ทรัพย์สินทางปัญญา · How-to

ลิขสิทธิ์ในงานที่พนักงานสร้างเป็นของใคร และนายจ้างต้องทำอะไรให้เป็นของบริษัท

อัปเดต อ่าน 6 นาทีโดย
ตอบสั้น

ลิขสิทธิ์ในงานที่พนักงานสร้างเป็นของใคร และนายจ้างต้องทำอะไรให้เป็นของบริษัท ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 งานที่สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์คือตัวลูกจ้าง เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น นายจ้างมีสิทธิเพียงนำงานออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามวัตถุประสงค์ของการจ้างแรงงาน ส่วนงานที่สร้างโดยรับจ้างบุคคลอื่น เช่น จ้างฟรีแลนซ์ ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 10

สตาร์ทอัพแห่งหนึ่งจ้างนักพัฒนามาเขียนแอปหลักของบริษัท สองปีต่อมาเขาลาออกไปตั้งบริษัทของตัวเองในตลาดเดียวกัน เมื่อเจ้าของเปิดสัญญาจ้างดู กลับไม่มีข้อไหนพูดถึงลิขสิทธิ์เลย และตอบไม่ได้ว่าโค้ดที่ใช้หาเงินอยู่ทุกวันเป็นของใคร

สรุปสิ่งที่ต้องรู้

5 ประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ สรุปจากตัวบทและแนวปฏิบัติที่อ้างอิงไว้ท้ายคู่มือ อ่านแค่ส่วนนี้ก็ตัดสินใจขั้นต่อไปได้

  • งานที่ลูกจ้างสร้างในฐานะลูกจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้าง ถ้าไม่ได้ทำหนังสือตกลงไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 9)
  • สิทธิตั้งต้นของนายจ้างคือนำงานออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง ไม่ใช่การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
  • งานที่จ้างคนอื่นทำ ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 10)
  • เจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้นที่ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้งานได้ (มาตรา 15)
  • ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิให้ระบุชื่อตนและห้ามบิดเบือนงานจนเสียชื่อเสียง เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 18)

กลับสารบัญ

ทำตามนี้ 7 ขั้นตอน

ทำตามลำดับ 7 ขั้นนี้ได้ทันที แต่ละขั้นเขียนให้ทีมในองค์กรไทยลงมือได้จริงโดยไม่ต้องรอที่ปรึกษา และเก็บหลักฐานไว้ให้ผู้ตรวจดูได้

  1. ทำรายการงานสร้างสรรค์ที่พนักงานผลิตไล่ดูว่าพนักงานสร้างงานอะไรให้บริษัทบ้าง เช่น โค้ด งานออกแบบ ภาพถ่าย บทความ วิดีโอ หรือคู่มือ งานที่ใช้หารายได้ควรได้รับการดูแลก่อน
  2. แยกลูกจ้างออกจากผู้รับจ้างภายนอกลูกจ้างใช้มาตรา 9 ซึ่งลิขสิทธิ์ตั้งต้นเป็นของลูกจ้าง ส่วนผู้รับจ้างทำงานให้ใช้มาตรา 10 ซึ่งลิขสิทธิ์ตั้งต้นเป็นของผู้ว่าจ้าง สองกลุ่มนี้จึงต้องใช้สัญญาต่างกัน
  3. ใส่ข้อลิขสิทธิ์เป็นหนังสือในสัญญาจ้างมาตรา 9 ยอมให้เปลี่ยนผลตั้งต้นได้ด้วยหนังสือที่ตกลงกันเท่านั้น ให้เขียนชัดว่างานที่สร้างในฐานะลูกจ้างมีลิขสิทธิ์เป็นของบริษัท และให้ลูกจ้างลงนาม
  4. ปิดช่องว่างของพนักงานปัจจุบันแนวปฏิบัติที่ดีคือทำบันทึกข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์เป็นหนังสือกับพนักงานที่สัญญาเดิมไม่ได้เขียนไว้ โดยเริ่มจากคนที่สร้างงานสำคัญที่สุด
  5. เขียนเรื่องลิขสิทธิ์ในสัญญาฟรีแลนซ์ให้ชัดแม้มาตรา 10 ให้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง แต่คู่สัญญาตกลงเป็นอย่างอื่นได้ แนวปฏิบัติที่ดีคือยืนยันความเป็นเจ้าของไว้ในสัญญาทุกครั้ง
  6. ตกลงเรื่องสิทธิของผู้สร้างสรรค์สิทธิตามมาตรา 18 เปลี่ยนได้เมื่อตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ระบุว่าบริษัทจะระบุชื่อผู้สร้างสรรค์หรือไม่ และดัดแปลงงานได้แค่ไหน
  7. เก็บหลักฐานว่าใครลงนามแล้วบันทึกว่าพนักงานคนใดลงนามข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ฉบับไหน เมื่อไร เพื่อหยิบมาใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดข้อพิพาทหรือเมื่อมีผู้ลงทุนขอตรวจ

กลับสารบัญ

งานที่พนักงานสร้างระหว่างทำงาน ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?

