NDA ที่ปกป้องความลับได้จริง คือสัญญาที่ช่วยให้ข้อมูลยังเข้านิยามความลับทางการค้าตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า มาตรา 3 ซึ่งเจ้าของต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมรักษาความลับ ไม่ใช่แค่เขียนว่าห้ามเปิดเผย เหมาะกับเจ้าของธุรกิจและฝ่ายกฎหมายที่ส่งข้อมูลให้คู่ค้าหรือนักลงทุน
- ข้อมูลจะเป็นความลับทางการค้าตามมาตรา 3 ได้ ผู้ควบคุมต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมรักษาความลับ และ NDA เป็นหลักฐานสำคัญของมาตรการนั้น
- มาตรา 6 วรรคสองนับการผิดสัญญาเป็นการกระทำที่ขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริต
- การทำวิศวกรรมย้อนกลับไม่ถือเป็นการละเมิด เว้นแต่ได้ทำสัญญาไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง (มาตรา 7 วรรคท้าย)
- ฟ้องคดีได้ภายใน 3 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันละเมิด (มาตรา 10)
- ถ้า NDA ครอบคลุมข้อมูลลูกค้า ผู้ส่งยังมีหน้าที่ตาม PDPA มาตรา 37 (2) แยกจาก NDA
NDA หรือสัญญารักษาความลับ เป็นเอกสารที่บริษัทเซ็นบ่อยที่สุดฉบับหนึ่ง ก่อนคุยดีลกับคู่ค้า ก่อนเปิดตัวเลขให้นักลงทุนดู ก่อนส่งสเปกให้โรงงานหรือผู้รับจ้าง ส่วนใหญ่ใช้แบบฟอร์มที่ส่งต่อกันมา เซ็นแล้วก็เก็บเข้าแฟ้ม
ปัญหามักโผล่ตอนข้อมูลหลุดไปแล้ว พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ไม่ได้คุ้มครองทุกอย่างที่เราเรียกว่าลับ คุ้มครองเฉพาะข้อมูลที่เข้านิยามในมาตรา 3 และนิยามนั้นมีเงื่อนไขข้อหนึ่งที่อยู่ในมือเจ้าของข้อมูลเอง คือต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมรักษาความลับ NDA ที่เขียนหลวม ๆ อาจไม่ช่วยในเรื่องนี้เลย
บทความนี้ดู NDA ระหว่างบริษัทกับคนนอก เช่น คู่ค้า นักลงทุน และผู้รับจ้าง ส่วนกรณีพนักงานลาออกแล้วเอาข้อมูลไป อ่านแยกได้ที่ พนักงานลาออกแล้วเอาลิสต์ลูกค้ากับซอร์สโค้ดไป บริษัททำอะไรได้
NDA เกี่ยวอะไรกับการเป็นความลับทางการค้า?
เกี่ยวโดยตรง เพราะนิยามความลับทางการค้ามีสามองค์ประกอบ และองค์ประกอบสุดท้ายขึ้นกับสิ่งที่เจ้าของข้อมูลทำเอง
“ความลับทางการค้า” หมายความว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ
| องค์ประกอบในมาตรา 3 | ความหมายในทางปฏิบัติ | NDA ช่วยอย่างไร |
|---|---|---|
| ยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่คนที่ต้องเกี่ยวข้อง | ข้อมูลที่คนในวงการรู้กันอยู่แล้วไม่ใช่ความลับ ต่อให้ประทับตราว่าลับ | กันไม่ให้ข้อมูลที่ส่งออกไปกลายเป็นของที่ใครก็เข้าถึงได้ |
| มีประโยชน์เชิงพาณิชย์เพราะเป็นความลับ | ต้องอธิบายได้ว่าถ้าหลุดแล้วธุรกิจเสียอะไร | การระบุวัตถุประสงค์ที่อนุญาตให้ใช้ ช่วยแสดงว่าข้อมูลมีมูลค่า |
| ผู้ควบคุมใช้มาตรการที่เหมาะสมรักษาความลับ | ต้องมีการกระทำจริง ไม่ใช่แค่ตั้งใจ | เป็นหลักฐานของมาตรการ แต่ควรมีมาตรการอื่นประกอบ |
องค์ประกอบที่สามคือเหตุผลที่ NDA สำคัญ ถ้าเราส่งข้อมูลให้คนนอกโดยไม่มีข้อตกลงรักษาความลับเลย อีกฝ่ายโต้ได้ว่าเราไม่ได้ใช้มาตรการที่เหมาะสม ข้อมูลนั้นจึงไม่ใช่ความลับทางการค้าตั้งแต่แรก กลับกัน NDA อย่างเดียวก็อาจไม่พอ ถ้าในบริษัทเราเองใครก็เปิดไฟล์นั้นได้
ให้คู่ค้าใช้ข้อมูลภายใต้ NDA กฎหมายรองรับแค่ไหน?
