แนวปฏิบัติกล้องวงจรปิดของ สกมช. คือเอกสารสองเล่ม เล่มทั่วไป 163 หน้า และเล่มสำหรับกล้องที่ใช้ AI 112 หน้า คำนำระบุว่าเป็นเพียงข้อเสนอแนะ ไม่มีสภาพบังคับ ช่วยเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้ดูแลระบบ และผู้จัดซื้อเลือกว่าจะอ่านเล่มไหน บทไหนก่อน และต่างจาก PDPA อย่างไร
- สกมช. เผยแพร่แนวปฏิบัติกล้องวงจรปิด 2 เล่ม ฉบับ 1.0.0 ลงวันที่ 29 กันยายน 2569 เล่มทั่วไป 163 หน้า เล่ม AI 112 หน้า
- คำนำของเอกสารระบุเองว่าเป็นเพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับ และใช้แทนกฎหมายหรือสัญญาไม่ได้
- กล้องทั่วไปใช้เล่มทั่วไปเป็นหลัก กล้องที่ใช้ AI ใช้เล่มทั่วไปเป็นพื้นฐานแล้วอ่านเล่ม AI เพิ่ม
- ระดับ B/E/H ใช้เลือกความเข้มของมาตรการ ไม่ใช่การจัดประเภททางกฎหมาย และไม่ใช่การจำแนก CII
- เจ้าของร้านเริ่มที่บทที่ 1 ข้อ 2.1 ข้อ 2.3 ข้อ 3.1 และภาคผนวก ข ของเล่มทั่วไป
ปลายเดือนกันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เผยแพร่แนวปฏิบัติเรื่องกล้องวงจรปิดออกมาสองเล่มพร้อมกัน เล่มแรกว่าด้วยระบบกล้องทั่วไป หนา 163 หน้า เล่มที่สองว่าด้วยกล้องที่ใช้ AI หนา 112 หน้า ทั้งสองเล่มเป็นฉบับ 1.0.0 ลงวันที่ 29 กันยายน 2569
คนที่เปิดไฟล์ครั้งแรกมักถามตรงกันว่า ต้องอ่านครบทั้งสองเล่มไหม ตัวเองเป็นร้านค้าเล็ก ๆ ต้องทำตามทุกข้อหรือเปล่า และถ้าไม่ทำจะผิดกฎหมายหรือไม่ บทความนี้เป็นแผนที่ตอบสามข้อนั้น โดยอ่านจากเอกสารทั้งสองเล่มโดยตรง ไม่ได้สรุปจากข่าว
ส่วนเรื่องที่ติดกล้องแล้วต้องทำอะไรตาม PDPA เช่น ป้ายแจ้ง ระยะเก็บภาพ และการให้ภาพตำรวจ มีอยู่แล้วใน บทความเรื่องกล้องวงจรปิดในที่ทำงาน บทความนี้จึงไม่ซ้ำเรื่องนั้น แต่มองจากฝั่งความมั่นคงปลอดภัยของตัวระบบ คือรหัสผ่าน การเข้าถึงจากภายนอก การอัปเดต ผู้รับเหมา และการจัดซื้อ
แนวปฏิบัติกล้องวงจรปิดสองเล่มของ สกมช. มีสถานะเป็นอะไร?
