ชุดกล้องวงจรปิดเก่าจะซ่อมต่อ ชดเชย หรือเปลี่ยนทั้งชุด คือเรื่องที่แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.7 ให้ตัดสินจากช่องโหว่และความเสี่ยง ไม่ใช่อายุเครื่อง ส่วนข้อ 3.8 ให้จัดการภาพและรหัสที่ค้างก่อนทิ้งเครื่อง เหมาะกับเจ้าของกิจการและฝ่ายไอที แนวปฏิบัตินี้ไม่ใช่กฎหมาย
- ข้อ 3.7 ของแนวปฏิบัติ สกมช. ให้ตัดสินใจจากช่องโหว่ ผลกระทบ และต้นทุน ไม่ใช่จากอายุเครื่องอย่างเดียว
- มาตรการชดเชยใช้ได้ชั่วคราว ต้องมีผู้รับผิดชอบ มีกำหนดเวลา และมีวันทบทวน ห้ามใช้เลื่อนการแก้ไปเรื่อย ๆ
- ก่อนเลิกใช้เครื่องบันทึก ข้อ 3.8 ให้ลบภาพ เพิกถอนบัญชีและรหัส และถอนเครื่องออกจากบริการภายนอก
- ไม่ควรย้ายภาพเก่าทั้งหมดไปเครื่องใหม่โดยอัตโนมัติ ถ้าภาพนั้นเกินระยะเก็บที่องค์กรกำหนด (ข้อ 3.7.7)
- เอกสารนี้เป็นแนวปฏิบัติ ไม่มีสภาพบังคับ แต่ PDPA มาตรา 37 (1) และ (3) ยังใช้กับภาพที่เก็บอยู่ในเครื่อง
ตู้เล็ก ๆ หลังร้านหรือห้องช่างในคอนโดมักมีเครื่องบันทึกภาพกล้องวงจรปิดอยู่เครื่องหนึ่ง ติดตั้งมาหลายปี ไฟยังติด ภาพยังเข้า จึงไม่มีใครอยากแตะ จนกระทั่งฮาร์ดดิสก์เสีย หรือมีคนถามว่าเครื่องนี้ยังปลอดภัยพอไหม
แนวปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ที่ออกเมื่อ 29 กันยายน 2569 มีหัวข้อเรื่องนี้โดยเฉพาะ คือข้อ 3.7 ว่าด้วยการประเมินและยกระดับระบบเดิม และข้อ 3.8 ว่าด้วยการเลิกใช้อุปกรณ์และการจัดการข้อมูล
ต้องบอกให้ชัดก่อนว่าเอกสารนี้เป็น แนวปฏิบัติ ตัวเอกสารเขียนในคำนำเองว่าเป็น “เพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับใช้” ใช้แทนกฎหมายไม่ได้ บทความนี้จึงใช้คำว่า “แนวปฏิบัติแนะนำ” ไม่ใช่ “กฎหมายสั่ง” ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดกับ PDPA ในแง่ป้ายแจ้ง ฐานทางกฎหมาย และสิทธิของเจ้าของข้อมูล อ่านได้ที่ ติดกล้องวงจรปิดในออฟฟิศ ร้าน คอนโด ต้องทำอะไรตาม PDPA บทความนี้เจาะเฉพาะเครื่องเก่าและการทิ้งเครื่อง
กล้องวงจรปิดอายุ 8–10 ปี ต้องเปลี่ยนทั้งชุดหรือไม่?