รองรับไว้ชัด มาตรา 5 ให้เจ้าของความลับทางการค้าอนุญาตให้ผู้อื่นเปิดเผย เอาไป หรือใช้ความลับนั้นได้ และกำหนดเงื่อนไขเพื่อให้ยังเป็นความลับต่อไปได้
เจ้าของความลับทางการค้ามีสิทธิที่จะเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้า โดยจะกําหนดเงื่อนไขอย่างใดเพื่อรักษาความลับทางการค้าดังกล่าวให้เป็นความลับต่อไปก็ได้
NDA จึงเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 5 โดยตรง เงื่อนไขที่เขียนควรตอบได้สามข้อ อนุญาตให้ใช้เพื่ออะไร ใครฝั่งผู้รับเข้าถึงได้บ้าง และหน้าที่จบเมื่อไร ยิ่งเงื่อนไขชัด ยิ่งแยกได้ง่ายว่าการใช้ครั้งไหนอยู่นอกเงื่อนไข
คู่ค้าผิด NDA นับเป็นการละเมิดความลับทางการค้าไหม?
นับได้ ถ้าเข้าองค์ประกอบอื่นครบ มาตรา 6 วรรคหนึ่งกำหนดว่าการละเมิดคือการเปิดเผย เอาไป หรือใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม ในลักษณะที่ขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริต วรรคสองยกการผิดสัญญาไว้เป็นตัวอย่างแรก
การกระทําที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือการกระทําในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิดความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจรหรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย
ผลคือการฝ่าฝืนข้อห้ามใน NDA ไม่ได้เป็นแค่เรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง แต่เข้าความหมายของการละเมิดตามมาตรา 6 ได้ด้วย อย่างไรก็ดี มาตรา 6 วรรคหนึ่งยังกำหนดว่าผู้ละเมิดต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำนั้นขัดต่อแนวทางที่สุจริต NDA ที่เขียนชัดว่าห้ามอะไร ช่วยพิสูจน์ข้อนี้ได้มาก
มีอะไรบ้างที่ NDA ห้ามไม่ได้?
มาตรา 7 มีสี่กรณีที่ไม่ถือว่าละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า NDA ต้องเขียนโดยรู้ว่ากรณีไหนปิดได้ กรณีไหนปิดไม่ได้
มาตรา 7 (1) ไม่ถือว่าละเมิด สิ่งที่ทำได้คือห้ามคู่สัญญาของเราส่งต่อ และให้คนที่เขาส่งต่อต้องผูกพันตามเงื่อนไขเดียวกัน
มาตรา 7 (2) เป็นกรณีของหน่วยงานรัฐ ไม่เกี่ยวกับสัญญาระหว่างเอกชน
มาตรา 7 (3) ไม่ถือว่าละเมิด NDA จึงควรให้ผู้รับที่อ้างว่าพัฒนาเองต้องแสดงเอกสารการพัฒนา
มาตรา 7 วรรคท้าย ไม่ให้ยกข้อแก้ตัวตาม (4) ถ้าได้ทำสัญญาไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง
การกระทําตาม (4) ไม่อาจถูกยกขึ้นกล่าวอ้างได้ ถ้าบุคคลซึ่งทําวิศวกรรมย้อนกลับดังกล่าวได้ทําสัญญากับเจ้าของความลับทางการค้าหรือผู้ขายผลิตภัณฑ์ที่ทําวิศวกรรมย้อนกลับไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง
ข้อนี้ควรเช็กใน NDA แบบฟอร์มที่ใช้อยู่ ถ้าบริษัทส่งตัวอย่างสินค้า ต้นแบบ หรือซอฟต์แวร์ให้คู่ค้าทดลอง ต้องมีข้อห้ามทำวิศวกรรมย้อนกลับเขียนไว้ตรง ๆ คำกว้าง ๆ อย่าง "ห้ามใช้ข้อมูลนอกวัตถุประสงค์" อาจไม่ถึงขั้น "โดยชัดแจ้ง" ตามที่มาตรา 7 ใช้
ข้อไหนใน NDA ช่วยให้ขอคำสั่งศาลได้เร็ว?