เป็นข้อเสนอแนะ ไม่ใช่กฎหมาย คำนำของทั้งสองเล่มใช้ข้อความเดียวกัน และบอกชัดว่าแนวปฏิบัติใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ หรือสัญญาที่มีผลบังคับอยู่ไม่ได้
ทั้งนี้ แนวปฏิบัติทั้งสองฉบับนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่มีสภาพบังคับใช้ ไม่สามารถใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ สัญญา หรือข้อกำหนดอื่นที่มีผลใช้บังคับ
ในหัวข้อ “สถานะของเอกสาร” ข้อ 1.2 เล่มทั่วไปย้ำอีกชั้นว่าตัวเอกสารเองไม่มีสถานะเป็นกฎหมายหรือข้อบังคับ และบอกว่าถ้าองค์กรอยู่ภายใต้กฎหมายหรือข้อกำหนดเฉพาะ ให้ปฏิบัติตามสิ่งนั้นก่อน
หากองค์กรอยู่ภายใต้กฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ สัญญา หรือข้อกำหนดเฉพาะให้ถือปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวเป็นลำดับแรก
สรุปเป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า ไม่ทำตามเล่มนี้ ไม่ได้ผิดกฎหมายเพราะเล่มนี้ แต่ถ้ากฎหมายอื่น สัญญา หรือเงื่อนไขการจัดซื้อกำหนดเรื่องเดียวกันไว้ ก็ต้องทำตามสิ่งนั้น และในทางปฏิบัติ แนวปฏิบัติแบบนี้มักถูกหยิบไปเขียนเป็น TOR หรือเกณฑ์ตรวจรับ ซึ่งจะทำให้มีผลทางสัญญาได้ (นี่เป็นข้อสังเกตของเรา ไม่ได้เขียนอยู่ในเอกสาร)
| เล่มทั่วไป (TCSG) | เล่มกล้องที่ใช้ AI | |
|---|---|---|
| ขนาด | 163 หน้า | 112 หน้า |
| ใช้เมื่อไร | กล้องวงจรปิดทุกระบบ ไม่ว่าจะต่อเน็ตหรือคลาวด์หรือไม่ | เมื่อกล้องหรือระบบหลังบ้านมีความสามารถด้าน AI เช่น ตรวจจับ ติดตาม จดจำใบหน้า |
| วางตัวเอง | เป็นกรอบกลางและค่าตั้งต้นด้านความมั่นคงปลอดภัย | เพิ่มความเสี่ยงและมาตรการเฉพาะ AI ต่อจากเล่มทั่วไป |
| ข้อที่ใช้จัดระดับ | ข้อ 2.1 (มี 4 มิติ) | ข้อ 3.1 (มี 3 มิติ และปัจจัยที่ทำให้ผลกระทบขยาย) |
| ชุดเริ่มต้น 7 ข้อ | ข้อ 3.1 | ข้อ 4.1 |
| รายการตรวจ | ภาคผนวก ก (ก่อนส่งมอบ) และ ข (ตรวจเองตามรอบ) | ภาคผนวก ก (ก่อนส่งมอบ) และ ข (ตรวจเองตามรอบ) |
