ภาพมาโครปลายปากกาหมึกซึมกำลังลงนามบนหน้าสัญญา ตัวหนังสือในสัญญาเบลอทั้งหมด
แนวปฏิบัติ PDPA

สัญญาผู้ประมวลผลข้อมูล ข้อไหนขาดไม่ได้

จ้างบริษัททำบัญชีเงินเดือน เช่าระบบ CRM หรือจ้างเอเจนซีส่งอีเมล ทุกเจ้าคือผู้ประมวลผลข้อมูล และ PDPA บังคับให้มีข้อตกลงกับทุกเจ้า แต่สัญญาบริการส่วนใหญ่ไม่มีข้อเรื่องข้อมูลเลยสักข้อ

เผยแพร่ อ่าน 11 นาทีโดย
สรุปสั้น

สัญญาผู้ประมวลผลข้อมูล คือข้อตกลงที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องทำกับผู้รับจ้างตามมาตรา 40 วรรคสาม เพื่อคุมให้ทำตามคำสั่ง มีมาตรการความปลอดภัย และแจ้งเหตุละเมิดภายใน 72 ชั่วโมง ฝ่ายกฎหมายและ DPO จะได้รายการข้อที่ขาดไม่ได้ พร้อมบอกว่าข้อไหนมาจากกฎหมาย ข้อไหนเป็นแนวปฏิบัติ

  • PDPA มาตรา 40 วรรคสาม บังคับให้ผู้ควบคุมข้อมูลจัดให้มีข้อตกลงกับผู้ประมวลผลทุกราย เพื่อคุมงานให้เป็นไปตามกฎหมาย
  • ประกาศแจ้งเหตุละเมิด 2565 ข้อ 8 บังคับให้เขียนในสัญญาว่าผู้ประมวลผลต้องแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ตนทราบเหตุ
  • ประกาศมาตรการความปลอดภัย 2565 ข้อ 6 ให้กำหนดมาตรการของผู้ประมวลผลไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำในข้อ 4
  • ผู้ประมวลผลที่ทำนอกคำสั่ง ถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับงานนั้น (มาตรา 40 วรรคสอง)
  • TDPG 4.0 ชี้ว่าเขียนโอนความรับผิดไปให้ผู้ประมวลผลแล้ว ผู้ควบคุมก็ยังหลุดจากความรับผิดตามกฎหมายไม่ได้ (แนวปฏิบัติ)

บริษัทขนาดกลางทั่วไปมีผู้ประมวลผลข้อมูลมากกว่าที่คิด ผู้ให้บริการเงินเดือน ระบบ CRM บนคลาวด์ เอเจนซีส่งอีเมลการตลาด บริษัทรักษาความปลอดภัยที่ดูกล้องวงจรปิด ทุกเจ้าใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทนเรา และส่วนใหญ่เซ็นสัญญากันด้วยใบเสนอราคากับสัญญาบริการที่ไม่มีข้อเรื่องข้อมูลเลย

TDPG 4.0 พูดถึงปัญหานี้ไว้ตรง ๆ ว่าสัญญาจ้างทั่วไปมักกำหนดแค่ขอบเขตงาน ค่าบริการ ความรับผิด และทรัพย์สินทางปัญญา แต่ไม่มีข้อเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บทความนี้รวบรวมว่าข้อตกลงกับผู้ประมวลผลต้องมีอะไร และบอกชัดว่าแต่ละข้อมาจากกฎหมาย ประกาศ หรือแค่แนวปฏิบัติ

กฎหมายบังคับให้ทำสัญญากับผู้ประมวลผลข้อมูลจริงไหม?

