เจ้าหน้าที่ไอทีของหน่วยงานรัฐสองคนนั่งเทียบสัญญาบริการคลาวด์ฉบับพิมพ์กับข้อมูลในโน้ตบุ๊ก โดยมีตู้เซิร์ฟเวอร์อยู่หลังผนังกระจก
คลาวด์และการส่งข้อมูลไปต่างประเทศ

ย้ายระบบขึ้นคลาวด์ มาตรฐาน สกมช. 2567 บังคับใครบ้าง

มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์มีผลแล้วตั้งแต่ 11 กันยายน 2569 หน่วยงานรัฐ หน่วยงาน CII และผู้ให้บริการคลาวด์ของหน่วยงานเหล่านี้ต้องจัดระดับข้อมูล เลือกผู้ให้บริการ และเขียนสัญญาให้ครบตามที่ประกาศกำหนด

เผยแพร่ อ่าน 13 นาทีโดย
สรุปสั้น

มาตรฐาน สกมช. 2567 สำหรับการย้ายระบบขึ้นคลาวด์ คือประกาศ กมช. ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ มีผลตั้งแต่ 11 กันยายน 2569 ใช้กับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และผู้ให้บริการคลาวด์ของหน่วยงานเหล่านี้ เหมาะกับฝ่ายไอทีและ DPO

  • ใช้กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล หน่วยงาน CII และผู้ให้บริการคลาวด์ที่มีสัญญากับหน่วยงานเหล่านี้
  • ข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดระดับผลกระทบด้านความลับอย่างน้อยระดับกลาง (ประกาศคลาวด์ ข้อ 5)
  • ศูนย์ข้อมูลหลักต้องอยู่ในไทยเฉพาะระบบผลกระทบสูง และยกเว้นได้ถ้าด้านความมั่นคงของรัฐอยู่ระดับต่ำหรือกลาง
  • ทำตามมาตรฐานเสร็จแล้ว ต้องส่งผลสรุปรายงานให้ สกมช. ภายใน 30 วัน (ข้อ 6)
  • สัญญาคลาวด์ต้องแบ่งหน้าที่ 12 เรื่องให้ชัด เช่น สำรองข้อมูล เข้ารหัส และการคืนข้อมูลเมื่อเลิกสัญญา (แนบท้าย 5.2.9.2)

หลายหน่วยงานย้ายระบบขึ้นคลาวด์สาธารณะไปตั้งแต่ช่วงนโยบาย Cloud First แต่กติกาด้านความปลอดภัยที่ใช้กับคลาวด์โดยตรงเพิ่งมีผลบังคับเมื่อเดือนที่แล้ว คือ ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 ซึ่งออกตามมาตรา 9 (4) แห่ง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562

ประกาศฉบับนี้ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 10 กันยายน 2567 และให้เวลาเตรียมตัวสองปี จึงเริ่มมีผลวันที่ 11 กันยายน 2569 ใครที่ยังคิดว่าเป็นเรื่องอนาคต ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · ข้อ 2

บทความนี้อ่านประกาศคลาวด์ 2567 คู่กับ ประกาศสำนักงาน กมช. เรื่อง แนวทางการใช้บริการคลาวด์สาธารณะที่มีศูนย์ข้อมูลหลักในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ซึ่งตอบคำถามที่ฝ่ายไอทีถามกันมากที่สุด ว่าต้องใช้ศูนย์ข้อมูลในไทยหรือไม่ แล้วปิดท้ายด้วยเช็กลิสต์ที่ควรมีในสัญญาคลาวด์

มาตรฐานคลาวด์ สกมช. 2567 ใช้บังคับกับใครบ้าง?

ใช้กับสามกลุ่มตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ คือ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) รวมทั้งผู้ให้บริการคลาวด์ที่ให้บริการหน่วยงานเหล่านี้ ข้อ 3 ของประกาศเรียกรวมทั้งสามกลุ่มว่า “หน่วยงาน”

มาตรฐานฉบับนี้ ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์กับหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นด้วย
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · แนบท้าย ข้อ 2 ขอบเขต

ฝั่งผู้ให้บริการคลาวด์ ขอบเขตแคบกว่าที่หลายคนคิด แนบท้ายข้อ 2 เขียนว่าใช้กับผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ เฉพาะที่ต้องให้บริการ กับหน่วยงานสามกลุ่มข้างต้น และอาศัยสัญญาระหว่างกันเป็นฐาน ผู้ให้บริการที่ขายให้ลูกค้าเอกชนอย่างเดียวจึงไม่ถูกมาตรฐานนี้บังคับโดยตรง

