ทีมการตลาดคัดเลือกภาพถ่ายและเอกสารสัญญาอนุญาตก่อนนำภาพไปใช้บนเว็บไซต์บริษัท
ทรัพย์สินทางปัญญา

เอารูปจากเน็ตมาลงเว็บบริษัท ผิดลิขสิทธิ์ตรงไหน ทำอย่างไรให้ถูก

รูปที่ค้นเจอใน Google บทความที่ก๊อปมาย่อ เพลงประกอบคลิป หรือภาพหน้าจอจากเว็บอื่น ล้วนมีเจ้าของ ใส่เครดิตอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ใช้ได้ และการลบลายน้ำเป็นความผิดแยกอีกฐานหนึ่ง

เผยแพร่ อ่าน 14 นาทีโดย
สรุปสั้น

การเอารูปจากเน็ตมาลงเว็บบริษัท เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27 ถ้าทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะงานมีลิขสิทธิ์ตั้งแต่สร้างเสร็จ และการใส่เครดิตไม่ใช่การขออนุญาต เหมาะกับทีมการตลาดและเจ้าของเว็บ ได้รู้ว่าข้อยกเว้นมาตรา 32 และ 33 ใช้ได้เมื่อไร

  • ภาพถ่าย บทความ เพลง และคลิปมีลิขสิทธิ์ทันทีที่สร้าง ผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของตามมาตรา 8 โดยไม่ต้องจดทะเบียน
  • ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27
  • ใส่เครดิตไม่เท่ากับได้รับอนุญาต การอ้างอิงบางตอนตามมาตรา 33 ต้องพอสมควรและผ่านเงื่อนไขมาตรา 32 วรรคหนึ่งด้วย
  • ลบลายน้ำหรือชื่อช่างภาพโดยรู้ว่าจะปกปิดการละเมิด เป็นความผิดแยกตามมาตรา 53/1 ปรับไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 70/1)
  • ละเมิดเพื่อการค้า โทษจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 69 วรรคสอง)

ทีมการตลาดของบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่งต้องทำโพสต์ให้ทันแคมเปญพรุ่งนี้ รูปที่ใช้ค้นมาจาก Google บทความแนะนำสินค้าย่อมาจากเว็บข่าว คลิปสั้นใส่เพลงที่กำลังฮิต และมีภาพหน้าจอรีวิวจากเพจอื่นประกอบ ทุกชิ้นใส่เครดิตไว้ท้ายโพสต์แล้ว ทีมจึงเข้าใจว่าปลอดภัย

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มองเรื่องนี้ต่างออกไป การใส่เครดิตเป็นเงื่อนไขของข้อยกเว้นบางข้อ แต่ไม่ได้แทนการขออนุญาต และถ้ารูปที่ใช้เคยมีลายน้ำแล้วมีคนลบออก บริษัทอาจมีความผิดเพิ่มอีกฐานหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้ตอบทีละเรื่องว่า อะไรมีลิขสิทธิ์และอะไรไม่มี การกระทำแบบไหนเป็นการละเมิด ข้อยกเว้นที่ธุรกิจใช้ได้จริงมีแค่ไหน การลบลายน้ำผิดอย่างไร และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวตรงไหน ปิดท้ายด้วยตารางทำได้และทำไม่ได้ที่ส่งต่อให้ทีมคอนเทนต์ได้ทันที

รูปที่ค้นเจอในอินเทอร์เน็ตมีลิขสิทธิ์ไหม ถ้าเจ้าของไม่ได้จดทะเบียน?