ข้อที่ช่วยสร้างหลักฐาน มาตรา 8 ให้ผู้ควบคุมความลับทางการค้าร้องขอให้ศาลสั่งระงับการละเมิดเป็นการชั่วคราวได้ เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามีการละเมิดหรือกำลังจะละเมิด และใช้สิทธินี้ได้ก่อนฟ้องคดี
เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าผู้ใดละเมิดหรือกําลังจะกระทําอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ผู้ควบคุมความลับทางการค้าที่ถูก หรือกําลังจะถูกละเมิดสิทธินั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (1) ร้องขอให้ศาลมีคําสั่งให้ผู้นั้นระงับหรือละเว้นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้านั้นเป็นการชั่วคราว
"หลักฐานโดยชัดแจ้ง" คือสิ่งที่ NDA ต้องช่วยสร้าง ข้อที่ช่วยได้จริงมีสามข้อ ระบุหรือทำเครื่องหมายว่าเอกสารใดเป็นความลับ บันทึกว่าส่งอะไรให้ใครเมื่อไร และให้คืนหรือทำลายพร้อมหนังสือยืนยันเมื่อจบการเจรจา ถ้าไม่มีบันทึกเหล่านี้ จะพิสูจน์ได้ยากว่าข้อมูลที่คู่ค้าใช้มาจากเรา
เรื่องค่าเสียหาย มาตรา 13 ให้ศาลรวมผลประโยชน์ที่ผู้ละเมิดได้รับเข้าไปในค่าสินไหมได้ และถ้าละเมิดโดยจงใจหรือมีเจตนากลั่นแกล้งจนความลับสิ้นสภาพ ศาลสั่งค่าสินไหมเพื่อการลงโทษเพิ่มได้
(3) ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า เป็นการกระทําโดยจงใจหรือมีเจตนากลั่นแกล้ง เป็นเหตุให้ความลับทางการค้าดังกล่าวสิ้นสภาพการเป็นความลับทางการค้า ให้ศาลมีอํานาจสั่งให้ผู้ละเมิดจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจํานวนที่ศาลกําหนดตาม (1) หรือ (2) ได้ แต่ต้องไม่เกินสองเท่าของค่าสินไหมทดแทนตาม (1) หรือ(2)
ถ้า NDA จะกำหนดเบี้ยปรับเป็นตัวเลข ควรให้ทนายดูว่าข้อนั้นสัมพันธ์กับสิทธิเรียกค่าสินไหมตามมาตรา 13 อย่างไร เพราะหลักเรื่องเบี้ยปรับอยู่ในกฎหมายอื่นที่ยังไม่มีในคลังของเรา
หน้าที่รักษาความลับใน NDA ควรมีอายุนานเท่าไร?
ตัวบทไม่ได้กำหนดอายุของ NDA แต่มีสองมาตราที่ควรใช้คิด มาตราแรกคืออายุความฟ้องคดีตามมาตรา 10
ห้ามมิให้ฟ้องคดีละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าเมื่อพ้นกําหนดสามปีนับแต่วันที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าที่ถูกละเมิดสิทธิรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทําละเมิด แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีการละเมิด
มาตราที่สองคือมาตรา 11 วรรคสอง ถ้าความลับถูกเปิดเผยเป็นการทั่วไปหรือสิ้นสภาพความลับในภายหลัง ผู้ที่ถูกศาลสั่งห้ามขอให้ยกเลิกคำสั่งได้ ความคุ้มครองตามกฎหมายจึงอยู่ได้เท่าที่ข้อมูลยังเป็นความลับ
ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งตามมาตรา 8 (2) ห้ามมิให้มีการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้านั้นต่อไปอีก ถ้าความลับทางการค้านั้นได้ถูกเปิดเผยเป็นการทั่วไปหรือได้สิ้นสภาพการเป็นความลับทางการค้าในภายหลัง ให้ผู้ซึ่งถูกศาลสั่งห้ามมิให้ละเมิดสิทธิในความลับทางการค้ามีสิทธิยื่นคําขอให้ศาลยกเลิกคําสั่งเช่นว่านั้นได้
NDA ที่ให้หน้าที่รักษาความลับจบเมื่อครบสองหรือสามปีหลังเจรจา อาจถูกอ่านได้ว่าเรายอมให้อีกฝ่ายใช้ข้อมูลได้หลังวันนั้น ทั้งที่ข้อมูลยังมีค่าอยู่ สำหรับสูตร กรรมวิธี หรือซอร์สโค้ด ทางที่ปลอดภัยกว่าคือผูกหน้าที่ไว้ "ตราบเท่าที่ข้อมูลยังเป็นความลับทางการค้า" ส่วนข้อมูลที่ล้าสมัยเร็ว เช่น ราคาเสนอขาย จะกำหนดเป็นปีก็ได้
ถ้า NDA ครอบคลุมข้อมูลลูกค้า ต้องทำอะไรเพิ่ม?