ต้องอ่านทั้งสองเล่มไหม?
ถ้าไม่มี AI ในระบบ อ่านเล่มทั่วไปเล่มเดียวพอ ถ้ามี AI ต้องอ่านสองเล่มต่อกัน เพราะเล่มทั่วไปบอกไว้ในหัวข้อวิธีใช้เอกสารว่าระบบ AI ให้ใช้มาตรการของเล่มนี้เป็นฐานก่อน
ระบบ CCTV ทั่วไปให้ใช้แนวปฏิบัติฉบับนี้เป็นหลัก สำหรับระบบที่มีความสามารถด้าน AI ให้ใช้มาตรการของแนวปฏิบัติฉบับนี้เป็นค่าตั้งต้นด้านความมั่นคงปลอดภัย และพิจารณาความเสี่ยงและมาตรการเพิ่มเติมตามลักษณะการใช้งานและระดับผลกระทบดังอธิบายในแนวปฏิบัติฉบับที่สอง
ข้อ 5.2.3 ของเล่มทั่วไปมีตารางที่ตอบคำถามนี้เป็นรายความสามารถ ตารางข้างล่างสรุปด้วยถ้อยคำของเรา
| ลักษณะของระบบ | เล่มทั่วไป | เล่ม AI |
|---|---|---|
| กล้องดูและบันทึกภาพทั่วไป | ใช้เป็นหลัก | ไม่จำเป็น |
| ต่อเครือข่ายหรือคลาวด์ แต่ไม่มี AI | ใช้เป็นหลัก | ไม่จำเป็น |
| ตรวจจับการเคลื่อนไหวพื้นฐานที่ไม่ใช้ AI | ใช้เป็นหลัก | พิจารณาตามการทำงานจริง |
| AI ตรวจจับ จำแนก หรือติดตามคน รถ วัตถุ | ใช้เป็นพื้นฐาน | ใช้เพิ่มเติม |
| AI อ่านป้ายทะเบียน | ใช้เป็นพื้นฐาน | ใช้เพิ่มเติม |
| จดจำใบหน้า หรือประมวลผลข้อมูลชีวมิติ | ใช้เป็นพื้นฐาน | ใช้เพิ่มเติม |
| AI เชื่อมผลกับฐานข้อมูลอื่น หรือสั่งการอัตโนมัติ | ใช้เป็นพื้นฐาน | ใช้เพิ่มเติม และพิจารณาการกำกับดูแลตามระดับผลกระทบ |
มีข้อควรระวังหนึ่งข้อที่คนมักมองข้าม คือฟังก์ชัน AI ที่แถมมากับกล้องหรือกับซอฟต์แวร์ที่ซื้อมา เอกสารเตือนว่าการมีฟังก์ชันอยู่ในเครื่อง ไม่ได้แปลว่าต้องเปิดใช้
การมีฟังก์ชัน AI อยู่ในกล้อง ระบบบริหารจัดการวิดีโอ บริการคลาวด์ หรือผลิตภัณฑ์ที่จัดซื้อมา มิได้หมายความว่าองค์กรควรเปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวโดยอัตโนมัติ
ถ้าอยากรู้ว่าเล่ม AI เจาะลึกเรื่องใด ดูต่อได้ที่ บทความเรื่องกล้องจดจำใบหน้ากับข้อมูลชีวมิติ
คุณเป็นใคร และควรเริ่มอ่านตรงไหน?
