แฟ้มสามกองสีแดง เหลืองอำพัน และเขียว วางบนโต๊ะเหล็ก มีกุญแจทองเหลืองวางอยู่บนกองสีแดง
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

จัดชั้นความมั่นคงปลอดภัยระบบ ทำทีละขั้นตามประกาศ 2566

ก่อนจะรู้ว่าระบบไหนต้องมีมาตรการอะไร ต้องจัดระดับต่ำ กลาง สูงให้ได้ก่อน ประกาศ กมช. ปี 2566 ให้สูตรไว้ครบ แต่เขียนเป็นภาษากฎหมายล้วน บทความนี้ไล่ให้ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างระบบสี่ตัว

เผยแพร่ อ่าน 10 นาทีโดย
สรุปสั้น

การจัดชั้นความมั่นคงปลอดภัยระบบตามประกาศ 2566 คือการให้ระดับผลกระทบต่ำ กลาง หรือสูง แก่ข้อมูลและระบบสารสนเทศ แยกตามความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งาน บทความนี้เหมาะกับทีมไอทีและผู้ตรวจสอบของหน่วยงานรัฐและ CII ที่ต้องทำจริง โดยไล่ทีละขั้นพร้อมตัวอย่าง

  • ประกาศใช้กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และ CII มีผลตั้งแต่ 19 มกราคม 2568
  • ทุกประเภทข้อมูลต้องประเมินสามด้าน คือความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งาน ด้านละสามระดับ
  • ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว ไม่ต้องประเมินด้านความลับ (ข้อ 4 วรรคสอง)
  • ระบบที่มีข้อมูลหลายประเภท ใช้ระดับสูงสุดของแต่ละด้านเป็นระดับของระบบ (ข้อ 10)
  • ต้องทบทวนอย่างน้อยทุก 3 ปี และบันทึกเหตุผลที่คงหรือเปลี่ยนระดับไว้ (ข้อ 11)

ทีมไอทีของหน่วยงานรัฐหลายแห่งเจอคำถามเดียวกันเวลาจะทำตามมาตรฐานของ สกมช. ว่าระบบนี้ต้องมีมาตรการระดับไหน คำตอบอยู่ในประกาศสองฉบับที่ออกคู่กันในราชกิจจานุเบกษาตอนเดียวกัน ฉบับแรกบอกวิธีจัดระดับ ฉบับที่สองบอกว่าแต่ละระดับต้องมีมาตรการอะไร

บทความนี้ว่าด้วยฉบับแรก คือประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เรื่องมาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 ส่วนมาตรการรายระดับอยู่ในเช็กลิสต์มาตรฐานขั้นต่ำ

ประกาศจัดชั้นปี 2566 ใช้กับใคร และมีผลเมื่อไร?

ใช้กับ "หน่วยงาน" ตามนิยามในข้อ 3 ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 18 มกราคม 2567 และข้อ 2 ให้มีผลเมื่อพ้นหนึ่งปี จึงมีผลตั้งแต่ 19 มกราคม 2568

บริษัทเอกชนที่ไม่ใช่ CII ไม่อยู่ในนิยามนี้ แต่ใช้วิธีเดียวกันเป็นกรอบคิดได้ โดยเฉพาะเมื่อรับงานให้หน่วยงานรัฐหรือ CII ซึ่งจะถามระดับของระบบอยู่แล้ว ดูมุมของผู้รับจ้างได้ที่รับงานไอทีให้ CII

คำว่า "คุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์" ในประกาศ ก็คือระดับที่เรากำลังจะจัดนั่นเอง ข้อ 3 นิยามไว้โดยผูกกับผลกระทบเมื่อเกิดเหตุสามแบบ

"คุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์" (Security category) หมายความว่า ลักษณะเฉพาะของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตามการประเมินและจัดระดับผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน ทรัพย์สินของหน่วยงาน หรือความปลอดภัยของผู้ใช้บริการของหน่วยงาน บุคลากรของหน่วยงาน หรือประชาชน ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลลับของหน่วยงานรั่วไหล ข้อมูลของหน่วยงานถูกลบถูกบิดเบือน หรือถูกทำลาย หรือข้อมูลหรือระบบสารสนเทศของหน่วยงานไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 3 นิยาม "คุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์"

ขั้นที่ 1 แยกระบบออกเป็นประเภทข้อมูลอย่างไร?