จริง และหน้าที่นี้อยู่กับผู้ควบคุมข้อมูล ไม่ใช่ผู้รับจ้าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ มาตรา 40 วรรคสาม ใช้คำว่า "ต้องจัดให้มี" ไม่ใช่ "ควร"

การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 40 วรรคสาม

มาตรา 37 (2) เสริมอีกชั้นว่าเมื่อต้องให้ข้อมูลแก่บุคคลอื่น ผู้ควบคุมต้องดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ ข้อตกลงเป็นเครื่องมือที่ชัดที่สุดในการทำหน้าที่ข้อนี้

ไม่ต้องรื้อสัญญาเดิม TDPG 4.0 ข้อ K5 แนะว่าทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement หรือ DPA) แยกอีกฉบับ แล้วระบุให้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาบริการหลักได้ ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ในรูปภาคผนวก

รู้ได้อย่างไรว่าผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผล ไม่ใช่ผู้ควบคุม?

ดูจากสิ่งที่เขาทำจริง ไม่ใช่ชื่อที่เขียนในสัญญา TDPG 4.0 ข้อ B28 ย้ำว่าแม้สัญญาจะเรียกผู้ให้บริการว่าผู้ประมวลผล ก็ไม่ชี้ขาดสถานะ ตัวอย่างใน TDPG คือเอเจนซีการตลาดที่สัญญาเรียกว่าผู้ประมวลผล แต่เอาฐานข้อมูลลูกค้าไปใช้โปรโมตสินค้าของลูกค้ารายอื่นด้วย จึงกลายเป็นผู้ควบคุมสำหรับงานส่วนนั้น

PDPA เขียนผลนี้ไว้ในตัวบทเอง ผู้ประมวลผลมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ถ้าทำนอกคำสั่ง กฎหมายถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการกระทำนั้น และต้องรับหน้าที่ของผู้ควบคุมทั้งหมด

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
ตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · มาตรา 40 (1) และวรรคสอง(1) คือหน้าที่ทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมาย

ข้อไหนบ้างที่สัญญาขาดไม่ได้?

ตารางนี้รวม 10 ข้อ โดยแยกที่มาให้เห็นชัด ข้อที่มาจาก พ.ร.บ. หรือประกาศคณะกรรมการมีผลผูกพัน ส่วนข้อจาก TDPG 4.0 เป็นแนวปฏิบัติที่วงการใช้ ไม่ใช่กฎหมาย แต่ช่วยให้สัญญาตอบคำถามที่ตัวบทไม่ได้ลงรายละเอียด

10 ข้อในข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูล และที่มาของแต่ละข้อ
#ข้อในสัญญาที่มาสถานะ
1ทำตามคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรของผู้ควบคุมเท่านั้นม.40 (1) · TDPG ข้อ K5กฎหมาย + แนวปฏิบัติ (เรื่องลายลักษณ์อักษร)
2ผู้ประมวลผลต้องดูว่าคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย และผู้ควบคุมรับรองว่าคำสั่งไม่เกินวัตถุประสงค์ม.40 (1) · TDPG ข้อ K5กฎหมาย + แนวปฏิบัติ
3จำกัดผู้เข้าถึงเฉพาะคนที่จำเป็น และผูกหน้าที่รักษาความลับTDPG ข้อ K5 · ประกาศมาตรการ ข้อ 4 (6)แนวปฏิบัติ + ประกาศ
4มาตรการความปลอดภัยไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำม.40 (2) · ประกาศมาตรการ ข้อ 6กฎหมาย + ประกาศ
5แจ้งเหตุละเมิดแก่ผู้ควบคุมภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุม.40 (2) · ประกาศแจ้งเหตุ ข้อ 8กฎหมาย + ประกาศ (ต้องเขียนในสัญญา)
6ช่วยผู้ควบคุมตอบคำขอใช้สิทธิ และส่งต่อคำขอที่ได้รับTDPG ข้อ K5แนวปฏิบัติ
7ลบหรือทำลายข้อมูลภายในกี่วันหลังสัญญาจบ และทำตามประกาศเรื่องการลบ 2567 เมื่อมีคำขอลบTDPG ข้อ K5แนวปฏิบัติ
8ห้ามส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ควบคุมTDPG ข้อ K5 · ม.28แนวปฏิบัติ + เงื่อนไขตามกฎหมาย
9ใช้ผู้ประมวลผลช่วงได้เมื่ออนุญาตล่วงหน้า และต้องผูกหน้าที่เดียวกันต่อไปTDPG ข้อ B21แนวปฏิบัติ
10ผู้ประมวลผลจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลของตนเองม.40 (3)กฎหมาย