มี ลิขสิทธิ์ไม่ได้เกิดจากการจดทะเบียน มาตรา 8 ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนสร้างขึ้น เงื่อนไขที่มาตรานี้วางไว้เกี่ยวกับสัญชาติ ถิ่นที่อยู่ และสถานที่โฆษณางานครั้งแรก ไม่มีข้อใดกำหนดให้ต้องจดทะเบียนก่อน

งานที่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 6 ครอบคลุมเกือบทุกอย่างที่ทีมคอนเทนต์หยิบใช้ ได้แก่ วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง และงานแพร่เสียงแพร่ภาพ ไม่ว่าจะแสดงออกด้วยวิธีหรือรูปแบบใด ส่วนนิยามศิลปกรรมในมาตรา 4 ระบุงานภาพถ่ายไว้ชัดเจน และใช้คำว่า “ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่”

ความหมายในทางปฏิบัติคือ รูปสินค้าธรรมดาที่ร้านค้าออนไลน์ถ่ายเอง ภาพประกอบในบล็อก หรือรูปวิวที่คนทั่วไปโพสต์ ล้วนมีเจ้าของ แม้ไม่มีสัญลักษณ์ © และแม้เจ้าของไม่เคยประกาศหวงห้ามไว้ อายุความคุ้มครองตามมาตรา 19 โดยทั่วไปคือตลอดชีวิตผู้สร้างสรรค์และต่ออีก 50 ปีหลังถึงแก่ความตาย

อะไรบ้างที่ไม่มีลิขสิทธิ์ และหยิบมาใช้ได้?

มีน้อยกว่าที่หลายคนคิด มาตรา 7 กันไว้ 5 กลุ่ม กลุ่มที่คนทำคอนเทนต์ธุรกิจใช้บ่อยคือข้อเท็จจริงและข่าวประจำวันที่เป็นเพียงข่าวสาร กับตัวบทกฎหมายและเอกสารราชการ

(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 7 (1)

สิ่งที่ไม่มีลิขสิทธิ์คือ ตัวข้อเท็จจริง ไม่ใช่บทความข่าวทั้งชิ้น ถ้อยคำ การเรียบเรียง และภาพประกอบที่นักข่าวทำขึ้นยังเป็นงานที่มีเจ้าของ บริษัทเล่าข้อเท็จจริงจากข่าวด้วยถ้อยคำของตัวเองได้ แต่คัดลอกย่อหน้าหรือรูปในข่าวมาใช้ไม่ได้ด้วยเหตุผลนี้

อีกข้อที่ช่วยได้มากคือมาตรา 6 วรรคสอง ลิขสิทธิ์คุ้มครองการแสดงออก ไม่ได้คุ้มครองความคิด

การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงานหรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 6 วรรคสอง

ถ้าเห็นโพสต์ของคู่แข่งแล้วชอบแนวคิด เช่น ถ่ายสินค้าบนพื้นหลังสีเดียวกับวัตถุดิบ บริษัทถ่ายภาพของตัวเองตามแนวคิดนั้นได้ สิ่งที่ห้ามคือการนำภาพของเขามาใช้หรือดัดแปลงในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ

แค่ไหนนับเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์?

การทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต การโหลดรูปมาแล้วอัปขึ้นเว็บบริษัทเกิดทั้งการทำซ้ำและการเผยแพร่ในครั้งเดียว

การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 27

นิยาม “ทำซ้ำ” ในมาตรา 4 รวมการคัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด การเลียนแบบ และการบันทึกภาพ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน การครอปรูปให้เหลือครึ่งหนึ่ง หรือใส่ฟิลเตอร์ทับ จึงไม่ได้ทำให้พ้นจากการทำซ้ำหรือดัดแปลง ถ้าส่วนที่เหลือยังเป็นสาระสำคัญของงานเดิม

เพลงประกอบคลิปบนเพจบริษัท

คลิปที่ใส่เพลงเกี่ยวกับงานอย่างน้อยสองชั้น คือดนตรีกรรม (ทำนองและคำร้อง) และสิ่งบันทึกเสียง (ไฟล์เสียงที่บันทึกไว้) มาตรา 28 ให้การทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งสิ่งบันทึกเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิด ไม่ว่าในส่วนที่เป็นเสียงหรือภาพ การที่แพลตฟอร์มมีคลังเพลงให้เลือก ไม่ได้แปลว่าทุกเพลงใช้กับโพสต์โฆษณาได้ ต้องดูเงื่อนไขการอนุญาตของแพลตฟอร์มนั้นเอง