กรมหรือรัฐวิสาหกิจที่ใช้คลาวด์สาธารณะอยู่ในขอบเขต

เป็นหน่วยงานของรัฐตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ต้องทำตามข้อกำหนดขั้นต่ำท้ายประกาศตามระดับผลกระทบ (ข้อ 4)

หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII)อยู่ในขอบเขต

ประกาศนับรวมเป็น “หน่วยงาน” ตามข้อ 3 แม้จะเป็นนิติบุคคลเอกชน

ผู้ให้บริการคลาวด์ที่มีสัญญากับหน่วยงานรัฐหรือ CIIอยู่ในขอบเขตเฉพาะสัญญานั้น

แนบท้ายข้อ 1.7 ให้ผู้ให้บริการมีหน้าที่ดำเนินการตามที่หน่วยงานร้องขอ และต้องมีใบรับรองตามระดับผลกระทบ

บริษัทเอกชนทั่วไปที่ไม่ใช่ CIIมาตรฐานนี้ไม่บังคับ

แต่ยังต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและข้อตกลงกับผู้ประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ อยู่เหมือนเดิม

ข้อมูลส่วนบุคคลบนคลาวด์ต้องจัดระดับผลกระทบอย่างน้อยแค่ไหน?

อย่างน้อยระดับกลางในด้านการรักษาความลับ ข้อ 5 ของประกาศคลาวด์เขียนไว้ตรง ๆ และผูกกับประกาศ กมช. เรื่องมาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ พ.ศ. 2566 ซึ่งแบ่งผลกระทบเป็นสามระดับ คือ ต่ำ กลาง และสูง

การดำเนินการตามข้อ 4 กรณีเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ให้จัดระดับผลกระทบด้านการรักษาความลับระดับกลางเป็นอย่างน้อย
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · ข้อ 5

ผลในทางปฏิบัติคือ ระบบที่มีข้อมูลลูกค้า ข้อมูลผู้ป่วย หรือข้อมูลบุคลากร จะจัดเป็นระดับต่ำไม่ได้แล้ว และเมื่อระบบเดียวมีข้อมูลหลายประเภท ประกาศ 2566 ให้ใช้ระดับของประเภทข้อมูลที่สูงที่สุดในแต่ละด้าน

พิจารณากำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของระบบสารสนเทศ โดยใช้ระดับผลกระทบของประเภทข้อมูลตามวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามข้อ 4 ในแต่ละเรื่องที่มีระดับผลกระทบมากที่สุด
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 10 (2)

ระดับที่ได้จะกำหนดว่าต้องทำข้อกำหนดข้อไหนบ้าง และต้องตรวจรับรองแบบใด ตารางข้างล่างสรุปจากตารางข้อ 4 ในแนบท้ายประกาศ ช่องสุดท้ายมาจากประกาศสำนักงานเรื่องศูนย์ข้อมูลหลักในไทย

ระดับผลกระทบกับสิ่งที่ต้องทำ ตามแนบท้ายประกาศคลาวด์ 2567 ข้อ 4 และประกาศสำนักงานฯ ข้อ 4–5
ระดับข้อกำหนดขั้นต่ำผู้ใช้บริการตรวจรับรองอย่างไรผู้ให้บริการต้องมีใบรับรองอย่างน้อยศูนย์ข้อมูลหลักต้องอยู่ในไทย?
ต่ำส่วนที่ 1 เฉพาะ 5.1.1, 5.1.2 · ส่วนที่ 2 เฉพาะ 5.2.1–5.2.4, 5.2.8, 5.2.9ประเมินตนเอง แนบหลักฐาน ให้ผู้บริหารสูงสุดอนุมัติ เก็บไว้และส่ง สกมช.Certify Body รอบ 3 ปี + ISO/IEC 27001 และ CSA STAR Level 1/CCM Liteไม่บังคับ จะเลือกใช้ก็ได้
กลาง (ขั้นต่ำของข้อมูลส่วนบุคคล)ส่วนที่ 1 ทุกข้อ · ส่วนที่ 2 เฉพาะ 5.2.1–5.2.4, 5.2.7–5.2.10รับรองโดยหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล (Attestation) หรือ Certify Body รอบ 3 ปีCertify Body รอบ 3 ปี + CSA STAR Level 2/CCM และ ISO/IEC 27701ไม่บังคับ จะเลือกใช้ก็ได้
สูงส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 ทุกข้อCertify Body รอบ 3 ปีCertify Body รอบ 3 ปี + ISO/IEC 27017 หรือ CSA STAR Level 2/CCM และ ISO/IEC 27018 และ ISO/IEC 27701 (ตามถ้อยคำในตาราง)ต้อง เว้นแต่ด้านความมั่นคงของรัฐฯ อยู่ระดับต่ำหรือกลาง

ความรับผิดชอบร่วมระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการคลาวด์ แบ่งกันอย่างไร?

