การเอารูปจากเน็ตมาลงเว็บบริษัท เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27 ถ้าทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะงานมีลิขสิทธิ์ตั้งแต่สร้างเสร็จ และการใส่เครดิตไม่ใช่การขออนุญาต เหมาะกับทีมการตลาดและเจ้าของเว็บ ได้รู้ว่าข้อยกเว้นมาตรา 32 และ 33 ใช้ได้เมื่อไร
- ภาพถ่าย บทความ เพลง และคลิปมีลิขสิทธิ์ทันทีที่สร้าง ผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของตามมาตรา 8 โดยไม่ต้องจดทะเบียน
- ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27
- ใส่เครดิตไม่เท่ากับได้รับอนุญาต การอ้างอิงบางตอนตามมาตรา 33 ต้องพอสมควรและผ่านเงื่อนไขมาตรา 32 วรรคหนึ่งด้วย
- ลบลายน้ำหรือชื่อช่างภาพโดยรู้ว่าจะปกปิดการละเมิด เป็นความผิดแยกตามมาตรา 53/1 ปรับไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 70/1)
- ละเมิดเพื่อการค้า โทษจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 69 วรรคสอง)
ทีมการตลาดของบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่งต้องทำโพสต์ให้ทันแคมเปญพรุ่งนี้ รูปที่ใช้ค้นมาจาก Google บทความแนะนำสินค้าย่อมาจากเว็บข่าว คลิปสั้นใส่เพลงที่กำลังฮิต และมีภาพหน้าจอรีวิวจากเพจอื่นประกอบ ทุกชิ้นใส่เครดิตไว้ท้ายโพสต์แล้ว ทีมจึงเข้าใจว่าปลอดภัย
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มองเรื่องนี้ต่างออกไป การใส่เครดิตเป็นเงื่อนไขของข้อยกเว้นบางข้อ แต่ไม่ได้แทนการขออนุญาต และถ้ารูปที่ใช้เคยมีลายน้ำแล้วมีคนลบออก บริษัทอาจมีความผิดเพิ่มอีกฐานหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
บทความนี้ตอบทีละเรื่องว่า อะไรมีลิขสิทธิ์และอะไรไม่มี การกระทำแบบไหนเป็นการละเมิด ข้อยกเว้นที่ธุรกิจใช้ได้จริงมีแค่ไหน การลบลายน้ำผิดอย่างไร และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวตรงไหน ปิดท้ายด้วยตารางทำได้และทำไม่ได้ที่ส่งต่อให้ทีมคอนเทนต์ได้ทันที
รูปที่ค้นเจอในอินเทอร์เน็ตมีลิขสิทธิ์ไหม ถ้าเจ้าของไม่ได้จดทะเบียน?
มี ลิขสิทธิ์ไม่ได้เกิดจากการจดทะเบียน มาตรา 8 ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนสร้างขึ้น เงื่อนไขที่มาตรานี้วางไว้เกี่ยวกับสัญชาติ ถิ่นที่อยู่ และสถานที่โฆษณางานครั้งแรก ไม่มีข้อใดกำหนดให้ต้องจดทะเบียนก่อน
งานที่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 6 ครอบคลุมเกือบทุกอย่างที่ทีมคอนเทนต์หยิบใช้ ได้แก่ วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง และงานแพร่เสียงแพร่ภาพ ไม่ว่าจะแสดงออกด้วยวิธีหรือรูปแบบใด ส่วนนิยามศิลปกรรมในมาตรา 4 ระบุงานภาพถ่ายไว้ชัดเจน และใช้คำว่า “ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่”
ความหมายในทางปฏิบัติคือ รูปสินค้าธรรมดาที่ร้านค้าออนไลน์ถ่ายเอง ภาพประกอบในบล็อก หรือรูปวิวที่คนทั่วไปโพสต์ ล้วนมีเจ้าของ แม้ไม่มีสัญลักษณ์ © และแม้เจ้าของไม่เคยประกาศหวงห้ามไว้ อายุความคุ้มครองตามมาตรา 19 โดยทั่วไปคือตลอดชีวิตผู้สร้างสรรค์และต่ออีก 50 ปีหลังถึงแก่ความตาย
อะไรบ้างที่ไม่มีลิขสิทธิ์ และหยิบมาใช้ได้?