ไม่จำเป็น แนวปฏิบัติ สกมช. ข้อ 3.7 บอกตรง ๆ ว่าอายุอุปกรณ์อย่างเดียวไม่ใช่เหตุให้เปลี่ยน ให้ดูว่าระบบเดิมขาดอะไร เสี่ยงแค่ไหน และมีทางอุดช่องว่างด้วยวิธีอื่นได้หรือไม่
การตัดสินใจปรับปรุงหรือทดแทนระบบไม่ควรพิจารณาจากอายุของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากผลกระทบ ช่องว่าง ความเสี่ยง ความสามารถในการใช้มาตรการชดเชย และความเหมาะสมของต้นทุน
อายุการใช้งานสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนงบประมาณ แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ให้เปลี่ยนอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ
อายุเครื่องจึงเป็นข้อมูลไว้ตั้งงบ ไม่ใช่สวิตช์ที่ถึงปีที่ 8 แล้วต้องรื้อ ข้อ 3.7.4 ให้ดูหลายเกณฑ์ประกอบกัน ดังนี้
- ผู้ผลิตเลิกสนับสนุนเครื่องรุ่นนี้แล้วหรือยัง
- เครื่องยังรับการปรับปรุงด้านความมั่นคงปลอดภัยได้หรือไม่
- ฮาร์ดแวร์เสื่อมสภาพแค่ไหน
- สมรรถนะยังตอบวัตถุประสงค์ที่ติดกล้องหรือไม่
- หาอะไหล่ได้หรือไม่
- เครื่องขัดข้องบ่อยแค่ไหน
- ทำงานร่วมกับระบบอื่นได้หรือไม่
- ค่าบำรุงรักษาต่อปีเท่าไร
- ความเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่ยอมรับได้หรือไม่
เกณฑ์ที่หนักที่สุดมักเป็นข้อแรกและข้อสอง เพราะเครื่องที่ผู้ผลิตเลิกสนับสนุนและแก้ช่องโหว่ไม่ได้ เป็นกรณีที่ข้อ 3.7.3 แนะนำให้ใช้มาตรการชดเชยควบคู่กับแผนทดแทน ไม่ใช่ปล่อยไว้เฉย ๆ
ก่อนตัดสินใจ ต้องสำรวจอะไรในระบบเดิมบ้าง?
ข้อ 3.7.1 ให้เริ่มจากสำรวจของจริงหน้างาน ไม่ใช่เดาจากความจำของผู้ติดตั้งเดิม รายการที่แนวปฏิบัติให้ตรวจมี 12 หัวข้อ ในทางปฏิบัติสรุปได้เป็น 3 กลุ่มคำถาม
กลุ่มที่ 1 เครื่องและสายมีอะไรอยู่จริง
นับจำนวนกล้อง ดูรุ่นและเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ ดูตำแหน่งที่ติด และจดสถานะที่ผู้ผลิตประกาศ เช่น หมดอายุการสนับสนุนหรือยัง ข้อมูลนี้ควรลงทะเบียนทรัพย์สินไว้ เพราะข้อ 3.8 ก็ต้องใช้ตอนเลิกเครื่อง
กลุ่มที่ 2 ใครเข้าถึงได้บ้าง และเข้าทางไหน
ตรวจบัญชีและบทบาท ตรวจว่ายังใช้รหัสผ่านที่มากับเครื่องหรือบัญชีที่ใช้ร่วมกันอยู่หรือไม่ ตรวจว่ามีการเปิดพอร์ต ตั้ง NAT หรือใช้บริการ P2P เพื่อดูจากนอกอาคารไหม และการรับส่งข้อมูลถูกเข้ารหัสหรือเปล่า
กลุ่มที่ 3 ภาพที่เก็บไว้ยังตรงกับที่ตั้งใจหรือไม่
แนวปฏิบัติให้ตรวจ “วันที่เก่าสุดที่ยังเรียกดูได้” เทียบกับระยะเก็บที่ประกาศไว้ ถ้านโยบายบอก 30 วันแต่ดูย้อนได้ 200 วัน แปลว่าตั้งค่าไม่ตรงกับนโยบาย ถ้าเหลือ 9 วัน แปลว่าเก็บไม่ครบ ตัวเลขสองตัวนี้ในตัวอย่างเป็นสมมติ ใช้ให้เห็นวิธีเทียบ
หัวข้อที่เหลือใน 3.7.1 คือคุณภาพภาพจริง ระบบสำรองและกู้คืน สภาพกายภาพ และบันทึกเหตุการณ์ที่เครื่องรองรับ เรื่องการคำนวณพื้นที่เก็บและระยะเก็บดูต่อได้ที่ คำนวณพื้นที่เก็บภาพกล้องวงจรปิดและกำหนดระยะเก็บ
เมื่อสำรวจเสร็จ ข้อ 3.7.2 แนะนำให้จัดระบบเดิมเป็น 4 สถานะ ตารางด้านล่างสรุปด้วยถ้อยคำของเรา อ้างอิงลักษณะตามแนวปฏิบัติ
| สถานะ | ลักษณะที่พบ | ทิศทางที่แนวปฏิบัติแนะนำ |
|---|---|---|
| ก. ใช้ต่อได้ถ้าปรับตั้งค่า | เครื่องยังได้รับการสนับสนุน ช่องว่างมาจากค่าตั้งหรือวิธีทำงาน | ปรับความมั่นคงปลอดภัยและขั้นตอนการใช้งาน |
| ข. ต้องปรับปรุงบางส่วน | มีบางชิ้นไม่ตอบวัตถุประสงค์ หรือเสี่ยงสูง | ซ่อมหรือเปลี่ยนเฉพาะชิ้นที่จำเป็น |
| ค. ต้องเปลี่ยนส่วนแกนกลาง | เครื่องบันทึกหรือซอฟต์แวร์จัดการภาพไม่รองรับมาตรการที่จำเป็น | เปลี่ยนส่วนหลัก อาจเก็บกล้องบางตัวไว้ใช้ต่อ |
| ง. ต้องรีบทำทันที | พบช่องโหว่รุนแรง เปิดสู่อินเทอร์เน็ต หรือมีร่องรอยถูกโจมตี | จำกัดความเสี่ยงก่อน แล้วค่อยปรับปรุงหรือเปลี่ยนผ่าน |
มาตรการชดเชยคืออะไร และใช้แทนการเปลี่ยนเครื่องได้นานแค่ไหน?