แต่ละเล่มมีตาราง “แนวทางการอ่านตามกลุ่มผู้ใช้งาน” อยู่ต้นเล่ม ที่แยกผู้อ่านตามบทบาท แล้วบอกว่าควรอ่านเป็นหลักตรงไหน และควรอ่านเพิ่มตรงไหน ตารางข้างล่างรวมสองเล่มเข้าด้วยกันและเรียบเรียงเป็นถ้อยคำของเรา เลขข้อและบทตรงกับต้นฉบับ
| คุณคือ | เล่มทั่วไป: อ่านเป็นหลัก | เล่มทั่วไป: อ่านเพิ่ม | ถ้าระบบมี AI (เล่ม AI) |
|---|---|---|---|
| ติดกล้องดูแลบ้านตัวเอง ไม่ได้ทำธุรกิจ | ข้อ 3.1 และข้อ 5.1 | ข้อ 2.3 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง และข้อ 3.2.1.7 | บทที่ 1–2, ข้อ 3.1, ข้อ 4.1 |
| เจ้าของร้านค้าหรือ SME | บทที่ 1, ข้อ 2.1, ข้อ 2.3, ข้อ 3.1, ภาคผนวก ข | ข้อ 3.2.1, ข้อ 3.4, ข้อ 5.1 | บทที่ 1–3, ข้อ 4.1, ภาคผนวก ข |
| ผู้บริหารหรือผู้กำกับดูแลองค์กร | บทที่ 1–2, ข้อ 3.1, บทที่ 4 | ข้อ 3.5–3.8, บทที่ 5, ภาคผนวก ข | บทที่ 1, ข้อ 3.1, บทที่ 5 |
| ผู้ดูแลระบบหรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุม | ข้อ 3.3–3.8, ภาคผนวก ข | ข้อ 2.3, ข้อ 2.4, บทที่ 5 | ข้อ 3.4–3.6, ข้อ 3.8–3.10, ข้อ 4.5, ภาคผนวก ข |
| ผู้ติดตั้งหรือผู้รวมระบบ (SI) | บทที่ 3, ข้อ 4.2, ภาคผนวก ก | ข้อ 2.1–2.3, ข้อ 4.1 | บทที่ 4, ข้อ 5.2, ภาคผนวก ก |
| ฝ่ายจัดซื้อหรือผู้ตรวจประเมิน | บทที่ 4, ภาคผนวก ก และ ง | ข้อ 2.1–2.3, ข้อ 3.2.5, ภาคผนวก ข | บทที่ 5, ภาคผนวก ก |
| ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย | ข้อ 3.2.5, ข้อ 4.1 | ข้อ 3.3–3.5, ข้อ 3.7 | บทที่ 2, ข้อ 3.4, ข้อ 3.7, บทที่ 4–5 |
| มีระบบเก่าและคิดจะปรับหรือเปลี่ยน | ข้อ 3.7, ข้อ 3.1, ข้อ 2.1 | ข้อ 3.2.2–3.2.5, ข้อ 3.5 | ข้อ 3.1, ข้อ 3.8, บทที่ 4 |
แถวสุดท้ายของคนที่ดูแลเรื่องกฎหมายและความเป็นส่วนตัวมีอยู่เฉพาะในเล่ม AI ซึ่งให้อ่านข้อ 3.2–3.3 และบทที่ 6 เป็นหลัก ถ้าคุณเป็นคนกลุ่มนี้และใช้เล่มทั่วไป ข้อ 2.2 กับข้อ 2.3 น่าจะเป็นจุดเริ่ม (อันนี้เป็นความเห็นของเรา ตารางของเล่มทั่วไปไม่ได้มีแถวนี้)
เอกสารเตือนไว้ใต้ตารางว่า คนหนึ่งคนหรือองค์กรหนึ่งแห่งอาจมีหลายบทบาท เช่น เจ้าของร้านที่ดูแลระบบเองและจัดซื้อเองด้วย ให้อ่านส่วนของทุกบทบาทที่ตัวเองสวมอยู่
ถ้ามีเวลาครึ่งชั่วโมง
- อ่านข้อ 3.1 ของเล่มทั่วไป ชุดเริ่มต้น 7 ข้อ เป็นหน้าเดียวที่ลงมือได้เลย
- อ่านข้อ 2.1 เพื่อดูว่าระบบของคุณน่าจะอยู่ระดับ B, E หรือ H (ดูวิธีทีละขั้นใน บทความเรื่องระดับ B/E/H)
- เปิดภาคผนวก ข รายการประเมินตนเองตามรอบ แล้วลองติ๊กดูว่าตอนนี้ผ่านกี่ข้อ
- ถ้ามีผู้ติดตั้งหรือผู้ให้บริการ ส่งข้อ 3.1 และภาคผนวก ก ให้เขาตอบก่อนรับมอบงาน
บ้านที่ติดกล้องดูแลตัวเอง ต้องอ่านแนวปฏิบัติและ PDPA ไหม?
แนวปฏิบัติถือว่าอ่านได้ทุกคนและเขียนบทเริ่มต้นไว้ให้เจ้าของบ้านด้วย (ข้อ 3.1 และข้อ 5.1) ส่วน PDPA มีข้อยกเว้นให้การใช้กล้องเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวเท่านั้น
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น
เล่มทั่วไปข้อ 2.2.2 อธิบายต่อว่าการใช้กล้องเพื่อประโยชน์ส่วนตนต้องดูขอบเขตและข้อยกเว้นของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ถ้าใช้เพื่อประกอบธุรกิจหรือดำเนินงานขององค์กร ต้องดูหน้าที่ตามกฎหมายเพิ่มขึ้น
ในกรณีที่บุคคลใช้ CCTV เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวเท่านั้น ให้พิจารณาขอบเขตและข้อยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 2.3 ของเล่มทั่วไปเตือนด้วยว่า ถึงจะเข้าข้อยกเว้น ก็ไม่ได้แปลว่านำภาพไปเผยแพร่ได้ตามใจ การเผยแพร่ภาพที่กระทบสิทธิหรือชื่อเสียงของคนอื่นอาจขัดกฎหมายอื่น เจ้าของบ้านจึงควรกำหนดมุมกล้องเท่าที่จำเป็นและเลี่ยงพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น เช่น หน้าต่างบ้านข้างเคียง
แนวปฏิบัตินี้ต่างจากกฎหมายอย่างไร?