มาตรฐานนี้แบ่งข้อกำหนดออกเป็นสองคอลัมน์ทุกข้อ คอลัมน์ซ้ายเป็นหน้าที่ของผู้ใช้บริการคลาวด์ (CSC) คอลัมน์ขวาเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP) เหตุผลเขียนไว้ในแนบท้ายข้อ 1.7 ว่าความเสี่ยงมาจากทั้งสองฝั่ง

มาตรฐานฉบับนี้จึงอาศัยหลักการเรื่องความร่วมรับผิดชอบ (Share Responsibilities) ให้กับทั้งผู้ใช้บริการคลาวด์ (CSC) และผู้ให้บริการคลาวด์ (CSP)
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · แนบท้าย ข้อ 1.7

เส้นแบ่งหน้าที่ขยับไปตามประเภทบริการ เช่าเครื่องเปล่าแบบ IaaS หน่วยงานต้องดูแลระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันเอง ใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปแบบ SaaS งานส่วนใหญ่อยู่กับผู้ให้บริการ ข้อ 5.1.1 ง) จึงกำหนดให้สัญญาเขียนเส้นแบ่งนี้ให้ชัดตามประเภทบริการ

ข้อตกลงทางสัญญาต้องกำหนดความรับผิดชอบระหว่างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบนคลาวด์ ผู้รับจ้างช่วง (Sub-contractors) และผู้ใช้บริการคลาวด์อย่างชัดเจน โดยพิจารณาจากประเภทของบริการคลาวด์ (เช่น บริการประเภท IaaS, PaaS หรือ SaaS)
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · แนบท้าย ข้อ 5.1.1 ง)

สังเกตว่าข้อนี้พูดถึงผู้รับจ้างช่วงด้วย ผู้ให้บริการ SaaS หลายรายตั้งระบบอยู่บนคลาวด์ของอีกบริษัทหนึ่ง สัญญาที่ดีควรบอกได้ว่าข้อมูลของหน่วยงานผ่านมือใครบ้าง และใครรับผิดชอบส่วนไหน

ต้องใช้คลาวด์ที่มีศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยหรือไม่?

ต้องใช้เมื่อผลการประเมินอยู่ในระดับสูง ประกาศสำนักงาน กมช. เรื่องคลาวด์สาธารณะที่มีศูนย์ข้อมูลหลักในไทย (มีผลตั้งแต่ 26 ธันวาคม 2567) เขียนเงื่อนไขไว้ในข้อ 4 วรรคหนึ่ง

จำต้องใช้บริการคลาวด์ที่ผู้ให้บริการคลาวด์ได้มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลหลักในประเทศไทย (Data Localization) รวมทั้งต้องมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสำรองในประเทศไทยหรืออยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใกล้กับการใช้งานหลักของผู้ใช้บริการคลาวด์ให้มากที่สุด รวมถึงสิงคโปร์และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง
ตัวบท ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง แนวทางการใช้บริการคลาวด์สาธารณะที่มีศูนย์ข้อมูลหลักในประเทศไทย พ.ศ. 2567 · ข้อ 4 วรรคหนึ่ง

คำว่า “รวมถึงสิงคโปร์และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง” ขยายพื้นที่ที่ตั้งศูนย์สำรองได้ ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นสองที่นี้เท่านั้น ฮ่องกงเองก็ไม่ได้อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวบทจึงต้องเติมเข้ามาให้ชัด

ข้อยกเว้นที่ใช้ได้จริงอยู่ในวรรคสอง ระบบที่ผลรวมออกมาเป็นระดับสูงเพราะด้านการเงินหรือชื่อเสียง แต่ด้านความมั่นคงของรัฐอยู่ระดับต่ำหรือกลาง ไม่จำเป็นต้องย้ายศูนย์ข้อมูลหลักมาไทย

แต่ผลการประเมินและจัดระดับผลกระทบในด้านความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศอยู่ในระดับต่ำหรือระดับกลาง หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล หรือหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ไม่จำต้องใช้บริการคลาวด์ที่มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลหลักในประเทศไทยก็ได้
ตัวบท ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง แนวทางการใช้บริการคลาวด์สาธารณะที่มีศูนย์ข้อมูลหลักในประเทศไทย พ.ศ. 2567 · ข้อ 4 วรรคสอง

สัญญาคลาวด์ควรเขียนอะไรให้ชัด?