มีน้อยกว่าที่หลายคนคิด มาตรา 7 กันไว้ 5 กลุ่ม กลุ่มที่คนทำคอนเทนต์ธุรกิจใช้บ่อยคือข้อเท็จจริงและข่าวประจำวันที่เป็นเพียงข่าวสาร กับตัวบทกฎหมายและเอกสารราชการ
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
สิ่งที่ไม่มีลิขสิทธิ์คือ ตัวข้อเท็จจริง ไม่ใช่บทความข่าวทั้งชิ้น ถ้อยคำ การเรียบเรียง และภาพประกอบที่นักข่าวทำขึ้นยังเป็นงานที่มีเจ้าของ บริษัทเล่าข้อเท็จจริงจากข่าวด้วยถ้อยคำของตัวเองได้ แต่คัดลอกย่อหน้าหรือรูปในข่าวมาใช้ไม่ได้ด้วยเหตุผลนี้
อีกข้อที่ช่วยได้มากคือมาตรา 6 วรรคสอง ลิขสิทธิ์คุ้มครองการแสดงออก ไม่ได้คุ้มครองความคิด
การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงานหรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
ถ้าเห็นโพสต์ของคู่แข่งแล้วชอบแนวคิด เช่น ถ่ายสินค้าบนพื้นหลังสีเดียวกับวัตถุดิบ บริษัทถ่ายภาพของตัวเองตามแนวคิดนั้นได้ สิ่งที่ห้ามคือการนำภาพของเขามาใช้หรือดัดแปลงในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
แค่ไหนนับเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์?
การทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต การโหลดรูปมาแล้วอัปขึ้นเว็บบริษัทเกิดทั้งการทำซ้ำและการเผยแพร่ในครั้งเดียว
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
นิยาม “ทำซ้ำ” ในมาตรา 4 รวมการคัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด การเลียนแบบ และการบันทึกภาพ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน การครอปรูปให้เหลือครึ่งหนึ่ง หรือใส่ฟิลเตอร์ทับ จึงไม่ได้ทำให้พ้นจากการทำซ้ำหรือดัดแปลง ถ้าส่วนที่เหลือยังเป็นสาระสำคัญของงานเดิม
เพลงประกอบคลิปบนเพจบริษัท
คลิปที่ใส่เพลงเกี่ยวกับงานอย่างน้อยสองชั้น คือดนตรีกรรม (ทำนองและคำร้อง) และสิ่งบันทึกเสียง (ไฟล์เสียงที่บันทึกไว้) มาตรา 28 ให้การทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งสิ่งบันทึกเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิด ไม่ว่าในส่วนที่เป็นเสียงหรือภาพ การที่แพลตฟอร์มมีคลังเพลงให้เลือก ไม่ได้แปลว่าทุกเพลงใช้กับโพสต์โฆษณาได้ ต้องดูเงื่อนไขการอนุญาตของแพลตฟอร์มนั้นเอง
ภาพหน้าจอจากเว็บหรือเพจอื่น
ภาพหน้าจอคือการบันทึกภาพของทุกอย่างที่อยู่บนหน้าจอนั้น ถ้าบนหน้าจอมีรูปถ่าย บทความ หรือกราฟิกของคนอื่น ภาพหน้าจอก็เป็นการทำซ้ำงานเหล่านั้น การใช้ภาพหน้าจอจึงต้องหาข้อยกเว้นรองรับเหมือนงานอื่น ซึ่งอยู่ในหัวข้อถัดไป
ข้อยกเว้นแบบ fair use ของไทย ธุรกิจใช้ได้แค่ไหน?