ต่างที่ว่าใครบังคับ และบังคับเรื่องอะไร กฎหมายบังคับเฉพาะองค์กรหรือระบบที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายนั้น ส่วนแนวปฏิบัติเป็นตัวช่วยตัดสินใจเลือกมาตรการ ตารางข้างล่างวางข้อกำหนดที่เล่มทั่วไปข้อ 2.2.2 ให้ผู้อ่านพิจารณา เทียบกับสถานะของแต่ละเรื่อง
| เรื่อง | สถานะ | เอกสารพูดถึงอะไร |
|---|---|---|
| แนวปฏิบัติ สกมช. สองเล่ม | ข้อเสนอแนะ ไม่มีสภาพบังคับ | เลือกมาตรการตามความเสี่ยง ตลอดวงจรชีวิตของระบบ ตั้งแต่ออกแบบถึงเลิกใช้ |
| พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) | กฎหมาย ใช้เมื่อภาพระบุตัวบุคคลได้ เว้นข้อยกเว้นตามมาตรา 4 | วัตถุประสงค์และฐาน การแจ้ง การใช้และเปิดเผย ระยะเก็บ ความมั่นคงปลอดภัย สิทธิเจ้าของข้อมูล เหตุละเมิด ผู้ประมวลผล |
| พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 | กฎหมาย ใช้กับองค์กรหรือระบบที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย | เอกสารเตือนว่าระดับ B/E/H ไม่ใช่การจำแนก CII |
| พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 | กฎหมาย | เอกสารเตือนว่าไม่ควรสรุปว่ากล้องทุกระบบมีหน้าที่เก็บ Log ในรูปแบบหรือระยะเวลาเดียวกัน |
| ประกาศ คกก.ไซเบอร์ฯ มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567 | ใช้เมื่ออยู่ในขอบเขตของประกาศ เอกสารระบุว่ามีผลตั้งแต่ 10 กันยายน 2569 | ใช้พิจารณาเมื่อเก็บหรือประมวลผลภาพบนคลาวด์ ดู บทความเรื่องมาตรฐานคลาวด์ |
| ข้อกำหนดเฉพาะภาคส่วน และสัญญา | ตามที่กฎหมายหรือสัญญานั้นกำหนด | เช่น การเงิน พลังงาน สาธารณสุข ขนส่ง รวมถึง SLA และเงื่อนไขการเลิกสัญญากับผู้ให้บริการ |
ตัวอย่างที่เห็นภาพที่สุดคือ PDPA มาตรา 37 (1) ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องจัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยตัวบทเขียนว่าต้องเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนดด้วย
จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
มาตรา 37 (1) ไม่ได้ระบุว่ากล้องต้องเปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น หรือต้องอัปเดตเฟิร์มแวร์ภายในกี่วัน ช่องว่างนี้เองที่แนวปฏิบัติ สกมช. เข้ามาเติม ในฐานะตัวอย่างว่ามาตรการที่เหมาะสมของระบบกล้องหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าเกิดข้อพิพาทหรือถูกตรวจสอบ ผู้ใช้เอกสารนี้ยังต้องพิสูจน์เองว่ามาตรการของตนเหมาะสม (นี่เป็นความเห็นของเรา เอกสารไม่ได้พูดถึงบทบาทในข้อพิพาท)
คำว่า “พึงปฏิบัติ” กับ “ต้อง” ไม่เหมือนกัน
ในเล่มทั่วไป ตารางมาตรการใช้คำว่า “พึงปฏิบัติ” สำหรับมาตรการหลักที่แนะนำของแต่ละระดับ และบอกว่าถ้าเลือกวิธีอื่น ควรอธิบายเหตุผลและแสดงได้ว่าจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสมแล้ว ส่วน “ควรพิจารณา” คือมาตรการเสริมตามบริบท
เล่ม AI ข้อ 1.4 เขียนถ้อยคำสามคำไว้ชัดกว่า คือ “ต้อง” ใช้กับข้อกำหนดที่มีผลบังคับตามกฎหมาย ประกาศ หรือสัญญา “ควร” ใช้กับสิ่งที่แนะนำตามมาตรฐานหรือผลประเมินความเสี่ยง และ “อาจ” ใช้กับทางเลือก เวลาอ่านเอกสารสองเล่มนี้จึงควรอ่านคำกริยาให้ละเอียด คำว่า “พึงปฏิบัติ” ในตารางไม่ได้มีน้ำหนักเท่าคำว่า “ต้อง” ตามกฎหมาย
ระดับ B, E และ H คืออะไร (สรุปสั้น)?