แนบท้ายข้อ 5.2.9.2 ให้ผู้ใช้บริการยืนยันบทบาทและความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยตามที่เขียนในข้อตกลงการให้บริการ และฝั่งผู้ให้บริการต้องระบุมาตรการของตนไว้ในข้อตกลงเพื่อกันความเข้าใจผิด สัญญาจึงเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ผู้ตรวจรับรองจะขอดู

ผู้ใช้บริการคลาวด์ ต้องยืนยันบทบาทและความรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบริการคลาวด์ ดังที่อธิบายไว้ในข้อตกลงการให้บริการ
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · แนบท้าย ข้อ 5.2.9.2 ก) ผู้ใช้บริการ

ประกาศยกตัวอย่างกระบวนการไว้ 12 เรื่อง เราจัดเป็นคำถามที่ควรหาคำตอบให้เจอในสัญญาหรือเอกสารแนบ ถ้าหาไม่เจอ ให้ถามผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็น

  1. การป้องกันมัลแวร์และการจัดการช่องโหว่ ใครสแกน ใครแพตช์ ระดับไหนของระบบ
  2. การสำรองข้อมูล สำรองที่ไหน บ่อยแค่ไหน ใครทดสอบการกู้คืน
  3. มาตรการควบคุมการเข้ารหัส ข้อมูลเข้ารหัสทั้งตอนเก็บและตอนส่งหรือไม่ และใครถือกุญแจ
  4. การจัดการเหตุการณ์ ผู้ให้บริการจะแจ้งเหตุแบบไหน ภายในกรอบเวลาเท่าไร ผ่านช่องทางใด (ดูข้อ 5.2.10.1 ข) ประกอบ)
  5. การตรวจสอบและการทดสอบความปลอดภัย หน่วยงานขอดูรายงานตรวจหรือขอทดสอบเองได้หรือไม่
  6. หลักฐานและบันทึก log และเส้นทางการตรวจสอบเก็บไว้นานเท่าไร ขอสำเนาได้อย่างไร
  7. การปกป้องข้อมูลเมื่อสิ้นสุดข้อตกลง คืนข้อมูลในรูปแบบไหน ลบเมื่อไร และยืนยันการลบอย่างไร
  8. การยืนยันตัวตน การควบคุมการเข้าถึง และการจัดการข้อมูลประจำตัว บัญชีผู้ดูแลของใครเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง

อีกเรื่องที่มักลืมคือกฎหมายของประเทศผู้ให้บริการ ข้อ 5.1.3.1 ให้ผู้ใช้บริการคิดเผื่อว่ากฎหมายที่ใช้กับบริการอาจเป็นของเขตอำนาจที่ควบคุมผู้ให้บริการ และฝั่งผู้ให้บริการก็ต้องแจ้งเขตอำนาจศาลที่ควบคุมบริการให้ทราบ

ผู้ใช้บริการคลาวด์ต้องพิจารณาประเด็นที่ว่ากฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอาจเป็นกฎหมายของเขตอำนาจศาลที่ควบคุมผู้ให้บริการคลาวด์ นอกเหนือจากกฎหมายที่ควบคุมผู้ใช้บริการคลาวด์
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · แนบท้าย ข้อ 5.1.3.1 ก) ผู้ใช้บริการ

ทำอะไรก่อนหลัง ตั้งแต่จัดระดับข้อมูลจนส่งรายงาน?