เริ่มจากรายชื่อระบบ แล้วดูว่าแต่ละระบบเก็บข้อมูลกี่ประเภท เพราะประกาศให้ประเมินรายประเภทข้อมูลก่อน แล้วจึงสรุปเป็นระดับของระบบ ข้อ 10 วรรคสองเปิดให้หน่วยงานแบ่งประเภทตามเกณฑ์ของตัวเอง หรือใช้แนวทางที่สำนักงาน กมช. ออกก็ได้

แบ่งให้หยาบพอที่ทีมจะทำเสร็จ แต่ละเอียดพอที่จะแยกข้อมูลอ่อนไหวออกจากข้อมูลทั่วไป เช่น ระบบบุคคลอาจแยกเป็นข้อมูลโครงสร้างองค์กร ข้อมูลเงินเดือน และข้อมูลสุขภาพพนักงาน ถ้ารวมเป็นก้อนเดียว จะประเมินผลกระทบได้ไม่ตรง

ขั้นที่ 2 ต้องประเมินกี่ด้าน และข้ามด้านไหนได้บ้าง?

ประเมินสามด้านตามข้อ 4 คือ การรักษาความลับ การรักษาความถูกต้องครบถ้วน และการรักษาสภาพพร้อมใช้งาน แต่ละด้านให้ผลแยกกัน ข้อมูลชุดเดียวจึงอาจได้ความลับระดับต่ำ แต่ความพร้อมใช้งานระดับสูงก็ได้

มีทางลัดเดียวที่ประกาศเขียนไว้ คือข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วไม่ต้องประเมินด้านความลับ แต่ยังต้องดูอีกสองด้าน เพราะหน้าเว็บประกาศที่ถูกแก้ข้อความ หรือเปิดไม่ได้ในวันสำคัญ ก็สร้างความเสียหายได้เหมือนกัน

ในกรณีที่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศได้เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว หน่วยงานไม่ต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่ง (1)
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 4 วรรคสอง

ขั้นที่ 3 ชั่งผลกระทบจากอะไร?

ชั่งจากสี่มิติในข้อ 6 คือ เงินหรือทรัพย์สินหรือชื่อเสียง จำนวนคนที่อาจได้รับอันตราย ความสามารถในการทำหน้าที่ และความมั่นคงของรัฐ ทุกด้านในขั้นที่ 2 ให้ไล่ดูทั้งสี่มิตินี้ แล้วเลือกผลที่หนักที่สุด

(1) ผลกระทบต่อมูลค่าความเสียหายทางการเงินหรือทรัพย์สิน หรือต่อชื่อเสียงของหน่วยงาน (2) ผลกระทบต่อจำนวนของผู้ใช้บริการของหน่วยงาน บุคลากรของหน่วยงาน หรือประชาชนที่อาจได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือความเสียหายอื่นใด (3) ผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินการตามหน้าที่ของหน่วยงาน (4) ผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 6 วรรคหนึ่ง

สำหรับ CII มีเงื่อนไขเพิ่ม ข้อ 6 วรรคสองให้หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลของแต่ละภาคเป็นผู้ออกแนวทางประเมินผลกระทบให้ และอาจเพิ่มหรือตัดมิติได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน CII จึงควรขอแนวทางจากหน่วยงานกำกับของตัวเองก่อนเริ่ม ไม่ใช่ตีความสี่มิตินี้เองทั้งหมด

ขั้นที่ 4 เส้นแบ่งต่ำ กลาง สูง อยู่ตรงไหน?