คือสามระดับความเข้มของมาตรการ พื้นฐาน (Baseline: B) เพิ่มเติม (Enhanced: E) และความเชื่อมั่นสูง (High-Assurance: H) เจ้าของระบบเป็นคนประเมินเองจากผลกระทบและความเสี่ยง แล้วเลือกมาตรการในตารางตามระดับ ระดับที่สูงขึ้นควรครอบคลุมหลักการของระดับก่อนหน้า และเพิ่มความเข้มของมาตรการ การตรวจสอบ หรือหลักฐาน
ทั้งนี้ การจัดระดับ B/E/H เป็นวิธีการสำหรับกำหนดความเข้มข้นของมาตรการตามแนวปฏิบัติฉบับนี้ มิใช่การจำแนกสถานะทางกฎหมายขององค์กร และไม่สามารถใช้แทนข้อกำหนดตามกฎหมาย ประกาศ สัญญา หรือข้อกำหนดเฉพาะที่มีผลใช้บังคับ
ข้อ 2.1.2 ย้ำอีกว่า การจำแนกนี้ไม่ใช่การจำแนกโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ใครที่อยากรู้ว่าองค์กรตัวเองเข้าข่ายหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศหรือไม่ ต้องดูตามกฎหมายไซเบอร์ ไม่ใช่ดูจากว่าตัวเองได้ระดับ H ดู บทความเรื่ององค์กรของคุณเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหรือไม่
วิธีจัดระดับทีละขั้น พร้อมตัวอย่างสมมติของร้านกาแฟ โรงงาน และคอนโด อยู่ใน บทความเรื่องระดับ B/E/H ในที่นี้ขอสรุปแค่ว่า เล่มทั่วไปบอกให้ดูผลกระทบ ไม่ใช่ดูว่าเป็นร้านเล็กหรือใหญ่ และระบบที่ใช้บริการคลาวด์ไม่ได้ถูกจัดเป็นระดับใดโดยอัตโนมัติ
ถ้าจะเริ่มวันนี้ ลำดับการทำควรเป็นอย่างไร?
เริ่มจากเจ็ดข้อในข้อ 3.1 ก่อนอ่านต่อ เอกสารเรียกชุดนี้ว่า Quick Start สำหรับองค์กรที่ยังทำไม่ครบทั้งบท และเตือนว่าทำครบเจ็ดข้อก็ไม่ได้แทนการประเมินความเสี่ยง โดยเฉพาะระบบระดับ E และ H ลำดับด้านล่างเป็นการเรียบเรียงของเรา ตามเนื้อหาในข้อ 3.1
- วันนี้ไล่รายการอุปกรณ์ทุกตัว กล้อง เครื่องบันทึก และแอป แล้วเปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเล่มทั่วไป ข้อ 3.1 ข้อ 1
- สัปดาห์นี้ตรวจว่ากล้องหรือเครื่องบันทึกถูกเปิดให้เข้าจากอินเทอร์เน็ตโดยตรงหรือไม่ ถ้าไม่จำเป็นให้ปิด แล้วใช้ช่องทางที่อนุมัติไว้เล่มทั่วไป ข้อ 3.1 ข้อ 2
- สัปดาห์นี้เปิด MFA สำหรับบัญชีผู้ดูแลและการเข้าจากระยะไกลเมื่อระบบรองรับ เอกสารกำหนดเป็นข้อที่ควรพิจารณาสำหรับระดับ B และพึงปฏิบัติสำหรับ E และ Hเล่มทั่วไป ข้อ 3.1 ข้อ 3
- เดือนนี้ตกลงกับผู้ติดตั้งว่าใครตามข่าวช่องโหว่และใครลงอัปเดต เขียนชื่อผู้รับผิดชอบไว้เล่มทั่วไป ข้อ 3.1 ข้อ 4 และ 7
- เดือนนี้เขียนวัตถุประสงค์ของกล้องแต่ละตัว กำหนดระยะเก็บภาพและวิธีลบหรือเขียนทับเล่มทั่วไป ข้อ 3.1 ข้อ 5 และ 6
- ไตรมาสนี้ประเมินระดับ B/E/H ตามข้อ 2.1 และเปิดภาคผนวก ข เพื่อตั้งรอบตรวจเองครั้งแรกเล่มทั่วไป ข้อ 2.1 · ภาคผนวก ข
ใครที่เป็นร้านเล็กและไม่มีทีม IT เล่มทั่วไปมีหมายเหตุใต้ตารางข้อ 3.1 ว่า ผู้ติดตั้งหรือผู้ให้บริการควรตั้งค่าที่จำเป็นให้ก่อนส่งมอบ เช่น เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น จำกัดการเข้าจากอินเทอร์เน็ต เปิด MFA เมื่อรองรับ และตั้งการอัปเดต แล้วส่งสิทธิและบัญชีให้เจ้าของระบบ ถ้าผู้ติดตั้งของคุณทำไม่ครบ ใช้ข้อนี้เป็นเหตุผลขอให้เขากลับมาทำ
รายละเอียดของแต่ละข้อมีบทความแยกไว้แล้ว เช่น ชุดเริ่มต้น 7 ข้อสำหรับธุรกิจเล็ก และ ข้อควรถามผู้ขายก่อนจัดซื้อ
คำนำระบุว่าเป็นเพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับ ความผิดตามกฎหมายต้องมาจากกฎหมายที่ใช้กับกิจการนั้นจริง เช่น PDPA
PDPA มาตรา 37 (1) บังคับให้จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม และคู่ค้าหรือผู้จัดซื้อมักอ้างแนวปฏิบัติเป็นเกณฑ์ในสัญญา
เอกสารเขียนไว้ว่า B/E/H ไม่ใช่การจำแนกโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และไม่ใช่การจัดประเภทองค์กรตามกฎหมาย
ข้อ 5.2.2 เตือนว่าการมีฟังก์ชันไม่ได้แปลว่าควรเปิดใช้ ต้องดูวัตถุประสงค์ ความจำเป็น และผลกระทบหากผลลัพธ์ผิดพลาดก่อน
คำถามที่พบบ่อย
แนวปฏิบัติกล้องวงจรปิดของ สกมช. เป็นกฎหมายหรือไม่?