ใช้ได้ แต่แคบกว่าที่คนทำการตลาดมักเข้าใจ มาตรา 32 วรรคหนึ่งวางหลักใหญ่สองข้อที่ทุกข้อยกเว้นต้องผ่าน
การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ลองถามตัวเองตรง ๆ ว่า ช่างภาพหรือคลังภาพปกติหาเงินจากรูปนี้ด้วยการขายสิทธิให้ธุรกิจนำไปใช้หรือไม่ ถ้าใช่ การที่บริษัทนำรูปไปใช้ฟรีบนหน้าขายของตัวเอง ยากที่จะบอกว่าไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของ
มาตรา 32 วรรคสองระบุกรณีเฉพาะไว้ 8 ข้อ ข้อที่เกี่ยวกับธุรกิจมีไม่มาก
- (1) วิจัยหรือศึกษา ต้องไม่ใช่การกระทำเพื่อหากำไร งานการตลาดของบริษัทจึงอ้างข้อนี้ได้ยาก
- (2) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือครอบครัว ไม่ครอบคลุมการโพสต์ในนามบริษัท
- (3) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงาน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น บทความรีวิวหนังสือที่ยกปกหนังสือประกอบพร้อมระบุเจ้าของ
- (4) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพจขายของของบริษัทไม่ใช่สื่อมวลชนโดยสภาพ
- (6) ถึง (8) การสอนและการสอบ ต้องไม่เพื่อหากำไร ใช้กับงานอบรมเชิงพาณิชย์ไม่ได้ตรง ๆ
ช่องที่ธุรกิจใช้ได้จริงบ่อยที่สุดคือมาตรา 33 การอ้างอิงงานบางตอน ซึ่งมีเงื่อนไขซ้อนกันสามชั้น
การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง
สามชั้นนั้นคือ ต้องเป็น บางตอนตามสมควร ต้องมี การรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของ และต้อง ผ่านมาตรา 32 วรรคหนึ่ง การยกสองสามประโยคจากรายงานวิจัยมาประกอบบทความพร้อมระบุแหล่ง เข้าใกล้มาตรา 33 ส่วนการคัดลอกบทความทั้งชิ้นแล้วใส่ลิงก์ท้ายโพสต์ หรือใช้รูปเต็มภาพพร้อมเครดิต ไม่ใช่ “บางตอน” อยู่แล้ว เครดิตจึงช่วยไม่ได้
ลบลายน้ำหรือชื่อช่างภาพออก ผิดอย่างไร?
ผิดเพิ่มอีกฐานหนึ่ง แยกจากการละเมิดลิขสิทธิ์ ตั้งแต่การแก้ไขปี 2558 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์มีหมวด 2/1 ว่าด้วยข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี เริ่มจากนิยามในมาตรา 4
ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง
ลายน้ำที่บอกชื่อช่างภาพ ข้อความลิขสิทธิ์ใต้ภาพ หรือข้อมูลผู้สร้างและเงื่อนไขการใช้ที่ฝังอยู่ในไฟล์ภาพ มีลักษณะตรงกับนิยามนี้ได้ เพราะเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของ และติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงาน ส่วนการลบหรือเปลี่ยนแปลง มาตรา 53/1 กำหนดไว้ดังนี้
การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยรู้อยู่แล้วว่าการกระทำนั้นอาจจูงใจให้เกิด ก่อให้เกิด ให้ความสะดวก หรือปกปิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ
มาตรา 53/2 ขยายต่อไปถึงคนที่ไม่ได้ลบเอง แต่ รู้อยู่แล้ว ว่างานนั้นถูกลบข้อมูลการบริหารสิทธิ แล้วนำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน ถ้านักออกแบบภายนอกส่งรูปที่ลบลายน้ำมาให้ และทีมรู้ว่ารูปนั้นเคยมีลายน้ำ การโพสต์ต่อก็เข้าข่ายได้
โทษตามมาตรา 70/1 คือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และถ้าทำเพื่อการค้า จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานเดียวกันนี้ใช้กับการทำให้มาตรการทางเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงไม่เกิดผลตามมาตรา 53/4 เช่น การหลบระบบที่คลังภาพใช้กันการดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูง
ถ้าถูกเจ้าของงานทวง ผลที่ตามมามีอะไรบ้าง?
