ภาพมุมบนของแฟลชไดรฟ์ สัญญาที่หนีบด้วยคลิปหนีบกระดาษ มุมคีย์บอร์ด และกระดาษโน้ตบนโต๊ะไม้
ทรัพย์สินทางปัญญา

จ้างคนนอกเขียนซอฟต์แวร์ ลิขสิทธิ์เป็นของใคร

จ่ายเงินครบ ได้ไฟล์มาแล้ว ไม่ได้แปลว่าซอฟต์แวร์เป็นของเรา พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ให้ผลต่างกันระหว่างงานจ้างกับงานของพนักงาน และสัญญาโอนที่ลืมเขียนระยะเวลาอาจใช้ได้แค่ 10 ปี

เผยแพร่ อ่าน 13 นาทีโดย
สรุปสั้น

ลิขสิทธิ์ในซอฟต์แวร์ที่จ้างคนนอกเขียน ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10 เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันไว้อย่างอื่น ซึ่งกลับกับงานของพนักงานตามมาตรา 9 ที่ลิขสิทธิ์เป็นของคนเขียน บทความนี้เหมาะกับเจ้าของธุรกิจ CTO และฝ่ายกฎหมายที่กำลังจ้างทำแอปหรือระบบ

  • พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 4 นับโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นวรรณกรรม ซอร์สโค้ดจึงได้รับความคุ้มครองแบบงานเขียน
  • งานที่จ้างคนนอกทำ มาตรา 10 ให้ผู้ว่าจ้างมีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
  • งานที่พนักงานทำ มาตรา 9 ให้ลิขสิทธิ์เป็นของพนักงาน ถ้าไม่ได้ทำเป็นหนังสือตกลงไว้เป็นอย่างอื่น
  • สัญญาโอนลิขสิทธิ์ที่ไม่กำหนดระยะเวลา มาตรา 17 ถือว่าโอนมีกำหนด 10 ปี
  • อนุญาตให้เราใช้ ไม่ตัดสิทธิเจ้าของที่จะอนุญาตคนอื่นด้วย เว้นแต่หนังสืออนุญาตเขียนห้ามไว้ (มาตรา 16)

บริษัทจ้างฟรีแลนซ์หรือบริษัทซอฟต์แวร์ทำแอป ระบบหลังบ้าน หรือเว็บไซต์ จ่ายเงินครบ ได้ไฟล์มาแล้ว ก็มักเข้าใจว่าซอฟต์แวร์เป็นของบริษัท คำถามว่าเป็นของใครจริงมักโผล่ขึ้นมาในจังหวะที่ไม่สะดวกที่สุด เช่น ตอนเปลี่ยนผู้ดูแลระบบ ตอนนักลงทุนขอตรวจทรัพย์สิน หรือตอนเห็นผู้รับจ้างขายระบบหน้าตาเดียวกันให้คู่แข่ง

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ตอบเรื่องนี้ไว้ แต่ไม่ตรงกับที่หลายคนคิด คำตอบขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเขียน เขียนในฐานะอะไร และสัญญาพูดไว้ว่าอย่างไร ด้านล่างไล่ทีละชั้นจากตัวบท และบอกไว้ตรง ๆ ว่าจุดไหนที่ตัวบทยังไม่ได้ตอบ

ถ้าสงสัยเรื่องงานที่ทำด้วย AI ซึ่งเป็นอีกคำถามหนึ่ง อ่านแยกได้ที่ งานที่ทำด้วย AI ลิขสิทธิ์เป็นของใคร

ซอฟต์แวร์เป็นงานลิขสิทธิ์ประเภทไหน?

กฎหมายไทยจัดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไว้ในกลุ่มวรรณกรรม คือคุ้มครองแบบเดียวกับงานเขียน นิยามในมาตรา 4 กว้างพอจะครอบคลุมทุกภาษาโปรแกรม

“โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 4 (นิยาม "โปรแกรมคอมพิวเตอร์")
“วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียนสิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 4 (นิยาม "วรรณกรรม")

ผลที่ตามมาคือ เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวตามมาตรา 15 ที่จะทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ และอนุญาตให้คนอื่นใช้ ส่วนคนที่ก๊อปหรือแก้โค้ดโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 30 ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ การรู้ว่าใครเป็นเจ้าของจึงตัดสินว่าใครแก้ระบบต่อได้ และใครเอาไปขายซ้ำได้

การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 30 (1)

จ้างคนนอกเขียน ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?

ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ตามมาตรา 10

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 10

ฟังดูเป็นผลดีกับผู้ว่าจ้าง แต่มีสองเรื่องที่ต้องดู เรื่องแรก ท้ายมาตรา 10 เปิดให้ตกลงกันเป็นอย่างอื่นได้ สัญญาหรือข้อกำหนดการใช้บริการของบริษัทซอฟต์แวร์อาจเขียนไว้แล้วว่าผู้รับจ้างเป็นเจ้าของ ลูกค้าได้แค่สิทธิใช้ ถ้าเราเซ็นรับข้อกำหนดนั้น ข้อยกเว้นท้ายมาตรา 10 ก็ใช้ทันที

เรื่องที่สอง มาตรา 10 ไม่ได้เขียนว่าข้อตกลงต้องทำเป็นหนังสือ ต่างจากมาตรา 9 ที่ระบุไว้ชัด ข้อความในอีเมลหรือใบเสนอราคาจึงอาจถูกยกมาอ้างว่าเป็นข้อตกลงได้ ทางที่ดีคือเขียนเรื่องลิขสิทธิ์ไว้ในสัญญาฉบับเดียว และระบุว่าสัญญานั้นแทนข้อตกลงก่อนหน้าทั้งหมด

ทำไมพนักงานเขียนเอง บริษัทกลับไม่ได้ลิขสิทธิ์อัตโนมัติ?

เพราะมาตรา 9 วางหลักกลับกับมาตรา 10 งานที่สร้างในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของคนเขียน เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงไว้เป็นอย่างอื่น นายจ้างได้เพียงสิทธินำงานออกเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 9

หลายบริษัทเชื่อว่าจ้างคนนอกเสี่ยงกว่าให้ทีมตัวเองเขียน ถ้าดูเฉพาะค่าตั้งต้นของตัวบท ผลกลับเป็นตรงกันข้าม ถ้าไม่มีข้อตกลง งานจ้างตกเป็นของผู้ว่าจ้าง ส่วนงานของพนักงานตกเป็นของพนักงาน บริษัทที่สัญญาจ้างพนักงานยังไม่มีข้อลิขสิทธิ์ควรแก้ตรงนี้ก่อน ดูรายละเอียดได้ที่คู่มือ ลิขสิทธิ์ในงานของพนักงาน

ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้ ลิขสิทธิ์ในโค้ดเป็นของใคร
คนเขียนโค้ดมาตราลิขสิทธิ์เป็นของข้อตกลงที่เปลี่ยนผลได้
พนักงานของบริษัทเราเองมาตรา 9พนักงานผู้เขียน (นายจ้างนำออกเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์การจ้างได้)ต้องทำเป็นหนังสือ
ฟรีแลนซ์หรือบริษัทที่เราว่าจ้างมาตรา 10ผู้ว่าจ้างตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (ตัวบทไม่ได้กำหนดแบบ)
ผู้รับจ้างดัดแปลงโค้ดที่มีเจ้าของอยู่แล้วมาตรา 11 ประกอบมาตรา 13ผู้ดัดแปลงในส่วนที่ดัดแปลง โดยไม่กระทบสิทธิเจ้าของงานเดิมใช้มาตรา 9 และ 10 โดยอนุโลม
หน่วยงานของรัฐจ้างหรือสั่งให้ทำมาตรา 14หน่วยงานของรัฐต้องตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร

บริษัทซอฟต์แวร์ให้ลูกทีมเขียน สิทธิอาจขาดช่วงตรงไหน?

จุดนี้ตัวบทไม่ได้ตอบไว้ตรง ๆ จึงต้องระวังเป็นพิเศษ สมมติว่าเราจ้างบริษัท ก ทำระบบ คนที่เขียนโค้ดจริงคือพนักงานของบริษัท ก ไม่ใช่บริษัท ก เอง

ระหว่างพนักงานกับบริษัท ก ใช้มาตรา 9 ถ้าบริษัท ก ไม่มีหนังสือตกลงกับพนักงานไว้ ลิขสิทธิ์อาจอยู่กับพนักงาน ส่วนระหว่างบริษัท ก กับเราใช้มาตรา 10 ซึ่งพูดถึง "ผู้สร้างสรรค์" กับ "ผู้ว่าจ้าง" โดยนิยามในมาตรา 4 ผู้สร้างสรรค์คือคนที่ทำงานนั้นขึ้นจริง

“ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 4 (นิยาม "ผู้สร้างสรรค์")

เมื่อมีบริษัทคั่นกลาง สองมาตรานี้ต่อกันอย่างไร ตัวบทในคลังของเราไม่ได้บอกไว้ และเราไม่พบคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยในคลังที่ตอบเรื่องนี้ จึงไม่ควรสรุปเองว่าเราได้สิทธิครบ

โค้ดเดิมของผู้รับจ้าง ไลบรารี และโอเพนซอร์ส เป็นของใคร?