ไม่ใช่ คำนำของทั้งสองเล่มระบุว่าเป็นเพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับ และใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ หรือสัญญาที่มีผลบังคับไม่ได้ เอกสารยังบอกด้วยว่าถ้าองค์กรอยู่ภายใต้กฎหมายหรือข้อกำหนดเฉพาะ ให้ปฏิบัติตามสิ่งนั้นเป็นลำดับแรก
ร้านค้าขนาดเล็กควรอ่านเล่มไหนและบทไหนก่อน?
ตารางผู้อ่านของเล่มทั่วไปแนะนำให้ผู้ประกอบการรายย่อยอ่านบทที่ 1 ข้อ 2.1 ข้อ 2.3 ข้อ 3.1 และภาคผนวก ข เป็นหลัก แล้วอ่านเพิ่มข้อ 3.2.1 ข้อ 3.4 และข้อ 5.1 ถ้ากล้องมี AI ให้เปิดเล่ม AI บทที่ 1–3 ข้อ 4.1 และภาคผนวก ข ด้วย
ระดับ B, E, H คือการจัดชั้นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (CII) ใช่หรือไม่?
ไม่ใช่ ข้อ 2.1.2 ของเล่มทั่วไประบุว่าไม่ใช่การจัดประเภทองค์กรตามกฎหมายและไม่ใช่การจำแนก CII ระดับนี้ใช้เลือกความเข้มของมาตรการเท่านั้น และไม่ลดหน้าที่ตามกฎหมายที่ใช้กับองค์กรอยู่แล้ว
ถ้าติดกล้องที่บ้านตัวเอง ต้องทำตามแนวปฏิบัติไหม?
ไม่มีข้อบังคับ แต่ข้อ 3.1 และข้อ 5.1 เขียนไว้ให้เจ้าของบ้านเป็นจุดเริ่มต้น PDPA มาตรา 4 (1) ยกเว้นการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือกิจกรรมในครอบครัวเท่านั้น และเมื่อเผยแพร่ภาพที่กระทบคนอื่น อาจติดกฎหมายอื่นได้
กล้องที่ใช้ AI ต้องอ่านทั้งสองเล่มหรือไม่?
เอกสารให้ใช้เล่มทั่วไปเป็นค่าตั้งต้นความมั่นคงปลอดภัย แล้วพิจารณาความเสี่ยงและมาตรการเพิ่มเติมจากเล่ม AI ตามลักษณะการใช้งานและระดับผลกระทบ ข้อ 5.2.3 ของเล่มทั่วไปมีตารางแยกว่าความสามารถแบบใดให้ใช้เล่ม AI เพิ่มเติม
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) ฉบับ 1.0.0 — สกมช. (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) — คำนำ · แนวทางการอ่านเอกสาร · ข้อ 1.2 · ข้อ 2.1 · ข้อ 2.2.2 · ข้อ 2.3 · ข้อ 3.1 · ข้อ 5.2
- แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย ฉบับ 1.0.0 — สกมช. (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) — คำนำ · แนวทางการอ่านเอกสาร · ข้อ 1.4 · ข้อ 3.1
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 4 (1) · มาตรา 37 (1)
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