ข้อ 1–2 คำสั่งต้องชัดและตรวจได้

มาตรา 40 (1) พูดแค่ว่าต้องทำตามคำสั่ง แต่ไม่ได้บอกว่าคำสั่งต้องอยู่ในรูปใด TDPG 4.0 เติมให้ว่าคำสั่งควรเป็นลายลักษณ์อักษร เหตุผลก็คือ เมื่อเกิดปัญหา ทั้งสองฝ่ายต้องชี้ได้ว่าคำสั่งคืออะไร ถ้าคำสั่งอยู่ในแชตหรือคุยปากเปล่า ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครทำเกินคำสั่ง

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือไปจากคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล (ที่เป็นลายลักษณ์อักษร)
ตัวบท TDPG4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · TDPG4.0-K ข้อ K5 (ตารางโครงสร้างข้อตกลง)แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย

ข้อ 3–4 มาตรการความปลอดภัยต้องมีมาตรฐานรองรับ

เขียนแค่ว่า "ผู้รับจ้างจะรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม" ไม่พอ ประกาศมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย 2565 ข้อ 6 ให้ผู้ควบคุมพิจารณากำหนดในข้อตกลงให้ผู้ประมวลผลมีมาตรการที่เหมาะสมและแจ้งเหตุละเมิด และมาตรการนั้นต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำในข้อ 4

ในการจัดให้มีข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลพิจารณากำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 6ประโยคเดียวกันระบุต่อว่ามาตรการดังกล่าวต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำตามข้อ 4

วิธีเขียนให้ตรวจได้คือแนบภาคผนวกมาตรการ ไล่ตามข้อ 4 ของประกาศ เช่น การควบคุมการเข้าถึงตามหลักให้สิทธิเท่าที่จำเป็น การทบทวนและถอนสิทธิผู้ใช้ บันทึกย้อนหลังการเข้าถึงและแก้ไขข้อมูล (audit trails) และการอบรมพนักงาน รายละเอียดแต่ละข้ออ่านได้ที่ เช็กลิสต์ความปลอดภัยฉบับเดียว ตอบทั้ง สคส. และ สกมช.

ข้อ 5 แจ้งเหตุละเมิด ข้อเดียวที่ประกาศสั่งให้เขียนในสัญญา

ประกาศหลักเกณฑ์การแจ้งเหตุละเมิด 2565 ข้อ 8 ใช้คำว่า "จะต้องระบุไว้ในข้อตกลงหรือในสัญญา" ข้อนี้จึงไม่ใช่ทางเลือก สัญญาที่ไม่มีข้อนี้ถือว่าผู้ควบคุมไม่ได้ทำตามประกาศ

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องระบุไว้ในข้อตกลงหรือในสัญญาที่เกี่ยวข้องให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้เช่นกัน
ตัวบท ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 · ข้อ 8

สังเกตว่า 72 ชั่วโมงของผู้ประมวลผลนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุ ส่วน 72 ชั่วโมงที่ผู้ควบคุมต้องแจ้ง สคส. ตามมาตรา 37 (4) นับแต่ผู้ควบคุมทราบเหตุ ถ้าผู้ประมวลผลใช้เวลาเต็ม 72 ชั่วโมงกว่าจะบอก ผู้ควบคุมก็เหลือเวลาตรวจสอบน้อยมาก TDPG 4.0 ยอมให้สัญญากำหนดสั้นกว่า 72 ชั่วโมงได้ แต่ไม่เกินนั้น