ลำดับข้างล่างเรียงจากตัวประกาศทั้งสามฉบับ ขั้นที่ 1 ต้องเสร็จก่อน เพราะทุกขั้นถัดไปขึ้นกับระดับผลกระทบที่ได้

  1. ขั้นที่ 1
    จัดระดับผลกระทบรายประเภทข้อมูลและรายด้าน (ความลับ ความถูกต้องครบถ้วน ความพร้อมใช้) ข้อมูลส่วนบุคคลด้านความลับไม่ต่ำกว่ากลางประกาศคลาวด์ ข้อ 5 · ประกาศ 2566 ข้อ 10
  2. ขั้นที่ 2
    เทียบระดับกับตารางข้อกำหนดขั้นต่ำ เพื่อรู้ว่าต้องทำข้อใดในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2แนบท้าย ข้อ 4
  3. ขั้นที่ 3
    เลือกผู้ให้บริการ ขอดูใบรับรองตามระดับ และตรวจที่ตั้งศูนย์ข้อมูลหลักกับศูนย์สำรองถ้าระบบอยู่ระดับสูงแนบท้าย ข้อ 1.8.2 · ประกาศสำนักงานฯ ข้อ 4
  4. ขั้นที่ 4
    เขียนสัญญาให้แบ่งหน้าที่ตามประเภทบริการ ครอบคลุมกระบวนการในข้อ 5.2.9.2 และกลไกแจ้งเหตุแนบท้าย ข้อ 5.1.1 ง) · 5.2.9.2 · 5.2.10
  5. ขั้นที่ 5
    ประเมินตนเองหรือรับการตรวจรับรองตามระดับ (ระดับกลางและสูงใช้วงรอบ 3 ปี)แนบท้าย ข้อ 1.8
  6. ภายใน 30 วันหลังทำเสร็จ
    ส่งผลสรุปรายงานการดำเนินการให้ สกมช. ถ้าทำตามมาตรฐานไม่ได้ ให้แจ้งเป็นหนังสือเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาประกาศคลาวด์ ข้อ 6 · ประกาศสำนักงานฯ ข้อ 6
ให้หน่วยงานจัดส่งผลสรุปรายงานการดำเนินการต่อสำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · ข้อ 6

บริษัทเอกชนที่ไม่ใช่ CII ควรสนใจมาตรฐานนี้หรือไม่?

มาตรฐานคลาวด์ 2567 ไม่ได้บังคับบริษัทเอกชนทั่วไป แต่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ยังใช้กับทุกบริษัทที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการคลาวด์ที่เก็บข้อมูลแทนเรามักมีฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรา 40 วรรคสามบังคับให้ต้องมีข้อตกลงระหว่างกัน

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 40 วรรคสาม

PDPA ไม่ได้บอกว่าข้อตกลงต้องมีหัวข้ออะไรบ้าง เช็กลิสต์ 12 เรื่องจากข้อ 5.2.9.2 จึงเป็นแนวทางที่ดีสำหรับบริษัทเอกชนด้วย ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่ช่วยให้สัญญาตอบคำถามได้ครบเมื่อเกิดเหตุ ดูวิธีเขียนข้อตกลงได้ที่ คู่มือข้อตกลงผู้ประมวลผล

ถ้าศูนย์ข้อมูลของผู้ให้บริการอยู่นอกประเทศ ยังมีอีกคำถามหนึ่งที่มาตรฐานไซเบอร์ไม่ได้ตอบ คือเป็นการส่งข้อมูลไปต่างประเทศตาม PDPA มาตรา 28 หรือไม่ คำตอบขึ้นกับว่าใครเข้าถึงข้อมูลได้ อ่านต่อได้ที่ ส่งข้อมูลออกนอกไทยตามมาตรา 28 และถ้าปลายทางเป็นบริษัทในเครือ ดู BCR กับข้อสัญญามาตรฐาน

สำหรับหน่วยงานที่ต้องทำตามมาตรฐานนี้ ระบบ AIPDPA มีชุดมาตรการความมั่นคงปลอดภัยที่โยงกับมาตรฐานของ สคส. สพธอ. และ สกมช. และทะเบียนกิจกรรมการประมวลผลที่บันทึกได้ว่าระบบไหนอยู่บนคลาวด์ใด ดูภาพรวมเรื่องคลาวด์ได้ที่ คู่มือคลาวด์สาธารณะในไทย

คำถามที่พบบ่อย

มาตรฐานคลาวด์ สกมช. 2567 มีผลบังคับเมื่อไร?

ข้อ 2 ให้มีผลเมื่อพ้นสองปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศลงวันที่ 10 กันยายน 2567 จึงมีผลตั้งแต่ 11 กันยายน 2569

บริษัทเอกชนทั่วไปต้องทำตามมาตรฐานคลาวด์ 2567 หรือไม่?