มาตรการชดเชยคือการเอาวิธีอื่นมาปิดช่องว่างที่เครื่องเก่าแก้เองไม่ได้ เช่น แยกเครื่องออกจากเครือข่ายอื่น หรือปิดทางเข้าจากอินเทอร์เน็ต แนวปฏิบัติให้ใช้ได้ แต่มีเงื่อนไขกำกับชัดเจน
มาตรการชดเชยสามารถนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงเวลาหนึ่งชั่วคราวได้ แต่ควรมีผู้รับผิดชอบ กำหนดระยะเวลาและทบทวนความเพียงพออย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้มาตรการชดเชยควรถือเป็นกลไกบริหารความเสี่ยง ไม่ควรถูกใช้เพื่อเลื่อนการแก้ไขข้อบกพร่องที่ทราบอยู่แล้วออกไปโดยไม่มีกำหนด
ข้อ 3.7.5 ยกตัวอย่างมาตรการไว้หลายอย่าง สองอย่างแรกแนวปฏิบัติจัดเป็น “พึงปฏิบัติ” ในทุกระดับ B, E และ H คือแยกระบบเดิมออกจากเครือข่ายอื่น และจำกัดหรือปิดการเปิดรับจากอินเทอร์เน็ตกับการเข้าถึงจากระยะไกลที่ไม่จำเป็น ส่วนอย่างอื่น เช่น จำกัดแหล่งที่เข้าส่วนบริหาร เพิ่มความถี่ในการตรวจ จำกัดจำนวนผู้มีสิทธิ และบันทึกการยอมรับความเสี่ยงพร้อมผู้อนุมัติและวันทบทวน ระดับเล็ก (B) จัดเป็น “ควรพิจารณา” ส่วนระดับกลางและสูงจัดเป็น “พึงปฏิบัติ”
ข้อสังเกตจากการอ่านคือ แนวปฏิบัติไม่ได้กำหนดว่า “ชั่วคราว” ยาวกี่เดือน แต่กำหนดให้มี ผู้รับผิดชอบ + กำหนดเวลา + การทบทวน ถ้าใครอยากใช้มาตรการชดเชยโดยไม่เขียนทั้งสามอย่างลงกระดาษ ก็ยังไม่ตรงกับที่ข้อนี้ต้องการ
อาการแบบไหนควรชดเชย เปลี่ยนบางส่วน หรือเปลี่ยนทั้งชุด?