  • ผู้ประมวลผลต้องแจ้งผู้ควบคุมทุกเหตุ ไม่ต้องประเมินระดับความเสี่ยงเหมือนผู้ควบคุม (TDPG 4.0 หมวด J)
  • ผู้ประมวลผลที่ให้บริการหลายบริษัท ต้องแจ้งรายละเอียดแยกให้ผู้ควบคุมแต่ละราย (TDPG 4.0 หมวด J)
  • สัญญาจะให้ผู้ประมวลผลแจ้ง สคส. แทนก็ได้ ถ้าได้รับอนุญาตถูกต้อง แต่ความรับผิดตามกฎหมายยังเป็นของผู้ควบคุม (TDPG 4.0 หมวด J)
  • ระบุในสัญญาว่าต้องแจ้งใคร ทางช่องทางใด และต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง เช่น ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ระบบที่เกี่ยว และจำนวนรายการที่กระทบ (แนวปฏิบัติของทีม AIPDPA)
ผู้ประมวลผลข้อมูลสามารถแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลแทนผู้ควบคุมข้อมูลได้ หากผู้ควบคุมข้อมูลได้ให้การอนุญาตอย่างถูกต้อง และการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงในสัญญาที่ทำไว้ระหว่างผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล
ตัวบท TDPG4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · TDPG4.0-J (ข้อสังเกตเรื่องหน้าที่ของผู้ประมวลผล)แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย

ข้อ 6–10 เรื่องที่มักนึกได้ตอนเลิกจ้าง

ตอนเซ็นสัญญาไม่ค่อยมีใครสนใจข้อเหล่านี้ แต่มักเป็นปัญหาตอนเลิกจ้าง ลูกค้าขอลบข้อมูลแล้วผู้รับจ้างไม่ลบ เปลี่ยนผู้ให้บริการแล้วไม่รู้ว่าข้อมูลเก่าอยู่ที่ไหน หรือเพิ่งรู้ว่าผู้รับจ้างส่งงานต่อให้บริษัทในต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง

TDPG 4.0 ข้อ K5 แนะให้เขียนจำนวนวันที่ต้องลบหลังสัญญาจบไว้ชัด ให้ผู้ประมวลผลทำนโยบายการลบแจ้งผู้ควบคุม และเมื่อมีคำขอลบจากเจ้าของข้อมูล ให้ทำตามประกาศคณะกรรมการเรื่องหลักเกณฑ์การลบหรือทำลาย พ.ศ. 2567 ส่วนการส่งข้อมูลไปต่างประเทศ ควรห้ามไว้ก่อน เว้นแต่ผู้ควบคุมยินยอมเป็นหนังสือ เพราะการส่งออกนอกประเทศมีเงื่อนไขตามมาตรา 28 ของตัวเอง

B21 ผู้ประมวลผลอาจต้องการมอบหมายกิจกรรมการประมวลผลบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ผู้ประมวลผลอื่น (sub-processor) การมอบหมายดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากผู้ควบคุม ซึ่งอาจเป็นการอนุญาตเฉพาะเจาะจงหรือการอนุญาตทั่วไปก็ได้
ตัวบท TDPG4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · TDPG4.0-B ข้อ B21แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย · B21 ระบุต่อว่าผู้ประมวลผลยังรับผิดชอบต่อผู้ควบคุมแทนผู้ประมวลผลช่วง

ข้อสุดท้ายเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ประมวลผลเองตามมาตรา 40 (3) คือต้องจัดทำและเก็บบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศ การเขียนซ้ำไว้ในสัญญาและขอดูบันทึกนั้นได้ ช่วยให้ผู้ควบคุมรู้ว่าข้อมูลของตนไปอยู่ในระบบใดบ้าง

เขียนให้ผู้ประมวลผลรับผิดแทนทั้งหมด ได้ผลแค่ไหน?

ได้ผลระหว่างคู่สัญญา แต่ไม่ได้ผลต่อเจ้าของข้อมูล TDPG 4.0 ข้อ K6 ยกตัวอย่างว่าถ้าเจ้าของข้อมูลขอลบ แล้วผู้ประมวลผลละเลยไม่ลบ ผู้ควบคุมซึ่งมีหน้าที่ลบตามกฎหมายก็ยังต้องรับผิดต่อเจ้าของข้อมูล แล้วค่อยไปไล่เบี้ยผู้ประมวลผลตามสัญญา

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลก็ไม่สามารถอ้างข้อกำหนดในข้อตกลงดังกล่าวเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย
ตัวบท TDPG4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · TDPG4.0-K ข้อ K6แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย

ก่อนเซ็น ตรวจอะไรบ้าง?

