นักออกแบบในเอเจนซีไทยเทียบงานโฆษณาสองชิ้นกับผู้ดูแลลูกค้าก่อนส่งงาน
ทรัพย์สินทางปัญญา

งานที่ทำด้วย AI ลิขสิทธิ์เป็นของใคร

ทีมการตลาดใช้ AI ทำภาพโฆษณาและเขียนแคปชันทุกวัน แต่ไม่มีใครถามว่างานพวกนี้มีลิขสิทธิ์ไหม และถ้ามี เป็นของพนักงาน บริษัท เอเจนซี หรือไม่มีใครเลย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ของไทยตอบได้บางข้อ อีกหลายข้อยังไม่มีคำตอบ

เผยแพร่ อ่าน 12 นาทีโดย
สรุปสั้น

งานที่ทำด้วย AI ลิขสิทธิ์เป็นของใคร คือคำถามที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ยังไม่ตอบตรง ๆ เพราะมาตรา 4 ให้ผู้สร้างสรรค์คือผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงาน ส่วนที่คนเขียนและเลือกเองเข้านิยามชัดกว่า เหมาะกับบริษัทที่ใช้ AI ได้รู้กติกางานพนักงาน (มาตรา 9) และผู้รับจ้าง (มาตรา 10)

  • พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่มีมาตราใดกล่าวถึงปัญญาประดิษฐ์ และคลังของเราไม่มีคำพิพากษาไทยเรื่องงานที่ AI สร้าง
  • มาตรา 4 นิยามผู้สร้างสรรค์ว่าเป็นผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงาน ส่วนที่คนทำเองจึงชัดกว่าส่วนที่ AI สร้างล้วน
  • งานของพนักงาน ลิขสิทธิ์เป็นของพนักงานตามมาตรา 9 เว้นแต่ทำหนังสือตกลงไว้เป็นอย่างอื่น
  • งานที่จ้างเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์ ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างตามมาตรา 10 เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น
  • แนวทาง สพธอ. ให้ตรวจผลลัพธ์ก่อนเผยแพร่และอ่านข้อกำหนดของผู้ให้บริการ AI แต่เป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย

สมมติว่าฝ่ายการตลาดของบริษัทหนึ่งให้ AI สร้างภาพประกอบแคมเปญ พนักงานพิมพ์คำสั่งสองสามบรรทัด เลือกภาพที่ชอบ แต่งสีนิดหน่อย แล้วขึ้นป้ายโฆษณา สามเดือนต่อมาคู่แข่งเอาภาพแนวเดียวกันไปใช้บ้าง คำถามแรกที่ผู้บริหารถามคือ "เราฟ้องได้ไหม"

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ยังไม่แน่ เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ไทยเขียนขึ้นก่อนมี Generative AI และไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย บทความนี้ไล่ดูว่าตัวบทตอบอะไรได้แน่ ตรงไหนยังเป็นช่องว่าง และทีมการตลาดควรทำงานอย่างไรระหว่างที่ยังไม่มีคำตอบ

กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยพูดถึง AI ไว้ไหม

ไม่ได้พูดถึงเลย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ฉบับรวมการแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565 ไม่มีคำว่าปัญญาประดิษฐ์ในมาตราใด เรื่องว่าใครเป็นเจ้าของงานจึงต้องกลับไปอ่านนิยามพื้นฐานในมาตรา 4

“ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 4 (นิยาม "ผู้สร้างสรรค์")

นิยามนี้ใช้คำว่า "ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิด" ไม่ได้บอกว่าต้องเป็นมนุษย์ และไม่ได้บอกว่าห้ามใช้เครื่องมือ คำถามที่ยังเปิดอยู่จึงมีสองชั้น ชั้นแรกคือภาพที่ AI สร้างจากคำสั่งสั้น ๆ เป็น "งานสร้างสรรค์" ตามกฎหมายหรือไม่ ชั้นที่สองคือถ้าเป็น คนพิมพ์คำสั่งนับเป็น "ผู้ก่อให้เกิด" งานนั้นหรือไม่

ตัวบทไม่ได้ตอบทั้งสองชั้น และคลังกฎหมายของเราไม่มีคำพิพากษาไทยหรือแนวทางของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องนี้ ใครที่บอกว่ากฎหมายไทย "ตัดสินแล้ว" ไม่ว่าทางไหน ควรถามกลับว่าอ้างจากอะไร

คำสั่ง (prompt) มีลิขสิทธิ์ไหม

มาตรา 6 วรรคสองตัดเรื่องความคิดออกจากการคุ้มครองตั้งแต่ต้น ไอเดียว่า "อยากได้ภาพแมวใส่ชุดไทยยืนหน้าวัด" จึงไม่มีใครเป็นเจ้าของ ใครจะคิดเหมือนกันก็ได้ ส่วนข้อความคำสั่งที่ยาวและมีการเรียบเรียงจนเป็นงานเขียน อาจเป็นวรรณกรรมได้เองเหมือนงานเขียนอื่น แต่นั่นคือการคุ้มครองตัวข้อความคำสั่ง ไม่ได้ทำให้ภาพที่ได้ออกมามีลิขสิทธิ์ตามไปด้วย

การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงานหรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 6 วรรคสอง

ใช้ AI แบบไหน ใครน่าจะเป็นเจ้าของ

เมื่อกฎหมายไม่ตอบตรง วิธีที่ใช้ได้คือแยกงานตามสัดส่วนที่คนทำเอง ตารางข้างล่างเป็นการอ่านตัวบทของทีม AIPDPA ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลหรือหน่วยงาน ช่องขวาสุดบอกว่ามั่นใจได้แค่ไหน

ความชัดเจนของการเป็นเจ้าของงานตามวิธีใช้ AI (การอ่านตัวบทของทีม AIPDPA)
วิธีใช้ AIใครน่าจะเป็นผู้สร้างสรรค์อาศัยมาตราความชัดเจน
พนักงานเขียนบทความเอง ใช้ AI ตรวจคำผิดหรือหาคำพ้องพนักงานผู้เขียนม.4 · ม.9ชัด
ให้ AI ร่าง แล้วคนเขียนใหม่ เพิ่มเนื้อหา และเรียบเรียงเองเป็นส่วนใหญ่ส่วนที่คนเขียนและแก้ เป็นของคนเขียนม.4ค่อนข้างชัดเฉพาะส่วนที่คนทำ
คนคัดเลือกและจัดวางภาพหลายภาพที่ AI สร้างเป็นชุดหรือเลย์เอาต์การคัดเลือกและจัดวางอาจเป็นงานของคน ตัวภาพแต่ละภาพยังไม่ชัดม.4 · ม.12 (ยังต้องตีความ)ไม่ชัด
พิมพ์คำสั่งสั้น ๆ แล้วใช้ภาพตามที่ AI สร้างแทบไม่แก้กฎหมายไม่ตอบ—ไม่มีคำตอบในกฎหมายไทย
ป้อนงานของคนอื่นให้ AI ปรับแต่งหรือทำ "แนวเดียวกัน"ผลลัพธ์อาจเป็นการดัดแปลงงานของเจ้าของเดิมม.27เสี่ยงละเมิด

บทเรียนจากตารางนี้คือ ยิ่งคนลงมือเองมาก ฐานความเป็นเจ้าของยิ่งแข็ง ในทางปฏิบัติจึงควรเก็บหลักฐานว่าคนทำอะไรบ้าง เช่น ร่างแต่ละรอบ ไฟล์ที่แก้ และเหตุผลที่เลือกชิ้นนี้ ไม่ใช่เก็บแค่ไฟล์สุดท้าย

พนักงานใช้ AI ทำงาน ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัทไหม

ไม่อัตโนมัติ หลายบริษัทเข้าใจผิดว่างานที่ลูกจ้างทำในเวลางานเป็นของบริษัทเสมอ แต่มาตรา 9 วางหลักกลับกัน ลิขสิทธิ์เป็นของพนักงานผู้สร้างสรรค์ เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงไว้เป็นอย่างอื่น นายจ้างได้เพียงสิทธิเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 9

เมื่อนำมาใช้กับ AI ผลก็เหมือนเดิม ส่วนที่พนักงานเขียนหรือแก้เอง ลิขสิทธิ์เป็นของพนักงานถ้าไม่มีข้อตกลงเป็นหนังสือ ส่วนที่ AI สร้างล้วนยังไม่รู้ว่ามีลิขสิทธิ์หรือไม่ตั้งแต่แรก วิธีป้องกันฝั่งบริษัทจึงเหมือนงานทั่วไป คือทำข้อตกลงเป็นหนังสือในสัญญาจ้างหรือข้อบังคับที่พนักงานลงชื่อ รายละเอียดอยู่ใน คู่มือลิขสิทธิ์ในงานของพนักงาน

จ้างเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์ที่ใช้ AI

งานจ้างทำของใช้หลักตรงข้ามกับงานลูกจ้าง มาตรา 10 ให้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น ฟังดูเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทที่จ้างเอเจนซี

งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 10

แต่มาตรา 10 ให้ผู้ว่าจ้างได้ลิขสิทธิ์ "ในงานนั้น" ถ้างานที่ส่งมาคือภาพที่ AI สร้างแทบทั้งหมด และงานนั้นไม่มีลิขสิทธิ์ตั้งแต่แรก ก็ไม่มีอะไรให้ผู้ว่าจ้างได้ไป ทั้งที่จ่ายเงินเต็มจำนวน ข้อนี้เป็นการอ่านตัวบทของทีม ยังไม่มีคำพิพากษายืนยัน แต่เป็นเหตุผลพอที่จะเขียนสัญญาจ้างให้ชัด

ถ้าตกลงกันว่าลิขสิทธิ์อยู่กับเอเจนซีแล้วค่อยโอนมาภายหลัง ต้องระวังมาตรา 17 วรรคสาม การโอนต้องทำเป็นหนังสือที่ลงชื่อทั้งสองฝ่าย และถ้าไม่ระบุระยะเวลา กฎหมายถือว่าโอนมีกำหนดสิบปี

การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 17 วรรคสาม
  • ให้เอเจนซีแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าชิ้นงานใดใช้ AI สร้าง และใช้เครื่องมือตัวไหน
  • ให้รับรองว่าไม่ได้ป้อนงานของบุคคลอื่นเข้า AI เพื่อลอกหรือดัดแปลง
  • กำหนดให้ส่งไฟล์งานระหว่างทาง ไม่ใช่แค่ไฟล์สุดท้าย เพื่อเป็นหลักฐานส่วนที่คนทำ
  • ระบุว่าใครรับผิดชอบถ้ามีผู้อ้างว่างานที่ส่งมาละเมิดลิขสิทธิ์ของเขา
  • ถ้ามีการโอนลิขสิทธิ์ ให้ทำเป็นหนังสือลงชื่อทั้งสองฝ่ายและกำหนดระยะเวลาให้ชัด

ใช้ AI แล้วไปละเมิดลิขสิทธิ์คนอื่นได้ไหม

ได้ และเป็นความเสี่ยงที่ชัดกว่าเรื่องความเป็นเจ้าของ มาตรา 27 ถือว่าการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิด มาตรานี้ไม่สนใจว่าใช้มือหรือใช้ AI ทำ

การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 27

กรณีที่เสี่ยงที่สุดสำหรับทีมการตลาดคือการป้อนโฆษณา ภาพถ่าย หรือบทความของคนอื่นเข้าไปแล้วสั่งให้ AI "ทำใหม่ให้คล้าย ๆ" ผลลัพธ์ที่เหมือนต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญอาจเข้าข่ายดัดแปลงตามนิยามในมาตรา 4 ความเสี่ยงอีกแบบคือ AI สร้างงานที่บังเอิญคล้ายงานที่มีอยู่ โดยที่คนใช้ไม่รู้ตัว

ข้อยกเว้นในมาตรา 32 ช่วยได้แค่ไหน

มาตรา 32 วรรคหนึ่งเป็นหลักทั่วไปของข้อยกเว้น ใช้ได้เมื่อการกระทำไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของ และไม่กระทบสิทธิของเจ้าของเกินสมควร วรรคสองมีรายการเฉพาะ เช่น วิจัยหรือศึกษาโดยไม่หากำไร ติชม วิจารณ์ หรือรายงานข่าวโดยรับรู้ความเป็นเจ้าของ

การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ตัวบท พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) · มาตรา 32 วรรคหนึ่ง

งานโฆษณาเป็นการใช้เพื่อการค้าโดยตรง จึงยากที่จะพึ่งรายการในวรรคสองซึ่งหลายข้อผูกกับการไม่หากำไร ส่วนคำถามใหญ่ว่าการนำงานของคนอื่นไปฝึกโมเดล AI เข้าข้อยกเว้นหรือไม่ มาตรา 32 ไม่ได้ตอบ และกฎหมายไทยยังไม่มีข้อยกเว้นเรื่องนี้โดยเฉพาะ

บันทึกของทีม AIPDPA เรื่องทิศทางกฎหมาย AI ของไทยระบุว่า (ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ มีข้อยกเว้นลิขสิทธิ์เพื่อทำเหมืองข้อมูล (TDM) แบบให้เจ้าของงานปฏิเสธได้ และเป็นหลักการที่ได้เสียงเห็นด้วยต่ำที่สุดในการรับฟังความเห็น ทั้งนี้ ณ วันที่บันทึกนั้นเรียบเรียง ยังไม่มีพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข้อนี้จึงยังไม่ใช่กฎหมาย

แนวทางของ สพธอ. พูดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาว่าอะไร

คู่มือแนวทางการประยุกต์ใช้ Generative AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับองค์กร ของศูนย์ AIGC ภายใต้ สพธอ. ยกตัวอย่างที่ตรงกับเรื่องนี้พอดี คือฝ่ายการตลาดของธนาคารที่ใช้ AI ทำโฆษณาบัตรเครดิต และระบุความเสี่ยงด้านทรัพย์สินทางปัญญาไว้ วิธีจัดการที่คู่มือเสนอมีสองชั้น คือดูกฎหมายลิขสิทธิ์ และดูข้อกำหนดของผู้ให้บริการ AI

องค์กรควรทบทวนข้อกำหนด รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์และ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เนื่องจาก Generative AI อาจใช้ภาพ หรือสื่อบนอินเทอร์เน็ตที่มี ลิขสิทธิ์อยู่ รวมไปถึงควรตรวจสอบนโยบายและข้อกำหนดของผู้ให้บริการ Generative AI ว่าปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ตัวบท คู่มือแนวทางการประยุกต์ใช้ Generative AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับองค์กร ศูนย์ AIGC สพธอ. (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · 3.3 ตัวอย่างที่ 2 (Ensure Regulatory and Legal Compliance)แนวปฏิบัติของ สพธอ. ไม่ผูกพันเหมือนพระราชบัญญัติ

ภาคผนวกของคู่มือซึ่งเป็นตัวอย่างนโยบายการใช้งาน วางหน้าที่ของผู้ใช้ไว้ตรง ๆ ว่าต้องระวังไม่ให้ละเมิดทั้งลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ข้อนี้สำคัญกับงานโฆษณา เพราะ AI สร้างโลโก้หรือหน้าตาสินค้าที่คล้ายของแบรนด์อื่นได้ง่าย

2) การประยุกต์ใช้ Generative AI ด้วยความประมาทอาจทำให้สำนักงานกระทำการละเมิดสิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญาได้ ดังนั้น ผู้ใช้งาน Generative AI จึงต้องมีความระมัดระวังไม่ให้ เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ
ตัวบท คู่มือแนวทางการประยุกต์ใช้ Generative AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับองค์กร ศูนย์ AIGC สพธอ. (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) · ภาคผนวก 4.5 ข้อ 2)

คู่มือเล่มนี้เป็นแนวปฏิบัติ ตัวคู่มือระบุเองว่าการไม่ทำตามไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ถ้าวันหนึ่งมีข้อพิพาท บริษัทที่ทำตามแนวทางนี้และมีหลักฐานการตรวจงาน ย่อมอธิบายความระมัดระวังของตัวเองได้ง่ายกว่า

กติกาแปดข้อสำหรับทีมการตลาด

  1. ใช้เฉพาะเครื่องมือที่บริษัทอนุมัติ และอ่านข้อกำหนดการใช้งานเรื่องสิทธิในผลลัพธ์ก่อนใช้เชิงพาณิชย์
  2. ห้ามป้อนงานของคนอื่นเพื่อให้ AI ทำตาม ทั้งโฆษณาคู่แข่ง ภาพถ่ายจากเว็บ และบทความที่ไม่ได้ซื้อสิทธิ
  3. ห้ามสั่งให้ทำเลียนโลโก้ ตัวละคร หรือหน้าตาสินค้าของแบรนด์อื่น ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่ลิขสิทธิ์ แต่รวมถึงเครื่องหมายการค้า
  4. ให้คนลงมือในส่วนสำคัญ เขียนข้อความหลักเอง แก้ภาพเอง คัดเลือกและจัดวางเอง ส่วนที่คนทำคือส่วนที่บริษัทอ้างความเป็นเจ้าของได้ชัด
  5. เก็บหลักฐานกระบวนการ คำสั่งที่ใช้ ร่างแต่ละรอบ และไฟล์ที่แก้ เก็บไว้กับงานชิ้นนั้น
  6. ตรวจก่อนเผยแพร่ ว่าผลลัพธ์ไม่ได้คล้ายงานที่มีอยู่ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยเฉพาะงานที่จะใช้ในวงกว้าง
  7. ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ กับพนักงานตามมาตรา 9 และกับเอเจนซีตามมาตรา 10 ให้ชัดว่าใครถือสิทธิและใครรับผิดชอบ
  8. ห้ามใส่ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลส่วนบุคคล หรือความลับทางการค้าลงในเครื่องมือสาธารณะ เรื่องนี้เป็นอีกกฎหมายหนึ่ง ดู การคุ้มครองความลับทางการค้า

เรื่องการใช้ AI ในที่ทำงานไม่ได้มีแค่ลิขสิทธิ์ อ่านต่อได้ที่ ChatGPT ในที่ทำงานกับกฎหมายสี่ฉบับ และถ้าจะเลือกผู้ให้บริการ AI ดู คำถามที่ควรถามผู้ขาย AI AIPDPA มีนโยบายการใช้เครื่องมือ AI ในที่ทำงานพร้อมแบบทดสอบพนักงาน ให้กติกาข้างบนกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนรับทราบและมีหลักฐาน ดูแพ็กเกจได้ที่ หน้าราคา

คำถามที่พบบ่อย

ภาพที่สร้างด้วย AI มีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทยไหม?

กฎหมายไทยยังไม่ตอบตรง ๆ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่มีมาตราใดพูดถึง AI ส่วนที่คนวาด แก้ หรือจัดวางเองเข้านิยามผู้สร้างสรรค์ในมาตรา 4 ได้ชัด ส่วนที่ AI สร้างเกือบทั้งหมดจากคำสั่งสั้น ๆ ยังไม่มีคำตอบ

พนักงานใช้ AI ทำงานในหน้าที่ ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?

ตามมาตรา 9 ลิขสิทธิ์ในส่วนที่พนักงานสร้างสรรค์เป็นของพนักงาน เว้นแต่ทำหนังสือตกลงไว้เป็นอย่างอื่น นายจ้างได้สิทธิเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ของการจ้าง บริษัทจึงควรมีข้อตกลงเป็นหนังสือ

จ้างเอเจนซีที่ใช้ AI ทำงาน บริษัทได้ลิขสิทธิ์ไหม?

มาตรา 10 ให้ผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานจ้าง เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น แต่ถ้างานที่ส่งมาไม่มีลิขสิทธิ์ตั้งแต่แรกเพราะ AI สร้างทั้งหมด ก็อาจไม่มีสิทธิอะไรให้ได้ไป สัญญาจ้างควรให้แจ้งการใช้ AI และส่งไฟล์ระหว่างทาง

คำสั่ง (prompt) ที่เขียนเองมีลิขสิทธิ์ไหม?

ไอเดียในคำสั่งไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 6 วรรคสอง ข้อความคำสั่งที่ยาวและเรียบเรียงจนเป็นงานเขียนอาจเป็นวรรณกรรมได้ แต่ไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ที่ AI สร้างมีลิขสิทธิ์ตามไปด้วย

ถ้าผลลัพธ์จาก AI ไปคล้ายงานของคนอื่น ใครรับผิด?

มาตรา 27 ถือว่าการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่งานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิด ไม่ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร บริษัทที่นำไปเผยแพร่จึงมีความเสี่ยง ควรตรวจผลลัพธ์ก่อนใช้และอ่านข้อกำหนดของผู้ให้บริการ AI

ตัวบทและแหล่งอ้างอิง

  1. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 5 พ.ศ. 2565) — มาตรา 4 · 6 · 9 · 10 · 17 · 27 · 32
  2. คู่มือแนวทางการประยุกต์ใช้ Generative AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับองค์กร ศูนย์ AIGC สพธอ. (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) — 3.1 ข้อ 9) · 3.3 ตัวอย่างที่ 2 · ภาคผนวก 4.5
  3. บันทึกของทีม AIPDPA: คาดการณ์กฎหมาย AI ของไทย (ยังไม่มีการประกาศใช้) — โครงของกฎหมายที่คาดว่าจะเป็น · หมวด 2

ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

ลงมือในระบบได้ที่

ภูวรา ครอบตะคุ

ใครรับผิดชอบเนื้อหานี้?

เรียบเรียงโดยทีมกฎหมาย AIPDPA · ผู้รับผิดชอบเนื้อหา ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ · เนติบัณฑิตไทย · ที่ปรึกษากฎหมายเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา

ใบอนุญาตทนายความ 477/2558 · เนติบัณฑิตไทย · นิติศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ (เหรียญทอง)

อ่านต่อ

ลิขสิทธิ์ในงานที่พนักงานสร้างเป็นของใคร และนายจ้างต้องทำอะไรให้เป็นของบริษัทตามมาตรา 9 ลิขสิทธิ์ในงานของลูกจ้างเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ทำหนังสือตกลงไว้ อ่านวิธีเขียนสัญญาให้ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัท และต่างจากงานจ้างฟรีแลนซ์อย่างไรวิธีเขียนนโยบายการใช้ Generative AI ในองค์กร ตามแนวทาง ETDAนโยบาย Generative AI ต้องบอกว่าใช้ทำอะไรได้ ข้อมูลไหนห้ามป้อน ใครตรวจผลลัพธ์ และใครกำกับดูแล สรุปจากคู่มือ ETDA พร้อมขั้นตอนคุ้มครองความลับทางการค้าอย่างไรให้ฟ้องร้องได้จริงตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้าข้อมูลจะเป็นความลับทางการค้าได้ต้องครบ 3 องค์ประกอบ รวมถึงมีมาตรการรักษาความลับที่เหมาะสม สรุปมาตรา 3, 6, 8 และขั้นตอนเตรียมหลักฐานให้พร้อมฟ้องพนักงานเอาข้อมูลลูกค้าใส่ ChatGPT ผิดกฎหมายข้อไหนบ้างพนักงานเอารายชื่อลูกค้าหรือสัญญาไปใส่ AI สาธารณะ เสี่ยงอะไรบ้างตามแนวทาง สคส. ETDA PDPA ม.28–29 และ พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พร้อมตารางทางแก้และนโยบายตัวอย่างก่อนซื้อ AI ถามผู้ขายอะไร บทเรียนจากรายงานของ OECDสรุปสิ่งที่ผู้พัฒนา AI รายใหญ่รายงานต่อ OECD ตามกรอบ Hiroshima AI Process แล้วแปลงเป็นคำถามสิบข้อที่องค์กรไทยควรถามผู้ขาย AI ก่อนเซ็นสัญญา