การจัดชั้นความมั่นคงปลอดภัยระบบตามประกาศ 2566 คือการให้ระดับผลกระทบต่ำ กลาง หรือสูง แก่ข้อมูลและระบบสารสนเทศ แยกตามความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งาน บทความนี้เหมาะกับทีมไอทีและผู้ตรวจสอบของหน่วยงานรัฐและ CII ที่ต้องทำจริง โดยไล่ทีละขั้นพร้อมตัวอย่าง
- ประกาศใช้กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และ CII มีผลตั้งแต่ 19 มกราคม 2568
- ทุกประเภทข้อมูลต้องประเมินสามด้าน คือความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งาน ด้านละสามระดับ
- ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว ไม่ต้องประเมินด้านความลับ (ข้อ 4 วรรคสอง)
- ระบบที่มีข้อมูลหลายประเภท ใช้ระดับสูงสุดของแต่ละด้านเป็นระดับของระบบ (ข้อ 10)
- ต้องทบทวนอย่างน้อยทุก 3 ปี และบันทึกเหตุผลที่คงหรือเปลี่ยนระดับไว้ (ข้อ 11)
ทีมไอทีของหน่วยงานรัฐหลายแห่งเจอคำถามเดียวกันเวลาจะทำตามมาตรฐานของ สกมช. ว่าระบบนี้ต้องมีมาตรการระดับไหน คำตอบอยู่ในประกาศสองฉบับที่ออกคู่กันในราชกิจจานุเบกษาตอนเดียวกัน ฉบับแรกบอกวิธีจัดระดับ ฉบับที่สองบอกว่าแต่ละระดับต้องมีมาตรการอะไร
บทความนี้ว่าด้วยฉบับแรก คือประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เรื่องมาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 ส่วนมาตรการรายระดับอยู่ในเช็กลิสต์มาตรฐานขั้นต่ำ
ประกาศจัดชั้นปี 2566 ใช้กับใคร และมีผลเมื่อไร?
ใช้กับ "หน่วยงาน" ตามนิยามในข้อ 3 ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 18 มกราคม 2567 และข้อ 2 ให้มีผลเมื่อพ้นหนึ่งปี จึงมีผลตั้งแต่ 19 มกราคม 2568
บริษัทเอกชนที่ไม่ใช่ CII ไม่อยู่ในนิยามนี้ แต่ใช้วิธีเดียวกันเป็นกรอบคิดได้ โดยเฉพาะเมื่อรับงานให้หน่วยงานรัฐหรือ CII ซึ่งจะถามระดับของระบบอยู่แล้ว ดูมุมของผู้รับจ้างได้ที่รับงานไอทีให้ CII
คำว่า "คุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์" ในประกาศ ก็คือระดับที่เรากำลังจะจัดนั่นเอง ข้อ 3 นิยามไว้โดยผูกกับผลกระทบเมื่อเกิดเหตุสามแบบ
"คุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์" (Security category) หมายความว่า ลักษณะเฉพาะของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตามการประเมินและจัดระดับผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน ทรัพย์สินของหน่วยงาน หรือความปลอดภัยของผู้ใช้บริการของหน่วยงาน บุคลากรของหน่วยงาน หรือประชาชน ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลลับของหน่วยงานรั่วไหล ข้อมูลของหน่วยงานถูกลบถูกบิดเบือน หรือถูกทำลาย หรือข้อมูลหรือระบบสารสนเทศของหน่วยงานไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
ขั้นที่ 1 แยกระบบออกเป็นประเภทข้อมูลอย่างไร?
เริ่มจากรายชื่อระบบ แล้วดูว่าแต่ละระบบเก็บข้อมูลกี่ประเภท เพราะประกาศให้ประเมินรายประเภทข้อมูลก่อน แล้วจึงสรุปเป็นระดับของระบบ ข้อ 10 วรรคสองเปิดให้หน่วยงานแบ่งประเภทตามเกณฑ์ของตัวเอง หรือใช้แนวทางที่สำนักงาน กมช. ออกก็ได้
แบ่งให้หยาบพอที่ทีมจะทำเสร็จ แต่ละเอียดพอที่จะแยกข้อมูลอ่อนไหวออกจากข้อมูลทั่วไป เช่น ระบบบุคคลอาจแยกเป็นข้อมูลโครงสร้างองค์กร ข้อมูลเงินเดือน และข้อมูลสุขภาพพนักงาน ถ้ารวมเป็นก้อนเดียว จะประเมินผลกระทบได้ไม่ตรง
ขั้นที่ 2 ต้องประเมินกี่ด้าน และข้ามด้านไหนได้บ้าง?
ประเมินสามด้านตามข้อ 4 คือ การรักษาความลับ การรักษาความถูกต้องครบถ้วน และการรักษาสภาพพร้อมใช้งาน แต่ละด้านให้ผลแยกกัน ข้อมูลชุดเดียวจึงอาจได้ความลับระดับต่ำ แต่ความพร้อมใช้งานระดับสูงก็ได้
มีทางลัดเดียวที่ประกาศเขียนไว้ คือข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วไม่ต้องประเมินด้านความลับ แต่ยังต้องดูอีกสองด้าน เพราะหน้าเว็บประกาศที่ถูกแก้ข้อความ หรือเปิดไม่ได้ในวันสำคัญ ก็สร้างความเสียหายได้เหมือนกัน
ในกรณีที่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศได้เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว หน่วยงานไม่ต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่ง (1)
ขั้นที่ 3 ชั่งผลกระทบจากอะไร?
ชั่งจากสี่มิติในข้อ 6 คือ เงินหรือทรัพย์สินหรือชื่อเสียง จำนวนคนที่อาจได้รับอันตราย ความสามารถในการทำหน้าที่ และความมั่นคงของรัฐ ทุกด้านในขั้นที่ 2 ให้ไล่ดูทั้งสี่มิตินี้ แล้วเลือกผลที่หนักที่สุด
(1) ผลกระทบต่อมูลค่าความเสียหายทางการเงินหรือทรัพย์สิน หรือต่อชื่อเสียงของหน่วยงาน (2) ผลกระทบต่อจำนวนของผู้ใช้บริการของหน่วยงาน บุคลากรของหน่วยงาน หรือประชาชนที่อาจได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือความเสียหายอื่นใด (3) ผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินการตามหน้าที่ของหน่วยงาน (4) ผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
สำหรับ CII มีเงื่อนไขเพิ่ม ข้อ 6 วรรคสองให้หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลของแต่ละภาคเป็นผู้ออกแนวทางประเมินผลกระทบให้ และอาจเพิ่มหรือตัดมิติได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน CII จึงควรขอแนวทางจากหน่วยงานกำกับของตัวเองก่อนเริ่ม ไม่ใช่ตีความสี่มิตินี้เองทั้งหมด
ขั้นที่ 4 เส้นแบ่งต่ำ กลาง สูง อยู่ตรงไหน?
ประกาศใช้คำสามระดับเหมือนกันทุกด้าน คือผลกระทบ "เพียงเล็กน้อยหรืออย่างจำกัด" เป็นระดับต่ำ "อย่างร้ายแรง" เป็นระดับกลาง และ "อย่างร้ายแรงมาก" เป็นระดับสูง ข้อ 7 ใช้กับความลับ ข้อ 8 กับความถูกต้องครบถ้วน และข้อ 9 กับความพร้อมใช้งาน
(2) ในกรณีที่การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียงของหน่วยงานหรือบุคคลอย่างร้ายแรง ให้จัดเป็นผลกระทบระดับกลาง
ประกาศไม่ได้ให้ตัวเลขว่าความเสียหายกี่บาทหรือกี่คนถึงจะเรียกว่าร้ายแรง ช่องว่างนี้หน่วยงานต้องเติมเอง วิธีที่ใช้ได้ผลคือเขียนเกณฑ์ภายในเป็นตาราง เช่น ความเสียหายเป็นเงินช่วงไหน คนได้รับผลกระทบกี่ราย บริการหยุดได้นานเท่าไร แล้วให้ผู้บริหารรับรองเกณฑ์นั้นก่อนใช้
ด้านความลับยังมีเกณฑ์พิเศษสำหรับหน่วยงานที่ถือข้อมูลลับของทางราชการ ข้อ 7 วรรคสองกำหนดว่า ข้อมูลชั้นลับต้องได้ระดับต่ำเป็นอย่างน้อย ชั้นลับมากได้ระดับกลางเป็นอย่างน้อย และชั้นลับที่สุดได้ระดับสูง
(3) ในกรณีที่หน่วยงานไม่สามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศได้ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานหรือทรัพย์สินของหน่วยงานหรือบุคคลอย่างร้ายแรงมาก ให้จัดเป็นผลกระทบระดับสูง
ขั้นที่ 5 ระบบที่มีข้อมูลหลายประเภท สรุปเป็นระดับเดียวอย่างไร?
ใช้ระดับที่สูงที่สุดของแต่ละด้าน ข้อ 10 ให้ประเมินแต่ละประเภทข้อมูลก่อน แล้วนำระดับสูงสุดของแต่ละด้านมาเป็นระดับของระบบ ข้อมูลอ่อนไหวเพียงประเภทเดียวจึงดึงทั้งระบบขึ้นไปได้
(1) ประเมินและจัดระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสำหรับการพิจารณาวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามข้อ 4 ให้แก่แต่ละประเภทข้อมูล
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ระดับที่ใส่ไว้เป็นการประเมินเพื่อสาธิตวิธีคิดเท่านั้น หน่วยงานจริงอาจได้ผลต่างไปตามเกณฑ์ภายในและแนวทางของหน่วยงานกำกับ
| ระบบ | ประเภทข้อมูลหลัก | ระดับรายด้าน | ระดับของระบบ | เหตุผลสั้น ๆ |
|---|---|---|---|---|
| เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ | ข่าวและประกาศที่เผยแพร่แล้ว | ไม่ประเมิน / กลาง / ต่ำ | กลาง | ข้ามด้านความลับตามข้อ 4 วรรคสอง แต่ประกาศปลอมสร้างความสับสนได้มาก |
| ระบบรับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ | ชื่อ เบอร์โทร รายละเอียดเรื่องร้องเรียน | กลาง / กลาง / ต่ำ | กลาง | ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วกระทบผู้ร้องอย่างร้ายแรง |
| ระบบเงินเดือน | บัญชีธนาคาร ฐานเงินเดือน ภาษี | สูง / สูง / กลาง | สูง | ตัวเลขถูกแก้คือเงินจ่ายผิดทั้งองค์กร |
| ระบบนัดหมายบริการประชาชน | ตารางนัด ชื่อผู้มาใช้บริการ | ต่ำ / กลาง / สูง | สูง | ระบบล่มในวันให้บริการ หยุดงานหน้าเคาน์เตอร์ทั้งหมด |
ข้อมูลส่วนบุคคลบนคลาวด์ ต้องได้ระดับไหนเป็นอย่างน้อย?
ด้านความลับต้องได้ระดับกลางเป็นอย่างน้อย ตามข้อ 5 ของประกาศ กมช. เรื่องมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 ซึ่งอ้างกลับมาที่ประกาศจัดชั้นฉบับนี้โดยตรง
การดำเนินการตามข้อ 4 กรณีเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ให้จัดระดับผลกระทบด้านการรักษาความลับระดับกลางเป็นอย่างน้อย ตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566
ข้อนี้อยู่ในประกาศคลาวด์ จึงผูกกับระบบที่ใช้บริการคลาวด์ แต่ถ้าหน่วยงานจะตั้งเกณฑ์ภายในให้ข้อมูลส่วนบุคคลทุกที่เริ่มที่ระดับกลาง ก็เป็นทางที่สอดคล้องกันและอธิบายง่าย รายละเอียดคลาวด์อยู่ในมาตรฐานคลาวด์ สกมช. 2567
ขั้นที่ 6 ได้ระดับแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?
นำระดับไปเลือกชุดมาตรการตามประกาศ กมช. เรื่องมาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 ข้อ 4 ซึ่งเริ่มต้นด้วยการอ้างถึงผลการจัดระดับจากประกาศฉบับนี้ ระดับต่ำมีสิบหัวข้อ ระดับกลางเพิ่มสามหัวข้อ และระดับสูงเพิ่มอีกสี่
(2) ในกรณีที่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศมีคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อยู่ในระดับกลาง ให้กำหนดมาตรการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต่ำสำหรับข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ ตามหัวข้อ ต่อไปนี้ (ก) ให้ดำเนินการตามข้อ (1) (ข) แผนการตรวจสอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Audit Plan) (ค) การเชื่อมต่อระยะไกล (Remote Connection) (ง) สื่อเก็บข้อมูลแบบถอดได้ (Removable Storage Media)
ขั้นที่ 7 ต้องทบทวนบ่อยแค่ไหน และต้องเก็บหลักฐานอะไร?
อย่างน้อยทุก 3 ปี หรือเร็วกว่านั้นเมื่อข้อมูล ระบบ หรือหน้าที่ของหน่วยงานเปลี่ยนไปมาก และทุกครั้งต้องบันทึกผลพร้อมเหตุผล ไม่ว่าจะคงระดับเดิมหรือเปลี่ยนก็ตาม ข้อ 11 เขียนเรื่องนี้ไว้ชัด
ให้หน่วยงานพิจารณาทบทวนการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศทุก 3 ปีเป็นอย่างน้อย หรือทบทวนเมื่อข้อมูล ระบบสารสนเทศ หรือหน้าที่ของหน่วยงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และบันทึกผลการพิจารณาทบทวนพร้อมเหตุผลในการคงไว้ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระดับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตามข้อ 4 ในแต่ละเรื่องด้วย
เหตุที่ควรทบทวนก่อนครบรอบ เช่น ย้ายระบบขึ้นคลาวด์ เพิ่มข้อมูลประเภทใหม่เข้าระบบเดิม หรือเปิดบริการออนไลน์ที่เคยทำแต่หน้าเคาน์เตอร์ บันทึกเหตุผลไว้ทุกครั้ง เพราะเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ผู้ตรวจจะขอดู
พลาดตรงไหนบ่อยที่สุด?
- จัดระดับทั้งระบบทีเดียวโดยไม่แยกประเภทข้อมูล ทำให้ข้ามขั้นที่ข้อ 10 (1) กำหนดไว้
- ดูแต่ด้านความลับ ลืมว่าระบบที่ข้อมูลไม่ลับแต่ห้ามล่ม อาจได้ระดับสูงจากด้านความพร้อมใช้งาน
- ข้ามด้านความลับของข้อมูลที่ยังไม่ได้เผยแพร่จริง เช่น ร่างประกาศที่ยังไม่ขึ้นเว็บ
- ไม่มีเกณฑ์ภายในว่าคำว่าร้ายแรงหมายถึงอะไร แต่ละทีมจึงจัดระดับไม่ตรงกัน
- จัดเสร็จแล้วไม่บันทึกเหตุผล ทำให้ตอบผู้ตรวจไม่ได้ว่าทำไมระบบนี้ได้ระดับนี้
ถ้าอยากเก็บผลจัดระดับ เหตุผล และรอบทบทวนไว้ที่เดียวกับมาตรการที่ต้องทำ AIPDPA มีชุดมาตรการความปลอดภัยที่โยงกับมาตรฐานของ สคส. ETDA และ สกมช. ไว้แล้ว ลองดูได้ที่บัญชีตัวอย่าง
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทเอกชนทั่วไปต้องจัดชั้นตามประกาศนี้ไหม?
ประกาศใช้กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และ CII ตามนิยามในข้อ 3 บริษัทเอกชนที่ไม่ใช่ CII ไม่ได้ถูกบังคับโดยตรง แต่ลูกค้าที่เป็นหน่วยงานเหล่านี้อาจขอให้ใช้วิธีเดียวกันผ่านสัญญา
ประกาศบอกไหมว่าความเสียหายกี่บาทถึงเป็นระดับสูง?
ไม่บอก ข้อ 7 ถึงข้อ 9 ใช้คำว่าเล็กน้อยหรืออย่างจำกัด ร้ายแรง และร้ายแรงมาก หน่วยงานต้องตั้งเกณฑ์ภายในเอง ส่วน CII ให้ขอแนวทางจากหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลตามข้อ 6 วรรคสอง
ถ้าข้อมูลในระบบเผยแพร่แล้วบางส่วน ข้ามด้านความลับได้ไหม?
ข้ามได้เฉพาะข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้วตามข้อ 4 วรรคสอง ถ้าระบบมีข้อมูลที่ยังไม่เผยแพร่ปนอยู่ ต้องประเมินด้านความลับของประเภทข้อมูลนั้น แล้วใช้ระดับสูงสุดตามข้อ 10
จัดระดับแล้วต้องส่งผลให้ สกมช. ไหม?
ประกาศจัดชั้นฉบับนี้ไม่ได้กำหนดให้ส่งผล กำหนดเพียงให้ทบทวนและบันทึกผลพร้อมเหตุผลตามข้อ 11 การรายงานตามประกาศอื่น เช่นประกาศคลาวด์ ให้ดูจากประกาศฉบับนั้น
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดคุณลักษณะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่ข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 — ข้อ 3–11
- ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของข้อมูลหรือระบบสารสนเทศ พ.ศ. 2566 — ข้อ 4
- ประกาศ กมช. เรื่อง มาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 — ข้อ 5
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