ข้อ 3.7.3 ของแนวปฏิบัติมีตารางจับคู่ “สภาพที่พบ” กับ “แนวทางที่ควรพิจารณา” อยู่แล้ว ตารางด้านล่างเป็นข้อเสนอของผู้เขียนที่ต่อยอดจากข้อ 3.7.3 และข้อ 3.8 โดยเพิ่มคอลัมน์ว่าต้องทำอะไรกับภาพเก่าในเครื่องก่อนจะทิ้ง ไม่ใช่ข้อความจากแนวปฏิบัติโดยตรง
| อาการที่พบ | ทางเลือกที่เหมาะ | สิ่งที่ต้องทำกับภาพเก่า |
|---|---|---|
| ยังใช้รหัสผ่านที่มากับเครื่อง หรือหลายคนใช้บัญชีเดียวกัน | แก้ค่าตั้งทันที ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง (ข้อ 3.7.3) | ไม่ต้องย้ายหรือลบ แต่ต้องถือว่ารหัสเก่าอาจรั่วไปแล้ว ให้ตรวจบัญชีและเปลี่ยนทุกชุด |
| เปิดดูจากนอกอาคารผ่านพอร์ตหรือ P2P โดยไม่มีการควบคุม | ปิดหรือจำกัดก่อน แล้วออกแบบทางเข้าระยะไกลใหม่ (ข้อ 3.7.3) | ตรวจว่ามีใครเข้ามาดูภาพไปแล้วหรือไม่ ถ้ามีเหตุให้ถือเป็นเหตุละเมิดที่ต้องประเมินต่อ |
| ภาพไม่ชัดตอนกลางคืน มุมไม่ตรงจุด | ปรับมุม แสง ค่าตั้ง หรือเปลี่ยนเฉพาะกล้องจุดนั้น (ข้อ 3.7.3) | เมื่อเปลี่ยนกล้องหรือย้ายมุม ทบทวนวัตถุประสงค์และความจำเป็นของมุมใหม่ (ข้อ 3.7.7) |
| ระยะเก็บภาพสั้นกว่าที่ตั้งใจ | เพิ่มพื้นที่เก็บหรือปรับค่าตั้ง (ข้อ 3.7.3) | ภาพที่เก็บเกินระยะที่กำหนดต้องลบ ไม่ใช่ย้ายต่อไปเครื่องใหม่ |
| เครื่องบันทึกไม่แยกสิทธิ ไม่มีบันทึกการใช้งาน หรือไม่รองรับการเข้ารหัสที่จำเป็น | เปลี่ยนเครื่องบันทึก/ซอฟต์แวร์จัดการภาพ หรือเพิ่มชั้นควบคุมคั่น (ข้อ 3.7.3) | ย้ายเฉพาะภาพที่ยังต้องเก็บ เช่น เหตุที่กำลังตรวจสอบ ที่เหลือลบก่อนปลดเครื่อง |
| ผู้ผลิตเลิกสนับสนุนและมีช่องโหว่ที่แก้ไม่ได้ | ชดเชยระหว่างรอ พร้อมแผนทดแทนที่มีกำหนดเวลา (ข้อ 3.7.3, 3.7.5) | วางแผนลบหรือทำลายตั้งแต่วันที่ตัดสินใจเปลี่ยน ไม่ใช่รอให้เครื่องพัง |
| หลายส่วนไม่ตรงค่าตั้งต้นและค่าแก้สูงเมื่อเทียบกับของใหม่ | พิจารณาเปลี่ยนทั้งชุดหรือย้ายระบบ (ข้อ 3.7.3) | ทำรายการข้อมูล บัญชี และรหัสทั้งหมดตามข้อ 3.8 ก่อนวันตัดระบบ |
ถ้าตัดสินใจเปลี่ยนเป็นขั้นตอน ข้อ 3.7.6 แนะนำให้จัดลำดับตามความเสี่ยงและผลกระทบ ไม่ใช่ตามความสะดวกของงาน แบ่งเป็น 4 ระยะ
- ระยะที่ 1ลดความเสี่ยงเร่งด่วน เช่น เปลี่ยนรหัสผ่าน ปิดการเปิดรับจากอินเทอร์เน็ต ยกเลิกบัญชีที่ไม่จำเป็นข้อ 3.7.6
- ระยะที่ 2ปรับค่าตั้งต้นด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น แบ่งเครือข่าย เปิดบันทึกเหตุการณ์ ตั้งเวลาให้ตรงกัน แบ่งสิทธิตามบทบาทข้อ 3.7.6
- ระยะที่ 3เปลี่ยนส่วนสำคัญที่ไม่ตอบภารกิจหรือสิ้นสุดการสนับสนุน เช่น กล้อง พื้นที่เก็บ เครื่องบันทึก หรืออุปกรณ์เครือข่ายข้อ 3.7.6
- ระยะที่ 4ปรับสถาปัตยกรรมระยะยาว เช่น ซอฟต์แวร์จัดการภาพ การเฝ้าระวัง การสำรองและกู้คืน การเชื่อมต่อข้อ 3.7.6
ก่อนทิ้งเครื่องบันทึกหรือฮาร์ดดิสก์ ต้องทำอะไรกับภาพเก่า?