ระบบที่จ้างทำแทบไม่มีระบบไหนเขียนจากศูนย์ ผู้รับจ้างมักมีโค้ดชุดเดิมที่ใช้กับลูกค้าทุกราย และดึงไลบรารีของคนอื่นมาประกอบ มาตรา 11 ให้ผู้ดัดแปลงได้ลิขสิทธิ์ในงานที่ดัดแปลง แต่ไม่กระทบสิทธิของเจ้าของงานเดิม

งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดัดแปลงตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกดัดแปลง
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 11

แปลว่าต่อให้สัญญาเขียนว่าลิขสิทธิ์เป็นของเราทั้งหมด เราก็ได้ไม่เกินสิ่งที่ผู้รับจ้างมีสิทธิให้ โค้ดชุดเดิมของผู้รับจ้างยังเป็นของเขา ไลบรารีของคนอื่นยังเป็นของเจ้าของเดิมและใช้ได้ตามเงื่อนไขอนุญาตของแต่ละตัว สัญญาที่ดีจึงแนบบัญชีว่าส่วนไหนเป็นงานใหม่ ส่วนไหนเป็นโค้ดเดิมของผู้รับจ้าง และส่วนไหนเป็นของบุคคลที่สาม

ถ้าผู้รับจ้างยังถือลิขสิทธิ์ในโค้ดชุดเดิมและให้เราแค่สิทธิใช้ ต้องอ่านมาตรา 16 ประกอบด้วย

ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ได้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิตามมาตรา 15 (5) ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย เว้นแต่ในหนังสืออนุญาตได้ระบุเป็นข้อห้ามไว้
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 16

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าหนังสืออนุญาตไม่ได้เขียนห้ามไว้ ผู้รับจ้างอนุญาตให้คู่แข่งของเราใช้โค้ดชุดเดียวกันได้ ถ้าระบบนั้นเป็นจุดขายของธุรกิจ ต้องเขียนให้ชัดว่าเป็นสิทธิแต่ผู้เดียว และห้ามอนุญาตให้ใครอีกในขอบเขตใด

สัญญาเขียนว่า "โอนลิขสิทธิ์" ต้องระวังอะไร?

การโอนต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน และควรกำหนดระยะเวลาไว้ ถ้าไม่กำหนด มาตรา 17 วรรคสามถือว่าโอนมีกำหนด 10 ปี

การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 17 วรรคสาม

รูปแบบที่ควรระวังคือ ผู้รับจ้างตกลงเป็นเจ้าของตามข้อยกเว้นของมาตรา 10 ไว้ก่อน แล้วค่อยโอนให้ลูกค้าเมื่อจ่ายงวดสุดท้าย ถ้าหนังสือโอนไม่ได้เขียนระยะเวลา สิทธิของเราตามหนังสือนั้นอาจหมดในปีที่สิบ ทั้งที่ระบบยังใช้งานอยู่ มาตรา 17 วรรคสองเปิดให้โอนตลอดอายุการคุ้มครองได้ จึงควรเขียนไว้ตรง ๆ

เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอนให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 17 วรรคสอง

ได้ลิขสิทธิ์แล้ว คนเขียนยังเหลือสิทธิอะไร?

ยังเหลือสิทธิตามมาตรา 18 คือสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และสิทธิห้ามผู้รับโอนบิดเบือนหรือดัดแปลงงานจนเสียชื่อเสียงหรือเกียรติคุณ เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอนดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 18

ซอฟต์แวร์ต้องแก้ไขต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ข้อนี้จึงไม่ควรปล่อยไว้ ให้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือว่าผู้สร้างสรรค์จะไม่ใช้สิทธิตามมาตรา 18 กับการแก้ไขหรือดัดแปลงที่จำเป็นต่อการใช้งานของผู้ว่าจ้าง

ข้อยกเว้นในมาตรา 35 ช่วยบริษัทได้แค่ไหน?

ช่วยได้น้อยกว่าที่คิด มาตรา 35 มีเก้ากรณีที่ไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรม รวมถึงการดัดแปลงในกรณีที่จำเป็นแก่การใช้ แต่ทุกกรณีมีเงื่อนไขนำหน้าว่าต้องไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร

การกระทำแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 · มาตรา 35 วรรคหนึ่ง

บริษัทที่ใช้ระบบเพื่อทำธุรกิจอาจไม่เข้าเงื่อนไขนี้ จึงไม่ควรวางแผนโดยหวังว่ามาตรา 35 จะให้แก้บั๊กหรือต่อยอดระบบเองได้ ถ้าลิขสิทธิ์ไม่ได้เป็นของเรา ให้เขียนสิทธิแก้ไข ดัดแปลง และจ้างคนอื่นดูแลต่อไว้ในสัญญาอนุญาตให้ครบ

ซอร์สโค้ดที่ยังไม่ส่งมอบ มีกฎหมายอะไรคุ้มครองอีก?