ไม่ต้อง ถ้าไม่ใช่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และไม่ได้เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ให้หน่วยงานรัฐหรือ CII แต่ยังต้องทำตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ เช่น ต้องมีข้อตกลงกับผู้ประมวลผลตามมาตรา 40

ข้อมูลส่วนบุคคลต้องเก็บในคลาวด์ที่มีศูนย์ข้อมูลในไทยหรือไม่?

มาตรฐานนี้บังคับเฉพาะระบบที่ผลกระทบระดับสูง ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปที่จัดไว้ระดับกลางยังไม่ถูกบังคับ และแม้เป็นระดับสูง ถ้าด้านความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยอยู่ระดับต่ำหรือกลาง ก็ไม่จำต้องใช้ศูนย์ข้อมูลหลักในไทย

ศูนย์ข้อมูลสำรองต้องอยู่ที่สิงคโปร์หรือฮ่องกงเท่านั้นหรือ?

ไม่ใช่ ตัวบทให้อยู่ในไทยหรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใกล้การใช้งานหลักที่สุด และเขียนว่า “รวมถึง” สิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ ไม่ใช่รายการปิด

ถ้าหน่วยงานทำตามมาตรฐานคลาวด์ไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?

ประกาศสำนักงาน กมช. เรื่องคลาวด์สาธารณะที่มีศูนย์ข้อมูลหลักในไทย ข้อ 6 ให้แจ้งเป็นหนังสือมายัง สกมช. แล้วสำนักงานจะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการพิจารณา

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 — ข้อ 2 · ข้อ 4 · ข้อ 5 · ข้อ 6 · แนบท้าย 1.7 · 1.8 · 2 · 4 · 5.1.1 · 5.1.3.1 · 5.2.5.1 · 5.2.9.2
  2. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง แนวทางการใช้บริการคลาวด์สาธารณะที่มีศูนย์ข้อมูลหลักในประเทศไทย พ.ศ. 2567 — ข้อ 3 · ข้อ 4 · ข้อ 5 · ข้อ 6
  3. ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 — ข้อ 5 · ข้อ 10
  4. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 40

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

วิธีเลือกใช้คลาวด์สาธารณะให้สอดคล้องแนวทาง NCSA เมื่อไรต้องใช้ศูนย์ข้อมูลในไทยเกณฑ์ NCSA ว่าเมื่อไรต้องใช้คลาวด์ที่มีศูนย์ข้อมูลหลักในไทย ใครต้องทำ ต้องรายงานภายในกี่วัน พร้อมขั้นตอนเลือกผู้ให้บริการคลาวด์ทีละข้อหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) มีหน้าที่อะไรตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์หน่วยงาน CII ต้องมีประมวลแนวทางปฏิบัติ ตรวจประเมินความเสี่ยงไซเบอร์อย่างน้อยปีละครั้ง มีแผนรับมือภัยคุกคาม และแจ้งชื่อผู้ประสานงานมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำตาม PDPA ต้องมีอะไรบ้าง?สรุปมาตรการความปลอดภัยขั้นต่ำที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีตามมาตรา 37 (1) และประกาศคณะกรรมการฯ พ.ศ. 2565 พร้อมขั้นตอนทำจริงและหลักฐานที่ควรเก็บทำสัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) กับผู้ให้บริการภายนอกอย่างไรตามมาตรา 40?ใช้ผู้ให้บริการภายนอกประมวลผลข้อมูลแทน ต้องมีข้อตกลงตามมาตรา 40 PDPA ดูว่า DPA ควรมีข้อใดบ้าง และวิธีคุมผู้ประมวลผลให้ทำตามคำสั่งของคุณข้อมูลออกนอกไทยเมื่อไร ต้องผ่านมาตรา 28 ทีละขั้นใช้ SaaS ต่างประเทศ ทีมซัพพอร์ตนอกประเทศ หรือส่งรายงานให้สำนักงานใหญ่ เมื่อไรเป็นการโอนข้อมูลตามมาตรา 28 และต้องใช้ฐานไหน ไล่ตามลำดับ มาตรา 28 → 29 → ข้อยกเว้นส่งข้อมูลให้บริษัทในเครือต่างประเทศ เลือก BCR หรือสัญญามาตรฐานส่งข้อมูลให้บริษัทแม่หรือบริษัทในเครือต่างประเทศ ใช้ BCR ที่ สคส. รับรอง หรือข้อสัญญามาตรฐานตามมาตรา 29 ก็ได้ เทียบขั้นตอน เวลา 180 วัน เอกสาร และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย