2568 พ.ร.บ.คอมฯ ม.26 และ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 พร้อมตารางเทียบติดกล้องวงจรปิดในออฟฟิศ ร้าน คอนโด ต้องทำอะไรตาม PDPAกล้องวงจรปิดตาม PDPA และ TDPG 4.0: ป้ายแจ้ง 2 ชั้น ฐานประโยชน์อันชอบธรรม ระยะเก็บภาพ ผู้มีสิทธิดู การให้ภาพตำรวจ และข้อหารือ สคส. เรื่องนิติบุคคลอาคารชุดดูกล้องวงจรปิดจากมือถือ ต้องจัดการรหัสโรงงานและ P2P ก่อนรหัสผ่านโรงงาน การดูกล้องจากมือถือ และบริการ P2P ตามแนวปฏิบัติ สกมช. 2569 พร้อมตารางเลือกวิธีดูจากนอกบ้านและความเชื่อมโยงกับ PDPA มาตรา 37 (1)