มีทั้งทางแพ่งและทางอาญา และสองทางนี้เดินคู่กันได้
- ค่าเสียหาย ศาลกำหนดตามความร้ายแรงของความเสียหาย รวมการสูญเสียประโยชน์และค่าใช้จ่ายในการบังคับสิทธิ ตามมาตรา 64 วรรคหนึ่ง
- คำสั่งให้หยุด เจ้าของขอให้ศาลสั่งระงับหรือละเว้นการกระทำได้เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้ง โดยไม่ตัดสิทธิเรียกค่าเสียหาย ตามมาตรา 65
- โทษอาญา ละเมิดตามมาตรา 27 ถึง 30 ปรับ 20,000 ถึง 200,000 บาท ถ้าทำเพื่อการค้า จำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 69
- ค่าปรับครึ่งหนึ่งเป็นของเจ้าของงาน ค่าปรับที่ชำระตามคำพิพากษาจ่ายให้เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง และเจ้าของยังฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งส่วนที่เกินได้ ตามมาตรา 76
- อายุความ ฟ้องได้ภายใน 3 ปีนับแต่เจ้าของรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันละเมิด ตามมาตรา 63
- ยอมความได้ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ตามมาตรา 66
ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือมีเจตนาเป็นเหตุให้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงสามารถเข้าถึงโดยสาธารณชนได้อย่างแพร่หลาย ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง
มาตรา 64 วรรคสองเกี่ยวกับคอนเทนต์ออนไลน์โดยตรง เพราะโพสต์บนเว็บหรือเพจเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างแพร่หลายโดยสภาพ ถ้าทีมรู้ว่ารูปมีเจ้าของแต่ยังใช้ต่อ ความเสี่ยงเรื่องค่าเสียหายเพิ่มก็สูงขึ้นตาม
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เกี่ยวด้วยเมื่อไร?
ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้รูปที่มีลิขสิทธิ์ทั่วไป การละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เป็นหลัก แต่มีสองจุดที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เข้ามาจริง
จุดแรกคือการตัดต่อภาพบุคคล ถ้าทีมทำมีมหรือภาพโฆษณาเปรียบเทียบด้วยการตัดต่อใบหน้าของคนจริง แล้วโพสต์ในที่สาธารณะในลักษณะที่น่าจะทำให้เขาเสียชื่อเสียงหรืออับอาย มาตรา 16 มีโทษจำคุกและปรับ
ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
มาตรา 16 วรรคสามยกเว้นการนำเข้าโดยสุจริตอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม และวรรคสี่ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ความผิดนี้ไม่ได้ขึ้นกับว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพ แม้บริษัทถ่ายภาพนั้นเองก็ยังผิดได้
จุดที่สองคือมาตรา 20 (3) ซึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนั้นหรือพนักงานสอบสวนร้องขอ กลไกนี้เป็นของรัฐ ไม่ใช่ช่องทางที่เจ้าของงานใช้เองโดยตรง
ตารางทำได้ ทำไม่ได้ สำหรับทีมคอนเทนต์
| สถานการณ์ | ทำได้ไหม | เหตุผลตามตัวบท |
|---|---|---|
| ดาวน์โหลดรูปจาก Google มาใช้บนหน้าขายสินค้า ใส่เครดิตไว้ | ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต | ทำซ้ำและเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามมาตรา 27 เครดิตไม่ทำให้เข้ามาตรา 33 เพราะใช้ทั้งภาพ |
| ซื้อสิทธิใช้ภาพจากคลังภาพ แล้วใช้ตามเงื่อนไขในสัญญาอนุญาต | ได้ | เป็นการอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ต้องใช้ในขอบเขตและเงื่อนไขที่ได้รับ |
| ยกสองสามประโยคจากรายงานวิจัยมาประกอบบทความ พร้อมระบุแหล่งที่มา | ได้ ถ้าพอสมควร | อ้างอิงบางตอนตามสมควรโดยรับรู้ความเป็นเจ้าของ ตามมาตรา 33 ประกอบมาตรา 32 วรรคหนึ่ง |
| คัดลอกบทความข่าวทั้งชิ้นมาลงเว็บ แล้วใส่ลิงก์ต้นฉบับ | ไม่ได้ | ข้อเท็จจริงในข่าวไม่มีลิขสิทธิ์ตามมาตรา 7 (1) แต่ถ้อยคำและการเรียบเรียงของบทความมี |
| เล่าข้อเท็จจริงจากข่าวด้วยถ้อยคำของบริษัทเอง | ได้ | มาตรา 7 (1) และมาตรา 6 วรรคสอง ไม่คุ้มครองข้อเท็จจริงและความคิด |