ภาพหน้าจอจากเว็บหรือเพจอื่น

ภาพหน้าจอคือการบันทึกภาพของทุกอย่างที่อยู่บนหน้าจอนั้น ถ้าบนหน้าจอมีรูปถ่าย บทความ หรือกราฟิกของคนอื่น ภาพหน้าจอก็เป็นการทำซ้ำงานเหล่านั้น การใช้ภาพหน้าจอจึงต้องหาข้อยกเว้นรองรับเหมือนงานอื่น ซึ่งอยู่ในหัวข้อถัดไป

ข้อยกเว้นแบบ fair use ของไทย ธุรกิจใช้ได้แค่ไหน?

ใช้ได้ แต่แคบกว่าที่คนทำการตลาดมักเข้าใจ มาตรา 32 วรรคหนึ่งวางหลักใหญ่สองข้อที่ทุกข้อยกเว้นต้องผ่าน

การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 32 วรรคหนึ่ง

ลองถามตัวเองตรง ๆ ว่า ช่างภาพหรือคลังภาพปกติหาเงินจากรูปนี้ด้วยการขายสิทธิให้ธุรกิจนำไปใช้หรือไม่ ถ้าใช่ การที่บริษัทนำรูปไปใช้ฟรีบนหน้าขายของตัวเอง ยากที่จะบอกว่าไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของ

มาตรา 32 วรรคสองระบุกรณีเฉพาะไว้ 8 ข้อ ข้อที่เกี่ยวกับธุรกิจมีไม่มาก

  • (1) วิจัยหรือศึกษา ต้องไม่ใช่การกระทำเพื่อหากำไร งานการตลาดของบริษัทจึงอ้างข้อนี้ได้ยาก
  • (2) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือครอบครัว ไม่ครอบคลุมการโพสต์ในนามบริษัท
  • (3) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงาน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เช่น บทความรีวิวหนังสือที่ยกปกหนังสือประกอบพร้อมระบุเจ้าของ
  • (4) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพจขายของของบริษัทไม่ใช่สื่อมวลชนโดยสภาพ
  • (6) ถึง (8) การสอนและการสอบ ต้องไม่เพื่อหากำไร ใช้กับงานอบรมเชิงพาณิชย์ไม่ได้ตรง ๆ

ช่องที่ธุรกิจใช้ได้จริงบ่อยที่สุดคือมาตรา 33 การอ้างอิงงานบางตอน ซึ่งมีเงื่อนไขซ้อนกันสามชั้น

การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 33

สามชั้นนั้นคือ ต้องเป็น บางตอนตามสมควร ต้องมี การรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของ และต้อง ผ่านมาตรา 32 วรรคหนึ่ง การยกสองสามประโยคจากรายงานวิจัยมาประกอบบทความพร้อมระบุแหล่ง เข้าใกล้มาตรา 33 ส่วนการคัดลอกบทความทั้งชิ้นแล้วใส่ลิงก์ท้ายโพสต์ หรือใช้รูปเต็มภาพพร้อมเครดิต ไม่ใช่ “บางตอน” อยู่แล้ว เครดิตจึงช่วยไม่ได้

ลบลายน้ำหรือชื่อช่างภาพออก ผิดอย่างไร?

ผิดเพิ่มอีกฐานหนึ่ง แยกจากการละเมิดลิขสิทธิ์ ตั้งแต่การแก้ไขปี 2558 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์มีหมวด 2/1 ว่าด้วยข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี เริ่มจากนิยามในมาตรา 4

ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 4 (นิยาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ”)

ลายน้ำที่บอกชื่อช่างภาพ ข้อความลิขสิทธิ์ใต้ภาพ หรือข้อมูลผู้สร้างและเงื่อนไขการใช้ที่ฝังอยู่ในไฟล์ภาพ มีลักษณะตรงกับนิยามนี้ได้ เพราะเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของ และติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงาน ส่วนการลบหรือเปลี่ยนแปลง มาตรา 53/1 กำหนดไว้ดังนี้

การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยรู้อยู่แล้วว่าการกระทำนั้นอาจจูงใจให้เกิด ก่อให้เกิด ให้ความสะดวก หรือปกปิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 53/1

มาตรา 53/2 ขยายต่อไปถึงคนที่ไม่ได้ลบเอง แต่ รู้อยู่แล้ว ว่างานนั้นถูกลบข้อมูลการบริหารสิทธิ แล้วนำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน ถ้านักออกแบบภายนอกส่งรูปที่ลบลายน้ำมาให้ และทีมรู้ว่ารูปนั้นเคยมีลายน้ำ การโพสต์ต่อก็เข้าข่ายได้

โทษตามมาตรา 70/1 คือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และถ้าทำเพื่อการค้า จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐานเดียวกันนี้ใช้กับการทำให้มาตรการทางเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงไม่เกิดผลตามมาตรา 53/4 เช่น การหลบระบบที่คลังภาพใช้กันการดาวน์โหลดภาพความละเอียดสูง

ถ้าถูกเจ้าของงานทวง ผลที่ตามมามีอะไรบ้าง?

มีทั้งทางแพ่งและทางอาญา และสองทางนี้เดินคู่กันได้

  • ค่าเสียหาย ศาลกำหนดตามความร้ายแรงของความเสียหาย รวมการสูญเสียประโยชน์และค่าใช้จ่ายในการบังคับสิทธิ ตามมาตรา 64 วรรคหนึ่ง
  • คำสั่งให้หยุด เจ้าของขอให้ศาลสั่งระงับหรือละเว้นการกระทำได้เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้ง โดยไม่ตัดสิทธิเรียกค่าเสียหาย ตามมาตรา 65
  • โทษอาญา ละเมิดตามมาตรา 27 ถึง 30 ปรับ 20,000 ถึง 200,000 บาท ถ้าทำเพื่อการค้า จำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000 ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 69
  • ค่าปรับครึ่งหนึ่งเป็นของเจ้าของงาน ค่าปรับที่ชำระตามคำพิพากษาจ่ายให้เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง และเจ้าของยังฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งส่วนที่เกินได้ ตามมาตรา 76
  • อายุความ ฟ้องได้ภายใน 3 ปีนับแต่เจ้าของรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันละเมิด ตามมาตรา 63
  • ยอมความได้ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ตามมาตรา 66
ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือมีเจตนาเป็นเหตุให้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงสามารถเข้าถึงโดยสาธารณชนได้อย่างแพร่หลาย ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 64 วรรคสอง

มาตรา 64 วรรคสองเกี่ยวกับคอนเทนต์ออนไลน์โดยตรง เพราะโพสต์บนเว็บหรือเพจเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างแพร่หลายโดยสภาพ ถ้าทีมรู้ว่ารูปมีเจ้าของแต่ยังใช้ต่อ ความเสี่ยงเรื่องค่าเสียหายเพิ่มก็สูงขึ้นตาม

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เกี่ยวด้วยเมื่อไร?

ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้รูปที่มีลิขสิทธิ์ทั่วไป การละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เป็นหลัก แต่มีสองจุดที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เข้ามาจริง

จุดแรกคือการตัดต่อภาพบุคคล ถ้าทีมทำมีมหรือภาพโฆษณาเปรียบเทียบด้วยการตัดต่อใบหน้าของคนจริง แล้วโพสต์ในที่สาธารณะในลักษณะที่น่าจะทำให้เขาเสียชื่อเสียงหรืออับอาย มาตรา 16 มีโทษจำคุกและปรับ

ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ตัวบท พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 · มาตรา 16 วรรคหนึ่ง

มาตรา 16 วรรคสามยกเว้นการนำเข้าโดยสุจริตอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม และวรรคสี่ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ความผิดนี้ไม่ได้ขึ้นกับว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพ แม้บริษัทถ่ายภาพนั้นเองก็ยังผิดได้

จุดที่สองคือมาตรา 20 (3) ซึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนั้นหรือพนักงานสอบสวนร้องขอ กลไกนี้เป็นของรัฐ ไม่ใช่ช่องทางที่เจ้าของงานใช้เองโดยตรง