ลิขสิทธิ์เป็นของพนักงานผู้สร้างสรรค์ ถ้าไม่ได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามวัตถุประสงค์ของการจ้างแรงงานเท่านั้น

ผลตั้งต้นนี้ต่างจากที่นายจ้างหลายรายเข้าใจ บริษัทที่ต้องการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานของพนักงานจึงต้องมีข้อตกลงเป็นหนังสือ

กลับสารบัญ

จ้างฟรีแลนซ์หรือเอเจนซีทำงาน ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?

งานที่ผู้สร้างสรรค์สร้างขึ้นโดยรับจ้างบุคคลอื่น ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 10 เงื่อนไขมาตรฐานของผู้รับจ้างบางรายอาจตกลงไว้เป็นอย่างอื่น จึงควรอ่านสัญญาก่อนลงนามทุกครั้ง

กลับสารบัญ

เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิอะไรบ้าง?

ภายใต้มาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวตามมาตรา 15 ฝ่ายที่ไม่ได้เป็นเจ้าของจึงใช้สิทธิเหล่านี้เองไม่ได้ เว้นแต่เจ้าของอนุญาต

  • ทำซ้ำหรือดัดแปลง
  • เผยแพร่ต่อสาธารณชน
  • ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง
  • ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
  • อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ โดยมีเงื่อนไขหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขต้องไม่จำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม

กลับสารบัญ

พนักงานยังมีสิทธิอะไรเหลืออยู่ แม้ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัทแล้ว?

ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลง หรือทำการใดแก่งานจนเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของตน ตามมาตรา 18 เมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ทายาทฟ้องบังคับสิทธินี้ได้ตลอดอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร

กลับสารบัญ

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

องค์กรส่วนใหญ่พลาดเรื่องนี้ใน 4 จุดเดิม ๆ ตารางด้านล่างบอกทั้งวิธีแก้ด้วยตัวเอง และวิธีที่ AIPDPA ช่วยให้เสร็จเร็วกว่าพร้อมหลักฐานครบ

ปัญหาที่เจอจริงในองค์กรไทย และทางแก้ที่ใช้ได้ทันที
ปัญหาวิธีแก้
เข้าใจว่าทุกอย่างที่พนักงานทำในเวลางานเป็นของบริษัทอัตโนมัติ มาตรา 9 ให้ลิขสิทธิ์ตั้งต้นเป็นของลูกจ้าง ให้เพิ่มข้อลิขสิทธิ์ที่ลงนามเป็นหนังสือในสัญญาจ้าง แล้วบันทึกการโอนสิทธิของพนักงานแต่ละคนไว้ในทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของ AIPDPA เพื่อเห็นทันทีว่าใครยังไม่ได้ลงนาม
ตกลงด้วยวาจาว่างานเป็นของบริษัท มาตรา 9 ให้เปลี่ยนผลตั้งต้นได้ด้วยหนังสือที่ตกลงกันไว้ ข้อตกลงด้วยวาจาจึงไม่พอ ให้ทำเป็นเอกสารที่ลงนาม และเก็บหลักฐานไว้ใน AIPDPA คู่กับรายชื่อผลงานสำคัญ
ลืมเรื่องสิทธิของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 18 บริษัทอาจถูกห้ามดัดแปลงงานจนกระทบชื่อเสียงของผู้สร้างสรรค์ ถ้าไม่ได้ตกลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ให้เพิ่มข้อว่าด้วยการระบุชื่อและการดัดแปลงงาน แล้วบันทึกไว้กับข้อตกลงของพนักงานใน AIPDPA
สัญญาฟรีแลนซ์ไม่พูดถึงลิขสิทธิ์ หรือใช้เงื่อนไขมาตรฐานของผู้รับจ้าง มาตรา 10 ให้ผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของ เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจเงื่อนไขของผู้รับจ้างทุกครั้งและเขียนความเป็นเจ้าของให้ชัด แล้วเก็บสัญญาอนุญาตและสัญญาจ้างไว้ในทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของ AIPDPA

กลับสารบัญ

รู้ทันทีว่าพนักงานคนไหนยังไม่ได้โอนสิทธิในงานให้บริษัท

ทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของ AIPDPA เก็บบันทึกการโอนสิทธิของพนักงาน สัญญาอนุญาต คดี และการแจ้งเตือนต่ออายุเครื่องหมายการค้าไว้ที่เดียว ดูบัญชีตัวอย่างได้ ไม่ต้องสมัคร แพ็กเกจเริ่ม 2,900 บาทต่อปี (ไม่มี VAT บวกเพิ่ม)

มีในทุกแพ็กเกจ เริ่มต้น 2,900 บาท/ปี · ดูบัญชีตัวอย่างได้ ไม่ต้องสมัคร

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่คนค้นหาบ่อยที่สุดเรื่องนี้ แต่ละคำตอบสั้น ตรงประเด็น และอ่านแยกข้อได้

พนักงานออกแบบโลโก้ให้บริษัท ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?

ถ้าออกแบบในฐานะลูกจ้างและไม่ได้ทำหนังสือตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ลิขสิทธิ์เป็นของพนักงาน บริษัทมีสิทธินำงานออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามวัตถุประสงค์ของการจ้างตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

สัญญาจ้างต้องเขียนเรื่องลิขสิทธิ์ไหม?