| ใส่เพลงฮิตเป็นเพลงประกอบคลิปโฆษณาบนเพจบริษัท | ไม่ได้ ถ้าไม่มีสิทธิ | ดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 27 และ 28 ต้องตรวจเงื่อนไขของคลังเพลงในแพลตฟอร์มด้วย |
| ใช้ภาพหน้าจอรีวิวจากเพจอื่นมาโฆษณาสินค้าของบริษัท | เสี่ยง | ภาพหน้าจอทำซ้ำงานบนหน้าจอนั้น การนำไปโฆษณาไม่ใช่การติชมวิจารณ์ตามมาตรา 32 (3) โดยตรง |
| ลบลายน้ำออกจากรูปก่อนโพสต์ | ไม่ได้ | ละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิตามมาตรา 53/1 แยกจากการละเมิดลิขสิทธิ์ และมีโทษตามมาตรา 70/1 |
| ถ่ายภาพสินค้าของตัวเองตามแนวคิดเดียวกับโพสต์ของคู่แข่ง | ได้ | มาตรา 6 วรรคสองไม่คุ้มครองความคิด ตราบที่ไม่ได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงภาพของเขาในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ |
| ตัดต่อใบหน้าบุคคลจริงทำมีมล้อเลียนเพื่อโปรโมต | ไม่ควร | ถ้าน่าจะทำให้เขาเสียชื่อเสียงหรืออับอาย เข้ามาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ |
ข้อเสนอที่ทำได้ทันทีคือให้ทีมคอนเทนต์เก็บแฟ้มที่มาของรูปและเพลงทุกชิ้น ว่าใครถ่ายหรือแต่ง ได้สิทธิมาอย่างไร และใช้ได้ถึงเมื่อไร เมื่อมีคนทวงถาม แฟ้มนี้คือหลักฐานชุดแรก ส่วนงานที่พนักงานหรือฟรีแลนซ์สร้างให้บริษัท ต้องดูเรื่องความเป็นเจ้าของตามมาตรา 9 และ 10 ซึ่งอธิบายไว้ใน คู่มือลิขสิทธิ์งานของพนักงาน และใน จดเครื่องหมายการค้าก่อนเปิดแบรนด์
คำถามที่พบบ่อย
รูปในอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีสัญลักษณ์ลิขสิทธิ์ เอามาใช้ได้ไหม?
ไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยไม่ต้องจดทะเบียนหรือแสดงสัญลักษณ์ใด และการทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดตามมาตรา 27
ใส่เครดิตเจ้าของรูปแล้ว ถือว่าไม่ละเมิดใช่ไหม?
ไม่ใช่ การรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งของข้อยกเว้นในมาตรา 32 (3) (4) และมาตรา 33 ซึ่งยังต้องเป็นการใช้บางตอนตามสมควร และไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง การใช้รูปทั้งภาพเพื่อการค้ามักไม่ผ่านเงื่อนไขเหล่านี้
ลบลายน้ำออกจากรูปผิดกฎหมายไหม?
ลายน้ำที่บ่งชี้ผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของเข้าลักษณะข้อมูลการบริหารสิทธิตามนิยามในมาตรา 4 การลบหรือเปลี่ยนแปลงโดยรู้ว่าอาจปกปิดหรือเอื้อให้เกิดการละเมิด เป็นการละเมิดตามมาตรา 53/1 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และถ้าทำเพื่อการค้า จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 70/1
ใช้ข่าวจากเว็บข่าวมาเขียนบทความของบริษัทได้ไหม?
ใช้ข้อเท็จจริงได้ เพราะมาตรา 7 (1) ไม่ถือว่าข่าวประจำวันและข้อเท็จจริงที่เป็นเพียงข่าวสารเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ แต่ต้องเล่าด้วยถ้อยคำของตัวเอง การคัดลอกถ้อยคำ ภาพ หรือการเรียบเรียงของบทความข่าวยังเป็นการทำซ้ำงานที่มีลิขสิทธิ์
ถ้าถูกปรับในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เจ้าของงานยังฟ้องเรียกค่าเสียหายได้อีกไหม?
ได้ มาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ให้จ่ายค่าปรับที่ชำระตามคำพิพากษาแก่เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง โดยไม่กระทบสิทธิของเจ้าของที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในส่วนที่เกินจำนวนที่ได้รับไปแล้ว
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) — มาตรา 4 · 6 · 7 · 8 · 15 · 19 · 27 · 28 · 32 · 33 · 53/1 · 53/2 · 53/4 · 63 · 64 · 65 · 69 · 70/1 · 76
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 — มาตรา 16 · มาตรา 20 (3)
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