ตารางทำได้ ทำไม่ได้ สำหรับทีมคอนเทนต์

ใช้รูป บทความ เพลง และภาพหน้าจอจากอินเทอร์เน็ตบนช่องทางของบริษัท
สถานการณ์ทำได้ไหมเหตุผลตามตัวบท
ดาวน์โหลดรูปจาก Google มาใช้บนหน้าขายสินค้า ใส่เครดิตไว้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตทำซ้ำและเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามมาตรา 27 เครดิตไม่ทำให้เข้ามาตรา 33 เพราะใช้ทั้งภาพ
ซื้อสิทธิใช้ภาพจากคลังภาพ แล้วใช้ตามเงื่อนไขในสัญญาอนุญาตได้เป็นการอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ต้องใช้ในขอบเขตและเงื่อนไขที่ได้รับ
ยกสองสามประโยคจากรายงานวิจัยมาประกอบบทความ พร้อมระบุแหล่งที่มาได้ ถ้าพอสมควรอ้างอิงบางตอนตามสมควรโดยรับรู้ความเป็นเจ้าของ ตามมาตรา 33 ประกอบมาตรา 32 วรรคหนึ่ง
คัดลอกบทความข่าวทั้งชิ้นมาลงเว็บ แล้วใส่ลิงก์ต้นฉบับไม่ได้ข้อเท็จจริงในข่าวไม่มีลิขสิทธิ์ตามมาตรา 7 (1) แต่ถ้อยคำและการเรียบเรียงของบทความมี
เล่าข้อเท็จจริงจากข่าวด้วยถ้อยคำของบริษัทเองได้มาตรา 7 (1) และมาตรา 6 วรรคสอง ไม่คุ้มครองข้อเท็จจริงและความคิด
ใส่เพลงฮิตเป็นเพลงประกอบคลิปโฆษณาบนเพจบริษัทไม่ได้ ถ้าไม่มีสิทธิดนตรีกรรมและสิ่งบันทึกเสียงได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 27 และ 28 ต้องตรวจเงื่อนไขของคลังเพลงในแพลตฟอร์มด้วย
ใช้ภาพหน้าจอรีวิวจากเพจอื่นมาโฆษณาสินค้าของบริษัทเสี่ยงภาพหน้าจอทำซ้ำงานบนหน้าจอนั้น การนำไปโฆษณาไม่ใช่การติชมวิจารณ์ตามมาตรา 32 (3) โดยตรง
ลบลายน้ำออกจากรูปก่อนโพสต์ไม่ได้ละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิตามมาตรา 53/1 แยกจากการละเมิดลิขสิทธิ์ และมีโทษตามมาตรา 70/1
ถ่ายภาพสินค้าของตัวเองตามแนวคิดเดียวกับโพสต์ของคู่แข่งได้มาตรา 6 วรรคสองไม่คุ้มครองความคิด ตราบที่ไม่ได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงภาพของเขาในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
ตัดต่อใบหน้าบุคคลจริงทำมีมล้อเลียนเพื่อโปรโมตไม่ควรถ้าน่าจะทำให้เขาเสียชื่อเสียงหรืออับอาย เข้ามาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ข้อเสนอที่ทำได้ทันทีคือให้ทีมคอนเทนต์เก็บแฟ้มที่มาของรูปและเพลงทุกชิ้น ว่าใครถ่ายหรือแต่ง ได้สิทธิมาอย่างไร และใช้ได้ถึงเมื่อไร เมื่อมีคนทวงถาม แฟ้มนี้คือหลักฐานชุดแรก ส่วนงานที่พนักงานหรือฟรีแลนซ์สร้างให้บริษัท ต้องดูเรื่องความเป็นเจ้าของตามมาตรา 9 และ 10 ซึ่งอธิบายไว้ใน คู่มือลิขสิทธิ์งานของพนักงาน และใน จดเครื่องหมายการค้าก่อนเปิดแบรนด์

คำถามที่พบบ่อย

รูปในอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีสัญลักษณ์ลิขสิทธิ์ เอามาใช้ได้ไหม?

ไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยไม่ต้องจดทะเบียนหรือแสดงสัญลักษณ์ใด และการทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดตามมาตรา 27

ใส่เครดิตเจ้าของรูปแล้ว ถือว่าไม่ละเมิดใช่ไหม?

ไม่ใช่ การรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งของข้อยกเว้นในมาตรา 32 (3) (4) และมาตรา 33 ซึ่งยังต้องเป็นการใช้บางตอนตามสมควร และไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง การใช้รูปทั้งภาพเพื่อการค้ามักไม่ผ่านเงื่อนไขเหล่านี้

ลบลายน้ำออกจากรูปผิดกฎหมายไหม?

ลายน้ำที่บ่งชี้ผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของเข้าลักษณะข้อมูลการบริหารสิทธิตามนิยามในมาตรา 4 การลบหรือเปลี่ยนแปลงโดยรู้ว่าอาจปกปิดหรือเอื้อให้เกิดการละเมิด เป็นการละเมิดตามมาตรา 53/1 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และถ้าทำเพื่อการค้า จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 70/1

ใช้ข่าวจากเว็บข่าวมาเขียนบทความของบริษัทได้ไหม?

ใช้ข้อเท็จจริงได้ เพราะมาตรา 7 (1) ไม่ถือว่าข่าวประจำวันและข้อเท็จจริงที่เป็นเพียงข่าวสารเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ แต่ต้องเล่าด้วยถ้อยคำของตัวเอง การคัดลอกถ้อยคำ ภาพ หรือการเรียบเรียงของบทความข่าวยังเป็นการทำซ้ำงานที่มีลิขสิทธิ์

ถ้าถูกปรับในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เจ้าของงานยังฟ้องเรียกค่าเสียหายได้อีกไหม?

ได้ มาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ให้จ่ายค่าปรับที่ชำระตามคำพิพากษาแก่เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง โดยไม่กระทบสิทธิของเจ้าของที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในส่วนที่เกินจำนวนที่ได้รับไปแล้ว

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) — มาตรา 4 · 6 · 7 · 8 · 15 · 19 · 27 · 28 · 32 · 33 · 53/1 · 53/2 · 53/4 · 63 · 64 · 65 · 69 · 70/1 · 76
  2. พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 — มาตรา 16 · มาตรา 20 (3)

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

ลิขสิทธิ์ในงานที่พนักงานสร้างเป็นของใคร และนายจ้างต้องทำอะไรให้เป็นของบริษัทตามมาตรา 9 ลิขสิทธิ์ในงานของลูกจ้างเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ทำหนังสือตกลงไว้ อ่านวิธีเขียนสัญญาให้ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัท และต่างจากงานจ้างฟรีแลนซ์อย่างไรเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (log) กี่วันตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และเก็บอย่างไรผู้ให้บริการต้องเก็บ log ไม่น้อยกว่า 90 วัน ถูกสั่งขยายได้ถึง 2 ปี ไม่ทำโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท สรุปมาตรา 26 และขั้นตอนเก็บ log ให้พร้อมตรวจจดเครื่องหมายการค้าก่อนเปิดแบรนด์ ใครยื่นก่อนได้เปรียบจดเครื่องหมายการค้าในไทยก่อนเปิดตัวแบรนด์: อะไรจดได้ ลักษณะบ่งเฉพาะ เหตุไม่รับจด ใครยื่นก่อน อายุ 10 ปีและการต่ออายุ ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พร้อมเช็กลิสต์พนักงานลาออกแล้วเอาลิสต์ลูกค้ากับซอร์สโค้ดไป บริษัททำอะไรได้พนักงานลาออกพร้อมรายชื่อลูกค้าหรือซอร์สโค้ด: นิยามความลับทางการค้า การละเมิด สิทธิทางศาล ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ และหน้าที่ตาม PDPA พร้อมเช็กลิสต์วันออก