ต้องเขียน ถ้าบริษัทต้องการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานของลูกจ้าง เพราะมาตรา 9 ให้ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

จ้างฟรีแลนซ์ทำงาน ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?

เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 10

ตกลงด้วยวาจาว่าลิขสิทธิ์เป็นของบริษัทได้ไหม?

สำหรับงานของลูกจ้าง มาตรา 9 กำหนดให้ตกลงเป็นหนังสือ ข้อตกลงด้วยวาจาจึงไม่เปลี่ยนผลตั้งต้นที่ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้าง

นายจ้างแก้ไขดัดแปลงงานที่พนักงานสร้างได้ไหม?

ถ้าลิขสิทธิ์ยังเป็นของพนักงาน สิทธิดัดแปลงเป็นของพนักงานตามมาตรา 15 ส่วนนายจ้างมีสิทธินำงานออกเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ของการจ้างตามมาตรา 9 จึงควรตกลงเรื่องการดัดแปลงไว้เป็นหนังสือ

สิทธิของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 18 คืออะไร?

คือสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามผู้อื่นบิดเบือนหรือดัดแปลงงานจนเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณ ซึ่งยังมีอยู่แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น

กลับสารบัญ

แหล่งอ้างอิง

คู่มือนี้อ้างอิงเอกสาร 4 รายการ ตัวบทกฎหมายระบุมาตราหรือข้อไว้ชัดเจน ส่วนแนวปฏิบัติและมาตรฐานเป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎหมาย

  1. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9
  2. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
  3. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
  4. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18

ตัวบทในบทความนี้อ้างอิงจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษา · เนื้อหาเป็นความรู้ทั่วไป หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงเฉพาะ ทีมทนายของเราช่วยดูให้ได้

กลับสารบัญ

เครื่องมือและบริการที่ช่วยได้ทันที

อยากทำเองให้เร็วขึ้น ใช้เครื่องมือใน AIPDPA · อยากให้ทนายดูแลให้ หรืออยากเรียนให้เป็น เลือกบริการในเครือที่ตรงกับคุณได้เลย

ทำเองใน AIPDPAทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

เตือนต่ออายุเครื่องหมายการค้าตามกรอบมาตรา 54 เก็บสัญญาอนุญาต และหนังสือโอนสิทธิของพนักงาน

ลงชื่อรอเปิดใช้งาน →
สัญญาสำเร็จรูปสัญญาจ้างพนักงานประจำ

สัญญาพร้อมใช้โดยทนายความ กรอกแบบฟอร์มแล้วได้ไฟล์ทันที จ่ายด้วย PromptPay

ใช้สัญญานี้ →
สัญญาสำเร็จรูปสัญญารักษาความลับและทรัพย์สินทางปัญญาของพนักงาน (อังกฤษ)

สัญญาพร้อมใช้โดยทนายความ กรอกแบบฟอร์มแล้วได้ไฟล์ทันที จ่ายด้วย PromptPay

ใช้สัญญานี้ →
ให้ทนายทำให้Kooru IP Wealth

ตรวจทรัพย์สินทางปัญญา วางกลยุทธ์คุ้มครอง และยื่นจดเครื่องหมายการค้า

ดูบริการ →
ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

คู่มือที่มักต้องทำต่อจากเรื่องนี้ เลือกอ่านได้ตามลำดับงานขององค์กรคุณ

คุ้มครองความลับทางการค้าอย่างไรให้ฟ้องร้องได้จริงตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้าข้อมูลจะเป็นความลับทางการค้าได้ต้องครบ 3 องค์ประกอบ รวมถึงมีมาตรการรักษาความลับที่เหมาะสม สรุปมาตรา 3, 6, 8 และขั้นตอนเตรียมหลักฐานให้พร้อมฟ้องต่ออายุเครื่องหมายการค้าอย่างไรให้ทันกำหนด ยื่นได้เมื่อไร ถ้าเลยกำหนดทำอย่างไรเครื่องหมายการค้ามีอายุ 10 ปี ต้องยื่นต่ออายุภายใน 3 เดือนก่อนหมดอายุ ถ้าพลาดยังยื่นได้ใน 6 เดือนแต่จ่ายเพิ่มร้อยละ 20 สรุปมาตรา 53-54 พร้อมขั้นตอนติดกล้องวงจรปิด (CCTV) อย่างไรไม่ให้ผิด PDPA?ติดกล้องวงจรปิดให้สอดคล้อง PDPA ต้องมีป้ายแจ้งก่อนเข้าพื้นที่ จำกัดมุมกล้องและระยะเก็บภาพ และคุมการเข้าถึงไฟล์ ตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0ทำคุกกี้แบนเนอร์ให้ถูกกฎหมาย PDPA ต้องมีอะไรบ้างคุกกี้แบนเนอร์ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 19 ให้ชัดแจ้ง แยกประเภท ปฏิเสธได้ และถอนได้ง่าย ดูขั้นตอนตามแนวปฏิบัติ TDPG 4.0 และวิธีเก็บหลักฐาน