ประกาศใช้คำสามระดับเหมือนกันทุกด้าน คือผลกระทบ "เพียงเล็กน้อยหรืออย่างจำกัด" เป็นระดับต่ำ "อย่างร้ายแรง" เป็นระดับกลาง และ "อย่างร้ายแรงมาก" เป็นระดับสูง ข้อ 7 ใช้กับความลับ ข้อ 8 กับความถูกต้องครบถ้วน และข้อ 9 กับความพร้อมใช้งาน

(2) ในกรณีที่การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียงของหน่วยงานหรือบุคคลอย่างร้ายแรง ให้จัดเป็นผลกระทบระดับกลาง
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 7 วรรคหนึ่ง (2)

ประกาศไม่ได้ให้ตัวเลขว่าความเสียหายกี่บาทหรือกี่คนถึงจะเรียกว่าร้ายแรง ช่องว่างนี้หน่วยงานต้องเติมเอง วิธีที่ใช้ได้ผลคือเขียนเกณฑ์ภายในเป็นตาราง เช่น ความเสียหายเป็นเงินช่วงไหน คนได้รับผลกระทบกี่ราย บริการหยุดได้นานเท่าไร แล้วให้ผู้บริหารรับรองเกณฑ์นั้นก่อนใช้

ด้านความลับยังมีเกณฑ์พิเศษสำหรับหน่วยงานที่ถือข้อมูลลับของทางราชการ ข้อ 7 วรรคสองกำหนดว่า ข้อมูลชั้นลับต้องได้ระดับต่ำเป็นอย่างน้อย ชั้นลับมากได้ระดับกลางเป็นอย่างน้อย และชั้นลับที่สุดได้ระดับสูง

(3) ในกรณีที่หน่วยงานไม่สามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศได้ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานหรือทรัพย์สินของหน่วยงานหรือบุคคลอย่างร้ายแรงมาก ให้จัดเป็นผลกระทบระดับสูง
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 9 (3)

ขั้นที่ 5 ระบบที่มีข้อมูลหลายประเภท สรุปเป็นระดับเดียวอย่างไร?

ใช้ระดับที่สูงที่สุดของแต่ละด้าน ข้อ 10 ให้ประเมินแต่ละประเภทข้อมูลก่อน แล้วนำระดับสูงสุดของแต่ละด้านมาเป็นระดับของระบบ ข้อมูลอ่อนไหวเพียงประเภทเดียวจึงดึงทั้งระบบขึ้นไปได้

(1) ประเมินและจัดระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสำหรับการพิจารณาวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามข้อ 4 ให้แก่แต่ละประเภทข้อมูล
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 10 วรรคหนึ่ง (1)

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ระดับที่ใส่ไว้เป็นการประเมินเพื่อสาธิตวิธีคิดเท่านั้น หน่วยงานจริงอาจได้ผลต่างไปตามเกณฑ์ภายในและแนวทางของหน่วยงานกำกับ

ตัวอย่างสมมติ: จัดระดับระบบสี่ตัว (ความลับ / ความถูกต้องครบถ้วน / ความพร้อมใช้งาน)
ระบบประเภทข้อมูลหลักระดับรายด้านระดับของระบบเหตุผลสั้น ๆ
เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ข่าวและประกาศที่เผยแพร่แล้วไม่ประเมิน / กลาง / ต่ำกลางข้ามด้านความลับตามข้อ 4 วรรคสอง แต่ประกาศปลอมสร้างความสับสนได้มาก
ระบบรับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ชื่อ เบอร์โทร รายละเอียดเรื่องร้องเรียนกลาง / กลาง / ต่ำกลางข้อมูลส่วนบุคคลรั่วกระทบผู้ร้องอย่างร้ายแรง
ระบบเงินเดือนบัญชีธนาคาร ฐานเงินเดือน ภาษีสูง / สูง / กลางสูงตัวเลขถูกแก้คือเงินจ่ายผิดทั้งองค์กร
ระบบนัดหมายบริการประชาชนตารางนัด ชื่อผู้มาใช้บริการต่ำ / กลาง / สูงสูงระบบล่มในวันให้บริการ หยุดงานหน้าเคาน์เตอร์ทั้งหมด

ข้อมูลส่วนบุคคลบนคลาวด์ ต้องได้ระดับไหนเป็นอย่างน้อย?