ข้อ 3.8 เริ่มด้วยการเตือนว่าถอดเครื่องออกจากผนังยังไม่ใช่จบเรื่อง เพราะในเครื่องไม่ได้มีแค่ภาพ
การเลิกใช้อุปกรณ์ไม่ควรถือว่าสิ้นสุดเพียงเมื่อถอดกล้อง เครื่องบันทึก หรืออุปกรณ์ออกจากระบบเนื่องจากอุปกรณ์อาจยังคงมีข้อมูลภาพ บันทึกเหตุการณ์ ค่าตั้ง ข้อมูลยืนยันตัวตน ใบรับรอง กุญแจเข้ารหัส Token หรือข้อมูลการเชื่อมต่อกับบริการภายนอก
แปลเป็นงานจริงได้ว่า เครื่องที่จะทิ้งอาจพกทั้งภาพของลูกค้า พนักงาน และคนเดินผ่าน รหัสของผู้ดูแล และข้อมูลที่ผูกกับบัญชีคลาวด์ของร้าน คนที่เก็บเครื่องไปได้สามารถเอาไปเปิดดูต่อได้ ข้อ 3.8 จึงให้ปิดครบทุกด้าน
ห้าคำถามที่ข้อ 3.8.1 ให้ตอบก่อนลบ
- มีภาพส่วนไหนยังอยู่ในระยะเก็บรักษา หรืออยู่ระหว่างระงับการลบชั่วคราวหรือไม่
- มีข้อมูลส่วนไหนต้องย้ายไประบบใหม่หรือไม่
- มีข้อมูลที่ต้องเก็บไว้เพื่อการสอบสวน ข้อพิพาท หรือข้อกำหนดอื่นหรือไม่
- อุปกรณ์จะถูกนำกลับมาใช้ ขาย คืนผู้ให้บริการ ส่งซ่อม หรือทำลาย
- วิธีลบหรือทำลายเหมาะกับชนิดของสื่อเก็บข้อมูลหรือไม่
ข้อสุดท้ายสำคัญเพราะแนวปฏิบัติไม่ได้กำหนดวิธีลบเพียงแบบเดียว ให้เลือก “ตามความเสี่ยงและประเภทสื่อ” ในข้อ 3.8 เครื่องที่จะขายต่อกับเครื่องที่จะทุบทิ้งจึงใช้วิธีไม่เหมือนกัน และแนวปฏิบัติไม่ได้อ้างมาตรฐานการลบข้อมูลฉบับใด ถ้าต้องการวิธีเฉพาะ ควรให้ผู้ให้บริการด้านไอทีเสนอและให้เจ้าของระบบอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร
รายการงานของข้อ 3.8 มี 9 อย่าง ระดับเล็ก (B) จัดเป็น “พึงปฏิบัติ” 5 อย่างเป็นอย่างน้อย ได้แก่ ระบุข้อมูลและรหัสที่ยังค้างในเครื่อง เก็บเฉพาะข้อมูลที่ยังจำเป็น ลบหรือทำลายตามประเภทสื่อ ถอนเครื่องออกจากคลาวด์หรือระบบบริหาร เพิกถอนบัญชี ใบรับรอง กุญแจและโทเคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนการคืนค่าโรงงาน การปรับทะเบียนทรัพย์สินและแผนผังเครือข่าย การทำหลักฐานการลบ และการควบคุมการส่งซ่อม ระดับเล็กจัดเป็น “ควรพิจารณา” ระดับกลางและสูงจัดเป็น “พึงปฏิบัติ” เกือบทั้งหมด
หลักฐานการเลิกใช้งาน
สำหรับระบบที่สำคัญ ข้อ 3.8.2 ให้พิจารณาเก็บหลักฐาน ซึ่งไม่ต้องซับซ้อน แค่แบบฟอร์มหน้าเดียวต่อเครื่อง ก็บันทึกได้ครบ 7 อย่าง คือ รหัสทรัพย์สินและหมายเลขเครื่อง วันที่ ผู้อนุมัติ วิธีที่ใช้ ผู้ทำและผู้รับรอง รายการบัญชีกับรหัสที่เพิกถอน และเอกสารประกอบ เช่น ใบรับรองการทำลาย
กรณีส่งซ่อมนอกสถานที่ ข้อ 3.5.6 แนะนำให้ถอดสื่อเก็บข้อมูลออกถ้าทำได้ ลบข้อมูลก่อนส่ง หรือเข้ารหัสสื่อถ้ายังต้องเก็บข้อมูลไว้ ระบุผู้ส่งและผู้รับ และห้ามทำสำเนาโดยไม่ได้รับอนุญาต
PDPA เกี่ยวกับเครื่องเก่าและภาพที่ค้างในเครื่องอย่างไร?