  1. ทำรายชื่อผู้รับจ้างทุกรายที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทนบริษัท ดึงจาก RoPA ช่องผู้รับข้อมูล
  2. แยกว่ารายใดเป็นผู้ประมวลผล รายใดเป็นผู้ควบคุมอีกคน ตามสิ่งที่เขาทำจริง (TDPG ข้อ B28)
  3. ขอ DPA ของผู้ให้บริการรายใหญ่มาอ่าน มักมีภาคผนวกอยู่แล้ว ตรวจว่ามีข้อแจ้งเหตุ 72 ชั่วโมงตามประกาศข้อ 8 หรือไม่ เพราะ DPA ที่เขียนตามกฎหมายต่างประเทศอาจใช้กรอบเวลาอื่น
  4. รายที่ไม่มี DPA ใช้ข้อตกลงของบริษัทเอง แนบเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก
  5. แนบภาคผนวกมาตรการความปลอดภัยที่ไล่ตามประกาศ 2565 ข้อ 4
  6. ใส่ชื่อผู้ติดต่อเหตุละเมิดของทั้งสองฝ่าย และทดสอบช่องทางนั้นจริงปีละครั้ง (แนวปฏิบัติ)
  7. จดผู้ประมวลผลแต่ละรายไว้ใน RoPA เพื่อให้ตอบได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุว่าข้อมูลอยู่ที่ใคร

ถ้าเหตุเกิดขึ้นแล้ว ลำดับงานใน 72 ชั่วโมงแรกอยู่ที่ ข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรบ้างใน 72 ชั่วโมงแรก และถ้าผู้รับจ้างอยู่ต่างประเทศ อ่านต่อที่ ข้อมูลออกนอกไทยเมื่อไร ต้องผ่านมาตรา 28 ทีละขั้น

คำถามที่พบบ่อย

จ้างบริษัทภายนอกประมวลผลข้อมูล ต้องทำสัญญาแยกไหม

PDPA มาตรา 40 วรรคสาม บังคับให้ผู้ควบคุมจัดให้มีข้อตกลงกับผู้ประมวลผล ไม่ได้บังคับว่าต้องแยกฉบับ TDPG 4.0 แนะว่าทำเป็นข้อตกลงแยกแล้วระบุให้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลักได้ โดยไม่ต้องยกเลิกสัญญาเดิม

สัญญากับผู้ประมวลผลต้องกำหนดเวลาแจ้งเหตุละเมิดเท่าไร

ประกาศหลักเกณฑ์การแจ้งเหตุละเมิด 2565 ข้อ 8 ให้ระบุในสัญญาว่าผู้ประมวลผลต้องแจ้งผู้ควบคุมโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ผู้ประมวลผลทราบเหตุ TDPG 4.0 ยอมให้กำหนดสั้นกว่านั้นได้

ผู้ให้บริการคลาวด์ต่างประเทศมี DPA ของตัวเองแล้ว ใช้ได้เลยไหม

มักใช้เป็นฐานได้ แต่ต้องตรวจว่ามีข้อที่กฎหมายไทยบังคับครบ โดยเฉพาะการแจ้งเหตุภายใน 72 ชั่วโมงตามประกาศข้อ 8 และเงื่อนไขการส่งข้อมูลออกนอกประเทศตามมาตรา 28

ผู้ประมวลผลทำเกินคำสั่ง ใครรับผิด

มาตรา 40 วรรคสองให้ถือว่าผู้ประมวลผลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการกระทำนั้น แต่ผู้ควบคุมเดิมยังต้องดูหน้าที่ของตัวเองด้วย เช่น มาตรา 37 (2) ที่ให้ป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลใช้โดยมิชอบ