ต้องดู PDPA ประกอบด้วย รายชื่อลูกค้า ข้อมูลผู้ติดต่อ หรือฐานสมาชิก เป็นทั้งข้อมูลการค้าและข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อส่งให้คนนอก พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (2) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลป้องกันไม่ให้ผู้รับใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบ
(2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
NDA ช่วยเรื่องนี้ได้บางส่วน แต่ใช้แทนกันไม่ได้ ถ้าคู่ค้าจะประมวลผลข้อมูลลูกค้าแทนเรา ต้องมีข้อตกลงตามมาตรา 40 แยกต่างหาก ดู ก่อนเซ็นจ้างผู้ให้บริการที่แตะข้อมูลลูกค้า ต้องเช็กอะไร และก่อนส่งข้อมูลลูกค้าให้ใคร ต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับการเปิดเผยนั้นด้วย ดู ไม่ต้องขอความยินยอมทุกเรื่อง เลือกฐาน PDPA ให้ถูกงาน
เปิดเผยความลับของคนอื่นต่อสาธารณะ มีโทษทางอาญาด้วยหรือไม่?
มี ถ้าเปิดเผยจนความลับสิ้นสภาพและมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้ควบคุมความลับเสียหายในการประกอบธุรกิจ มาตรา 33 กำหนดโทษไว้ และมาตรา 37 ให้ความผิดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
ผู้ใดเปิดเผยความลับทางการค้าของผู้อื่นให้เป็นที่ล่วงรู้โดยทั่วไปในประการที่ทําให้ความลับทางการค้านั้นสิ้นสภาพการเป็นความลับทางการค้า โดยเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้รับความเสียหายในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะกระทําโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร การกระจายเสียง หรือการแพร่ภาพ หรือการเปิดเผยด้วยวิธีอื่นใด ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
โทษอาญาใช้กับกรณีที่มีเจตนากลั่นแกล้งและเปิดเผยจนเป็นที่ล่วงรู้ทั่วไปเท่านั้น คู่ค้าที่แอบใช้ข้อมูลเงียบ ๆ เพื่อทำสินค้าแข่งไม่ได้เข้ามาตรานี้โดยอัตโนมัติ ช่องทางหลักของเจ้าของข้อมูลยังเป็นสิทธิทางแพ่งตามมาตรา 8
เช็กลิสต์ NDA ที่ช่วยให้ความลับยังเป็นความลับ
| ข้อใน NDA | ทำไมต้องมี | มาตรา |
|---|---|---|
| นิยามข้อมูลลับให้ระบุได้ และทำเครื่องหมายเอกสาร | ใช้พิสูจน์ว่าข้อมูลใดเป็นความลับ และมีมาตรการรักษาแล้ว | มาตรา 3 |
| วัตถุประสงค์ที่อนุญาตให้ใช้ | เป็นเงื่อนไขการอนุญาต ทำให้แยกการใช้นอกขอบเขตได้ | มาตรา 5 |
| กลุ่มคนฝั่งผู้รับที่เข้าถึงได้ และให้ผูกพันตามเงื่อนไขเดียวกัน | ลดโอกาสที่ข้อมูลไปถึงคนนอกที่อ้างความสุจริตได้ | มาตรา 7 (1) |
| ห้ามทำวิศวกรรมย้อนกลับโดยชัดแจ้ง | ปิดข้อแก้ตัวตามมาตรา 7 (4) | มาตรา 7 วรรคท้าย |
| ผู้รับที่อ้างว่าพัฒนาเองต้องแสดงเอกสาร | รับมือข้อโต้แย้งเรื่องค้นพบโดยอิสระ | มาตรา 7 (3) |