ด้านความลับต้องได้ระดับกลางเป็นอย่างน้อย ตามข้อ 5 ของประกาศ กมช. เรื่องมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 ซึ่งอ้างกลับมาที่ประกาศจัดชั้นฉบับนี้โดยตรง

การดำเนินการตามข้อ 4 กรณีเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ให้จัดระดับผลกระทบด้านการรักษาความลับระดับกลางเป็นอย่างน้อย ตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 · ข้อ 5

ข้อนี้อยู่ในประกาศคลาวด์ จึงผูกกับระบบที่ใช้บริการคลาวด์ แต่ถ้าหน่วยงานจะตั้งเกณฑ์ภายในให้ข้อมูลส่วนบุคคลทุกที่เริ่มที่ระดับกลาง ก็เป็นทางที่สอดคล้องกันและอธิบายง่าย รายละเอียดคลาวด์อยู่ในมาตรฐานคลาวด์ สกมช. 2567

ขั้นที่ 6 ได้ระดับแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

นำระดับไปเลือกชุดมาตรการตามประกาศ กมช. เรื่องมาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 ข้อ 4 ซึ่งเริ่มต้นด้วยการอ้างถึงผลการจัดระดับจากประกาศฉบับนี้ ระดับต่ำมีสิบหัวข้อ ระดับกลางเพิ่มสามหัวข้อ และระดับสูงเพิ่มอีกสี่

(2) ในกรณีที่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศมีคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อยู่ในระดับกลาง ให้กำหนดมาตรการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต่ำสำหรับข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ ตามหัวข้อ ต่อไปนี้ (ก) ให้ดำเนินการตามข้อ (1) (ข) แผนการตรวจสอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Audit Plan) (ค) การเชื่อมต่อระยะไกล (Remote Connection) (ง) สื่อเก็บข้อมูลแบบถอดได้ (Removable Storage Media)
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 4 (2)

ขั้นที่ 7 ต้องทบทวนบ่อยแค่ไหน และต้องเก็บหลักฐานอะไร?

อย่างน้อยทุก 3 ปี หรือเร็วกว่านั้นเมื่อข้อมูล ระบบ หรือหน้าที่ของหน่วยงานเปลี่ยนไปมาก และทุกครั้งต้องบันทึกผลพร้อมเหตุผล ไม่ว่าจะคงระดับเดิมหรือเปลี่ยนก็ตาม ข้อ 11 เขียนเรื่องนี้ไว้ชัด

ให้หน่วยงานพิจารณาทบทวนการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศทุก 3 ปีเป็นอย่างน้อย หรือทบทวนเมื่อข้อมูล ระบบสารสนเทศ หรือหน้าที่ของหน่วยงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และบันทึกผลการพิจารณาทบทวนพร้อมเหตุผลในการคงไว้ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตามข้อ 4 ในแต่ละเรื่องด้วย
ตัวบท ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 · ข้อ 11

เหตุที่ควรทบทวนก่อนครบรอบ เช่น ย้ายระบบขึ้นคลาวด์ เพิ่มข้อมูลประเภทใหม่เข้าระบบเดิม หรือเปิดบริการออนไลน์ที่เคยทำแต่หน้าเคาน์เตอร์ บันทึกเหตุผลไว้ทุกครั้ง เพราะเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ผู้ตรวจจะขอดู

พลาดตรงไหนบ่อยที่สุด?

  1. จัดระดับทั้งระบบทีเดียวโดยไม่แยกประเภทข้อมูล ทำให้ข้ามขั้นที่ข้อ 10 (1) กำหนดไว้
  2. ดูแต่ด้านความลับ ลืมว่าระบบที่ข้อมูลไม่ลับแต่ห้ามล่ม อาจได้ระดับสูงจากด้านความพร้อมใช้งาน
  3. ข้ามด้านความลับของข้อมูลที่ยังไม่ได้เผยแพร่จริง เช่น ร่างประกาศที่ยังไม่ขึ้นเว็บ
  4. ไม่มีเกณฑ์ภายในว่าคำว่าร้ายแรงหมายถึงอะไร แต่ละทีมจึงจัดระดับไม่ตรงกัน
  5. จัดเสร็จแล้วไม่บันทึกเหตุผล ทำให้ตอบผู้ตรวจไม่ได้ว่าทำไมระบบนี้ได้ระดับนี้

ถ้าอยากเก็บผลจัดระดับ เหตุผล และรอบทบทวนไว้ที่เดียวกับมาตรการที่ต้องทำ AIPDPA มีชุดมาตรการความปลอดภัยที่โยงกับมาตรฐานของ สคส. ETDA และ สกมช. ไว้แล้ว ลองดูได้ที่บัญชีตัวอย่าง

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทเอกชนทั่วไปต้องจัดชั้นตามประกาศนี้ไหม?