ภาพกล้องที่เห็นหน้าคนได้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจึงมีหน้าที่ตามมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สองข้อที่เกี่ยวกับเครื่องเก่าโดยตรง คือ (1) เรื่องมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และ (3) เรื่องการลบหรือทำลาย
จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
ตัวบทใช้คำว่า “เหมาะสม” จึงไม่มีบรรทัดไหนในมาตรา 37 ที่บอกว่าเครื่องอายุเท่าไรต้องเปลี่ยน ว่าเครื่องเก่าเครื่องหนึ่ง “เหมาะสม” หรือยัง ต้องตัดสินจากข้อเท็จจริงของแต่ละที่ และแนวปฏิบัติ สกมช. เป็นเครื่องมือช่วยอธิบายว่าได้พิจารณาอะไรบ้าง ไม่ใช่เส้นแบ่งถูกผิดตามกฎหมาย
มาตรา 37 (3) ผูกกับเรื่องภาพที่ค้างโดยตรง ถ้าภาพในเครื่องเก่าพ้นระยะเก็บที่องค์กรกำหนดไว้ ก็ถึงเวลาลบ ไม่ว่าฮาร์ดดิสก์จะยังมีที่ว่างเหลืออีกเท่าไร ข้อ 3.2.3 ของแนวปฏิบัติสอดคล้องกันตรงนี้
ไม่ควรกำหนด Retention จากขนาดพื้นที่จัดเก็บที่มีอยู่ หรือเก็บข้อมูลให้นานที่สุดเพียงเพราะเทคโนโลยีสามารถรองรับได้
ข้อ 3.7.7 ยังมีข้อควรระวังสำหรับตอนย้ายระบบ ภาพเก่าไม่ควรถูกย้ายเข้าเครื่องใหม่ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ถ้าเกินระยะเก็บที่กำหนด ข้อมูลในระบบเดิมต้องได้รับการคุ้มครองต่อไปจนกว่าจะลบหรือทำลาย
ข้อมูลในระบบเดิมยังต้องได้รับการคุ้มครองจนกว่าจะลบหรือทำลายอย่างเหมาะสม
อีกสามเรื่องในข้อ 3.7.7 ที่คนมักลืมคือ การเปลี่ยนผู้ให้บริการอาจทำให้บทบาทด้านการประมวลผลข้อมูลเปลี่ยนไป จึงควรทบทวนสัญญาและข้อตกลงประมวลผลข้อมูล การเพิ่มกล้องหรือเปลี่ยนมุมควรทบทวนวัตถุประสงค์และความได้สัดส่วน และถ้าระบบใหม่มีความสามารถด้าน AI หรือข้อมูลชีวมิติ ให้อ่านแนวปฏิบัติเล่มกล้องที่ใช้ AI เพิ่มด้วย เรื่องสัญญากับผู้ให้บริการ ดูต่อที่ ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการ
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงตอนเปลี่ยนหรือเลิกใช้เครื่องเก่า
แนวปฏิบัติข้อ 3.7 และ 3.7.4 ไม่ให้ใช้อายุเป็นตัวตัดสินอัตโนมัติ เครื่องอายุ 3 ปีที่เปิดสู่อินเทอร์เน็ตด้วยรหัสเดิม เสี่ยงกว่าเครื่องอายุ 9 ปีที่แยกเครือข่ายไว้อย่างดี
ข้อ 3.7.5 ให้ใช้ชดเชยพร้อมผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลา และการทบทวน ไม่ใช้เป็นข้ออ้างเลื่อนการแก้ที่รู้อยู่แล้ว
ข้อ 3.7.7 แนะนำไม่ให้ย้ายอัตโนมัติ ถ้าภาพเกินระยะเก็บ ส่วนมาตรา 37 (3) ของ PDPA ก็ให้มีระบบตรวจเพื่อลบเมื่อพ้นกำหนด
ข้อ 3.8 ให้ถอนอุปกรณ์ออกจากคลาวด์หรือระบบบริหาร และเพิกถอนบัญชี ใบรับรอง กุญแจ และโทเคนด้วย
เป็นหลักฐานตามข้อ 3.8.2 และช่วยตอบเมื่อมีคนถามว่าภาพเก่าไปอยู่ไหน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าระบบอยู่สถานะไหนใน 4 สถานะ ให้เริ่มจากสองข้อที่แก้ได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อของ คือเปลี่ยนรหัสผ่านที่มากับเครื่อง และปิดทางเข้าจากอินเทอร์เน็ตที่ไม่จำเป็น ตามที่ข้อ 3.7.6 จัดไว้เป็นระยะที่ 1 ภาพรวมของแนวปฏิบัติทั้งเล่มอ่านได้ที่ แนวปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัยกล้องวงจรปิด สกมช. 2569 อ่านง่าย ๆ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องทำตามแนวปฏิบัติ สกมช. เรื่องกล้องวงจรปิดหรือไม่?