| บันทึกการส่งมอบ และคืนหรือทำลายพร้อมหนังสือยืนยัน | สร้างหลักฐานโดยชัดแจ้งเมื่อต้องขอคำสั่งศาล | มาตรา 8 |
| อายุหน้าที่รักษาความลับผูกกับสถานะความลับ | ไม่ให้หน้าที่ตามสัญญาจบก่อนที่ข้อมูลจะหมดความเป็นความลับ | มาตรา 10 และ 11 |
| ข้อมูลส่วนบุคคลใช้ได้เฉพาะวัตถุประสงค์ และมีมาตรการรักษาความปลอดภัย | หน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลเมื่อส่งข้อมูลให้คนนอก | PDPA มาตรา 37 (2) |
อ่านภาพรวมเรื่องการรักษาความลับทางการค้าได้ที่คู่มือ คุ้มครองความลับทางการค้า และถ้าข้อมูลที่ส่งให้คู่ค้าคือซอร์สโค้ดของระบบที่จ้างคนนอกทำ ดูเรื่องลิขสิทธิ์ประกอบได้ที่ จ้างคนนอกเขียนซอฟต์แวร์ ลิขสิทธิ์เป็นของใคร
คำถามที่พบบ่อย
เซ็น NDA แล้ว ข้อมูลทุกอย่างที่ส่งไปเป็นความลับทางการค้าเลยไหม?
ไม่ ข้อมูลต้องครบสามองค์ประกอบในมาตรา 3 คือยังไม่รู้จักกันทั่วไป มีประโยชน์เชิงพาณิชย์เพราะเป็นความลับ และเจ้าของใช้มาตรการที่เหมาะสมรักษาไว้ NDA ช่วยองค์ประกอบสุดท้าย แต่ทำให้ข้อมูลที่คนในวงการรู้อยู่แล้วกลายเป็นความลับไม่ได้
คู่ค้าส่งข้อมูลต่อให้บริษัทอื่น เราเอาผิดบริษัทนั้นได้ไหม?
มาตรา 7 (1) ไม่ถือว่าละเมิด ถ้าบริษัทนั้นได้ข้อมูลมาโดยนิติกรรมโดยไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าคู่สัญญาได้มาโดยละเมิด แต่เรายังเอาผิดคู่ค้าที่ผิด NDA ได้ และควรแจ้งบริษัทนั้นเป็นหนังสือโดยเร็ว เพื่อให้ชัดว่าบริษัทนั้นรู้แล้วตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ข้อมูลหลุดแล้ว ต้องรีบแค่ไหน?
มาตรา 10 ให้ฟ้องคดีภายใน 3 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันละเมิด ถ้าต้องหยุดการใช้ทันที มาตรา 8 ให้ขอคำสั่งระงับชั่วคราวได้ก่อนฟ้อง และมาตรา 9 เปิดให้ตกลงกันขอให้คณะกรรมการความลับทางการค้าไกล่เกลี่ยก่อนได้
NDA ฝ่ายเดียวกับ NDA สองฝ่าย ต่างกันอย่างไร?
ตัวบทไม่ได้แยกไว้ ใช้หลักเดียวกัน NDA ฝ่ายเดียวเหมาะเมื่อมีฝ่ายเดียวที่ส่งข้อมูลลับ ถ้าทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ให้ทำแบบสองฝ่าย และตรวจว่าเงื่อนไขที่เราต้องปฏิบัติต่อข้อมูลของอีกฝ่าย เราทำได้จริงด้วย
ส่งข้อมูลลูกค้าให้คู่ค้าภายใต้ NDA ถือว่าทำตาม PDPA ครบแล้วไหม?
ยังไม่ครบ NDA ช่วยหน้าที่ตามมาตรา 37 (2) ได้บางส่วน แต่ยังต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับการเปิดเผย และถ้าคู่ค้าประมวลผลข้อมูลแทนเรา ต้องมีข้อตกลงตามมาตรา 40 ซึ่งต้องกำหนดมาตรการความปลอดภัยและหน้าที่แจ้งเหตุรั่วด้วย
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 — มาตรา 3 · 5 · 6 · 7 · 8 · 10 · 11 · 13 · 33
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 37 (2)
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