ถ้าผู้รับจ้างเก็บซอร์สโค้ดไว้และส่งให้เราแค่ตัวโปรแกรมที่ใช้งาน การมีลิขสิทธิ์บนกระดาษก็ไม่ได้ช่วยให้เราแก้ระบบได้ ซอร์สโค้ดยังอาจเป็นความลับทางการค้าด้วย เพราะ พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 นับโปรแกรมเป็นข้อมูลการค้า

“ข้อมูลการค้า” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราวข้อเท็จจริง หรือสิ่งใดไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดไว้ในรูปใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสูตร รูปแบบ งานที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือกรรมวิธีด้วย
ตัวบท พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 · มาตรา 3 (นิยาม "ข้อมูลการค้า")

ข้อนี้มีผลได้สองทาง ถ้าเราเป็นเจ้าของ ซอร์สโค้ดที่ยังอยู่กับผู้รับจ้างควรอยู่ใต้ข้อตกลงรักษาความลับ ถ้าผู้รับจ้างเป็นเจ้าของ เขาก็ไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบให้ ถ้าสัญญาไม่ได้บังคับไว้ สัญญาจึงควรกำหนดการส่งมอบซอร์สโค้ดและเอกสารประกอบในทุกงวด ดูวิธีเขียนข้อรักษาความลับได้ที่ NDA ที่ปกป้องความลับได้จริง

ก่อนเซ็นจ้างทำซอฟต์แวร์ สัญญาควรมีข้อไหนบ้าง?

เรียงจากข้อที่แก้ยากที่สุดถ้าลืม ทุกข้อผูกกับมาตราที่ยกมาข้างบน

  1. ระบุว่าลิขสิทธิ์ในงานใหม่เป็นของผู้ว่าจ้างตามมาตรา 10 และไม่มีข้อตกลงอื่นที่สงวนสิทธิไว้ให้ผู้รับจ้าง
  2. ถ้าต้องโอน ให้ทำเป็นหนังสือลงชื่อทั้งสองฝ่าย และเขียนว่าโอนตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ (มาตรา 17)
  3. ให้ผู้รับจ้างรับรองว่าได้สิทธิจากพนักงานและผู้รับจ้างช่วงทุกคนเป็นหนังสือแล้ว (มาตรา 9)
  4. แนบบัญชีโค้ดเดิมของผู้รับจ้างและซอฟต์แวร์ของบุคคลที่สาม พร้อมเงื่อนไขอนุญาตของแต่ละตัว (มาตรา 11)
  5. โค้ดเดิมที่ผู้รับจ้างยังเป็นเจ้าของ ให้ได้สิทธิใช้ แก้ไข และจ้างคนอื่นดูแลต่อ และระบุว่าเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวหรือไม่ (มาตรา 15 (5) และมาตรา 16)
  6. ทำข้อตกลงเป็นหนังสือเรื่องสิทธิตามมาตรา 18 กับการแก้ไขที่จำเป็นต่อการใช้งาน
  7. กำหนดการส่งมอบซอร์สโค้ด เอกสาร และสิทธิผู้ดูแลระบบในทุกงวด
  8. ถ้าผู้รับจ้างใช้เครื่องมือ AI ช่วยเขียนโค้ด ให้เปิดเผยและรับรองว่าไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

ถ้าระบบที่จ้างทำต้องเก็บข้อมูลลูกค้า ผู้รับจ้างที่ดูแลระบบหลังส่งมอบอาจเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA ด้วย เรื่องนี้แยกอ่านได้ที่ ก่อนเซ็นจ้างผู้ให้บริการที่แตะข้อมูลลูกค้า ต้องเช็กอะไร

คำถามที่พบบ่อย

จ่ายเงินครบแล้ว แต่ไม่มีสัญญาเป็นหนังสือ ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?

ถ้าเป็นงานที่จ้างให้ทำ มาตรา 10 ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น สิ่งที่ยากคือการพิสูจน์ว่าเป็นงานจ้างและไม่มีข้อตกลงอื่น เช่น เงื่อนไขในใบเสนอราคา ควรรวบรวมหลักฐานการจ้าง และทำหนังสือยืนยันสิทธิกับผู้รับจ้างไว้ทันที

ผู้รับจ้างเอาระบบที่ทำให้เราไปขายคนอื่นได้ไหม?