ประกาศใช้กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และ CII ตามนิยามในข้อ 3 บริษัทเอกชนที่ไม่ใช่ CII ไม่ได้ถูกบังคับโดยตรง แต่ลูกค้าที่เป็นหน่วยงานเหล่านี้อาจขอให้ใช้วิธีเดียวกันผ่านสัญญา

ประกาศบอกไหมว่าความเสียหายกี่บาทถึงเป็นระดับสูง?

ไม่บอก ข้อ 7 ถึงข้อ 9 ใช้คำว่าเล็กน้อยหรืออย่างจำกัด ร้ายแรง และร้ายแรงมาก หน่วยงานต้องตั้งเกณฑ์ภายในเอง ส่วน CII ให้ขอแนวทางจากหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลตามข้อ 6 วรรคสอง

ถ้าข้อมูลในระบบเผยแพร่แล้วบางส่วน ข้ามด้านความลับได้ไหม?

ข้ามได้เฉพาะข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วตามข้อ 4 วรรคสอง ถ้าระบบมีข้อมูลที่ยังไม่เผยแพร่ปนอยู่ ต้องประเมินด้านความลับของประเภทข้อมูลนั้น แล้วใช้ระดับสูงสุดตามข้อ 10

จัดระดับแล้วต้องส่งผลให้ สกมช. ไหม?

ประกาศจัดชั้นฉบับนี้ไม่ได้กำหนดให้ส่งผล กำหนดเพียงให้ทบทวนและบันทึกผลพร้อมเหตุผลตามข้อ 11 การรายงานตามประกาศอื่น เช่นประกาศคลาวด์ ให้ดูจากประกาศฉบับนั้น

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 — ข้อ 3–11
  2. ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 — ข้อ 4
  3. ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 — ข้อ 5

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

เช็กลิสต์ความปลอดภัยฉบับเดียว ตอบทั้ง สคส. และ สกมช.เทียบประกาศมาตรการความปลอดภัย สคส. 2565 กับมาตรฐานขั้นต่ำและการจัดระดับ สกมช. 2566 จุดที่ตรงกัน จุดที่ต่าง และเช็กลิสต์รวมแยกระดับต่ำ กลาง สูงย้ายระบบขึ้นคลาวด์ มาตรฐาน สกมช. 2567 บังคับใครบ้างมาตรฐานคลาวด์ สกมช. 2567 มีผล 11 ก.ย. 2569 ใช้กับหน่วยงานรัฐ หน่วยงาน CII และผู้ให้บริการคลาวด์ของหน่วยงานเหล่านี้ สรุประดับผลกระทบ ศูนย์ข้อมูลในไทย และสิ่งที่สัญญาต้องมีรับงานไอทีให้ CII ต้องเตรียมอะไรก่อนเซ็นสัญญาผู้ให้บริการไอทีของ CII จะเจอข้อกำหนดไซเบอร์ผ่านสัญญา การรีโมต การอบรม และแผน BCP ดูทีละช่วงตามประมวลแนวทางปี 2564 และมาตรฐานขั้นต่ำปี 2566บริษัทเราเป็น CII ไหม และหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ใครเป็นหน่วยงาน CII ตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ 2562 มาตรา 49 หน้าที่แจ้งรายชื่อใน 30 วัน ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงปีละครั้ง รายงานเหตุ และสิ่งที่ผู้รับจ้างต้องเตรียมมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำตาม PDPA ต้องมีอะไรบ้าง?สรุปมาตรการความปลอดภัยขั้นต่ำที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีตามมาตรา 37 (1) และประกาศคณะกรรมการฯ พ.ศ. 2565 พร้อมขั้นตอนทำจริงและหลักฐานที่ควรเก็บหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) มีหน้าที่อะไรตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์หน่วยงาน CII ต้องมีประมวลแนวทางปฏิบัติ ตรวจประเมินความเสี่ยงไซเบอร์อย่างน้อยปีละครั้ง มีแผนรับมือภัยคุกคาม และแจ้งชื่อผู้ประสานงาน