เขียนในสัญญาให้ผู้ประมวลผลรับผิดทั้งหมดแทนได้ไหม

เขียนได้ในระหว่างคู่สัญญา แต่ TDPG 4.0 ข้อ K6 ชี้ว่าผู้ควบคุมอ้างข้อนี้เพื่อหลุดพ้นความรับผิดตามกฎหมายไม่ได้ ต้องรับผิดต่อเจ้าของข้อมูลก่อน แล้วไล่เบี้ยผู้ประมวลผลตามสัญญา

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (2) · 40
  2. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ข้อ 4 · ข้อ 6
  3. ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 — ข้อ 8
  4. TDPG4.0 แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) — TDPG4.0-B ข้อ B21 · TDPG4.0-J · TDPG4.0-K ข้อ K5 K6

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

ข้อมูลรั่ว ต้องทำอะไรบ้างใน 72 ชั่วโมงแรกข้อมูลรั่วต้องทำอะไรใน 72 ชั่วโมงแรก ตาม PDPA ม.37(4) ประกาศแจ้งเหตุ 2565 ช่องทางอีเมลของ สคส. ปี 2568 พ.ร.บ.คอมฯ ม.26 และ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ ม.57 พร้อมตารางเทียบเช็กลิสต์ความปลอดภัยฉบับเดียว ตอบทั้ง สคส. และ สกมช.เทียบประกาศมาตรการความปลอดภัย สคส. 2565 กับมาตรฐานขั้นต่ำและการจัดระดับ สกมช. 2566 จุดที่ตรงกัน จุดที่ต่าง และเช็กลิสต์รวมแยกระดับต่ำ กลาง สูงข้อมูลออกนอกไทยเมื่อไร ต้องผ่านมาตรา 28 ทีละขั้นใช้ SaaS ต่างประเทศ ทีมซัพพอร์ตนอกประเทศ หรือส่งรายงานให้สำนักงานใหญ่ เมื่อไรเป็นการโอนข้อมูลตามมาตรา 28 และต้องใช้ฐานไหน ไล่ตามลำดับ มาตรา 28 → 29 → ข้อยกเว้นประกาศความเป็นส่วนตัวที่คนอ่านจริง เขียนอย่างไรเขียนประกาศความเป็นส่วนตัว (privacy notice) ให้ครบมาตรา 23 และอ่านรู้เรื่อง แจ้งเป็นชั้น แจ้ง ณ จุดเก็บข้อมูล ใช้ QR ได้ ตามข้อหารือ สคส. และตัวอย่างใน TDPG 4.0ตำรวจขอข้อมูลลูกค้า บริษัทส่งให้ได้แค่ไหนตำรวจหรือหน่วยงานรัฐขอข้อมูลลูกค้าหรือผู้ป่วย บริษัทส่งได้เมื่อไรโดยไม่ต้องขอความยินยอม ต้องส่งแค่ไหน และต้องจดอะไรไว้ ตามข้อหารือ สคส. กับ PDPA มาตรา 4 21 27ทำสัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) กับผู้ให้บริการภายนอกอย่างไรตามมาตรา 40?ใช้ผู้ให้บริการภายนอกประมวลผลข้อมูลแทน ต้องมีข้อตกลงตามมาตรา 40 PDPA ดูว่า DPA ควรมีข้อใดบ้าง และวิธีคุมผู้ประมวลผลให้ทำตามคำสั่งของคุณมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำตาม PDPA ต้องมีอะไรบ้าง?สรุปมาตรการความปลอดภัยขั้นต่ำที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีตามมาตรา 37 (1) และประกาศคณะกรรมการฯ พ.ศ. 2565 พร้อมขั้นตอนทำจริงและหลักฐานที่ควรเก็บแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง ต้องทำอย่างไรข้อมูลรั่วต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุตามมาตรา 37 (4) ดูขั้นตอน สิ่งที่ต้องแจ้ง ช่องทางอีเมล และวิธีรับมือเมื่อแจ้งช้า