ถ้าลิขสิทธิ์เป็นของเราตามมาตรา 10 การทำซ้ำหรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดตามมาตรา 30 แต่ถ้าผู้รับจ้างยังเป็นเจ้าของและให้เราแค่สิทธิใช้ มาตรา 16 ให้เขาอนุญาตคนอื่นได้ เว้นแต่หนังสืออนุญาตเขียนห้ามไว้

ฟรีแลนซ์ที่ทำงานกับเราประจำ นับเป็นพนักงานหรือผู้รับจ้าง?

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์แยกงานที่ทำ "ในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง" (มาตรา 9) ออกจากงานที่ทำ "โดยการรับจ้างบุคคลอื่น" (มาตรา 10) แต่ไม่ได้ให้เกณฑ์แยกไว้ ต้องดูลักษณะความสัมพันธ์จริง คลังของเราไม่มีตัวบทที่ชี้ขาดเรื่องนี้ ทางที่ปลอดภัยคือเขียนเรื่องลิขสิทธิ์เป็นหนังสือไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแบบใด

แก้บั๊กหรือเพิ่มฟีเจอร์เองโดยไม่ขออนุญาตผู้รับจ้าง ผิดไหม?

ถ้าลิขสิทธิ์ไม่ได้เป็นของเรา การดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาตรา 30 (1) ข้อยกเว้นในมาตรา 35 (8) ที่ให้ดัดแปลงเมื่อจำเป็นแก่การใช้ มีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร จึงควรขอสิทธิแก้ไขไว้ในสัญญาตั้งแต่ต้น

หนังสือโอนลิขสิทธิ์ไม่ได้เขียนระยะเวลา ต้องทำอย่างไร?

มาตรา 17 วรรคสามถือว่าการโอนนั้นมีกำหนด 10 ปี ถ้าต้องการสิทธิยาวกว่านั้น ให้ทำหนังสือโอนฉบับใหม่ ลงชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน และระบุว่าโอนตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 — มาตรา 4 · 9 · 10 · 11 · 16 · 17 · 18 · 30 · 35
  2. พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 — มาตรา 3

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

ลิขสิทธิ์ในงานที่พนักงานสร้างเป็นของใคร และนายจ้างต้องทำอะไรให้เป็นของบริษัทตามมาตรา 9 ลิขสิทธิ์ในงานของลูกจ้างเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ทำหนังสือตกลงไว้ อ่านวิธีเขียนสัญญาให้ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัท และต่างจากงานจ้างฟรีแลนซ์อย่างไรคุ้มครองความลับทางการค้าอย่างไรให้ฟ้องร้องได้จริงตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้าข้อมูลจะเป็นความลับทางการค้าได้ต้องครบ 3 องค์ประกอบ รวมถึงมีมาตรการรักษาความลับที่เหมาะสม สรุปมาตรา 3, 6, 8 และขั้นตอนเตรียมหลักฐานให้พร้อมฟ้องงานที่ทำด้วย AI ลิขสิทธิ์เป็นของใครอ่าน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ 2537 กับงานที่ใช้ Generative AI ใครเป็นผู้สร้างสรรค์ งานของพนักงานและเอเจนซีเป็นของใคร จุดที่กฎหมายไทยยังไม่ตอบ และกติกาสำหรับทีมการตลาดพนักงานลาออกแล้วเอาลิสต์ลูกค้ากับซอร์สโค้ดไป บริษัททำอะไรได้พนักงานลาออกพร้อมรายชื่อลูกค้าหรือซอร์สโค้ด: นิยามความลับทางการค้า การละเมิด สิทธิทางศาล ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ และหน้าที่ตาม PDPA พร้อมเช็กลิสต์วันออกNDA ที่ปกป้องความลับได้จริง ต้องมีอะไรบ้างNDA แบบไหนช่วยให้ข้อมูลยังเป็นความลับทางการค้าตามกฎหมาย มาตรการที่เหมาะสม ข้อห้ามวิศวกรรมย้อนกลับ อายุความ และข้อมูลลูกค้าตาม PDPAก่อนเซ็นจ้างผู้ให้บริการที่แตะข้อมูลลูกค้า ต้องเช็กอะไรจะจ้างคลาวด์ คอลเซ็นเตอร์ หรือสำนักงานบัญชีที่แตะข้อมูลลูกค้า ต้องเช็กอะไรก่อนเซ็น ตาม PDPA มาตรา 40 ประกาศ สคส. ปี 2565 สองฉบับ และ TDPG 4.0