ไม่ได้บังคับ ตัวเอกสารเขียนไว้เองในคำนำว่าเป็นข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับใช้ และใช้แทนกฎหมายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าองค์กรอยู่ในขอบเขตของกฎหมายหรือข้อกำหนดอื่น เช่น PDPA หรือข้อกำหนดเฉพาะภาคส่วน หน้าที่ตามกฎหมายเหล่านั้นยังมีอยู่ตามปกติ
เครื่องบันทึกที่ผู้ผลิตเลิกสนับสนุนแล้ว ใช้ต่อได้หรือไม่?
แนวปฏิบัติข้อ 3.7.3 ให้ใช้มาตรการชดเชยและทำแผนทดแทน ไม่ได้ห้ามใช้ต่อ มาตรการชดเชยต้องมีผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลา และการทบทวนตามข้อ 3.7.5 และไม่ควรเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด
ต้องทำลายฮาร์ดดิสก์ทุกลูกก่อนทิ้งหรือไม่?
แนวปฏิบัติข้อ 3.8 ให้ลบหรือทำลายข้อมูลตามความเสี่ยงและประเภทสื่อ ไม่ได้ระบุวิธีเดียว ฮาร์ดดิสก์ที่จะขายต่อหรือคืนผู้ให้บริการกับที่จะทำลายทิ้ง ใช้วิธีต่างกันได้ สิ่งที่ควรทำเสมอคือตอบห้าคำถามในข้อ 3.8.1 ก่อนลงมือ
ภาพเก่าในเครื่องเดิมต้องย้ายไปเครื่องใหม่ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ แนวปฏิบัติข้อ 3.7.7 ไม่แนะนำให้ย้ายข้อมูลเก่าทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ถ้าข้อมูลเกินระยะเก็บที่กำหนด ให้ย้ายเฉพาะส่วนที่ยังจำเป็น เช่น ภาพที่เกี่ยวกับเหตุที่ยังตรวจสอบอยู่ ส่วนที่เหลือลบตามระยะเก็บ
ระดับ B, E, H ในแนวปฏิบัติหมายความว่าองค์กรเป็น CII หรือไม่?
ไม่ใช่ แนวปฏิบัติ ข้อ 2.2.2 ระบุว่าระดับ B/E/H ไม่ใช่การจำแนก CII เป็นเพียงการจัดระดับมาตรการตามความสำคัญและความเสี่ยงของระบบกล้อง
การเปลี่ยนเครื่องบันทึกต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลใหม่หรือไม่?
แนวปฏิบัติข้อ 3.7.7 ให้ทบทวนวัตถุประสงค์ ความจำเป็น และความได้สัดส่วนเมื่อเพิ่มกล้องหรือเปลี่ยนมุม ส่วนการแจ้งรายละเอียดตามกฎหมาย ให้เทียบกับป้ายและประกาศเดิมว่ายังตรงกับการใช้งานจริงหรือไม่ รายละเอียดดูที่บทความเรื่องกล้องวงจรปิดกับ PDPA
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) สกมช. ฉบับ 1.0.0 (29 กันยายน 2569) — แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย — ข้อ 2.2.2 · ข้อ 3.2.3 · ข้อ 3.5.6 · ข้อ 3.7 (3.7.1–3.7.7) · ข้อ 3.8 (3.8.1–3.8.2)
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (1) · มาตรา 37 (3)
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

