ซื้อกล้องวงจรปิดให้องค์กรอย่างรัดกุม คือการเขียนข้อกำหนดที่ตรวจได้ลงใน TOR และสัญญา แล้วตรวจรับระบบจริงก่อนเปิดใช้ ตามบทที่ 4 ของแนวปฏิบัติ สกมช. 1.0.0 ซึ่งเป็นเพียงข้อเสนอแนะ ไม่ใช่กฎหมาย เหมาะกับผู้จัดซื้อและฝ่ายไอที ได้ตารางข้อกำหนดคู่หลักฐานและรายการตรวจวันรับมอบ
- แนวปฏิบัติ สกมช. 1.0.0 (29 ก.ย. 2569) เป็นข้อเสนอแนะ ไม่มีสภาพบังคับ แต่ใช้เป็นฐานเขียน TOR และเกณฑ์ตรวจรับได้
- ข้อ 4.1 ให้เลี่ยงถ้อยคำกว้าง เช่น "ปลอดภัยสูง" หรือ "8 ล้านพิกเซล" ลอย ๆ และเขียนวิธีตรวจกับเกณฑ์ผ่านคู่ทุกข้อ
- ข้อ 4.2.5 ให้ปิดบัญชีติดตั้ง บัญชีทดสอบ รหัสชั่วคราว และช่องทางรีโมตของช่างก่อนเปิดใช้จริง
- ถ้าผู้ขายหรือผู้ให้บริการเข้าถึงภาพแทนองค์กร PDPA มาตรา 40 วรรคสาม ให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีข้อตกลงกับผู้ประมวลผล
กล้องวงจรปิดที่ติดแล้วภาพขึ้นจอ ยังไม่ได้แปลว่าผู้ขายส่งมอบงานเสร็จ รหัสผ่านโรงงานอาจยังไม่ถูกเปลี่ยน บัญชีของช่างติดตั้งอาจยังเปิดอยู่ และแอปของผู้ผลิตอาจส่งภาพออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่มีใครถามว่าอยู่ที่ไหน แนวปฏิบัติ สกมช. เล่มทั่วไปจึงใช้ทั้งบทที่ 4 พูดเรื่องการซื้อและการตรวจรับโดยเฉพาะ
บทความนี้อ่านข้อ 4.1 (ข้อกำหนดในการจัดซื้อ) และข้อ 4.2 (การส่งมอบและตรวจรับ) แล้วจัดเป็นของที่ผู้ซื้อหยิบไปใช้ได้เลย คือตารางข้อกำหนดคู่กับหลักฐาน รายการตรวจวันรับมอบ และจุดที่ต้องเขียนในสัญญา ส่วนเรื่อง PDPA ของตัวกล้อง เช่น ป้าย ฐานกฎหมาย และระยะเก็บภาพ อยู่ใน บทความกล้องวงจรปิดในออฟฟิศ ร้าน คอนโด ที่นี่จะไม่เล่าซ้ำ
แนวปฏิบัติ สกมช. เล่มนี้เป็นกฎหมายหรือไม่ และใช้กับใคร?
ไม่ใช่กฎหมาย ตัวแนวปฏิบัติเขียนไว้เองในคำนำว่าเป็นข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับใช้ และใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หรือสัญญาที่มีผลบังคับอยู่ไม่ได้ ในบทความนี้ทุกครั้งที่เขียนว่า "ควร" ให้อ่านว่าแนวปฏิบัติแนะนำ ไม่ใช่กฎหมายสั่ง
ทั้งนี้ แนวปฏิบัติทั้งสองฉบับนี้เป็นเพียงข้อเสนอแนะเบื้องต้นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่มีสภาพบังคับใช้ ไม่สามารถใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หลักเกณฑ์ สัญญา หรือข้อกำหนดอื่นที่มีผลใช้บังคับ
เอกสารที่ใช้คือแนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย ฉบับ 1.0.0 ฉบับประกาศใช้ ลงวันที่ 29 กันยายน 2569 เผยแพร่โดย สกมช. ส่วนฉบับที่ว่าด้วยกล้องที่ใช้ AI เป็นอีกเล่มหนึ่ง ไม่ได้อยู่ในบทความนี้
ข้อ 4.1 แบ่งหน้าที่ไว้ชัด เจ้าของระบบหรือผู้จัดซื้อเป็นฝ่ายกำหนดความต้องการและเกณฑ์ใน TOR ส่วนผู้เสนอราคา ผู้ติดตั้ง และผู้รวมระบบเป็นฝ่ายแสดงความสามารถและหลักฐานให้ตรงกับข้อกำหนด นั่นแปลว่าถ้า TOR เขียนหลวม ผู้ขายไม่มีอะไรต้องพิสูจน์
แนวปฏิบัติแบ่งระบบเป็นระดับ B, E และ H ตามความสำคัญและผลกระทบ ระดับของข้อกำหนดที่ขอควรสัมพันธ์กับระดับนี้ จุดที่ต้องระวังคือ ตัวอักษรสามตัวนี้เป็นวิธีใช้แนวปฏิบัติของเล่มนี้เอง ตัวเอกสารเขียนว่าไม่ใช่การจัดประเภทองค์กรตามกฎหมาย และไม่ใช่การจำแนกโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ จึงอย่านำไปอ้างว่าองค์กรเป็น CII หรือไม่เป็น CII
TOR แบบไหนที่ตรวจรับไม่ได้ และแบบไหนที่ตรวจได้?
TOR ที่ตรวจรับได้คือ TOR ที่บอกว่าจะดูอะไร ดูด้วยวิธีใด และเห็นอะไรถึงนับว่าผ่าน ข้อ 4.1.1.15 ให้เหตุผลว่า ถ้าไม่เขียนไว้ก่อน พอถึงวันรับมอบผู้ซื้อจะบอกไม่ได้ว่าคุณสมบัติข้อไหนผ่านหรือไม่ผ่านจากหลักฐานอะไร
ข้อกำหนดที่กำหนดไว้ควรสามารถตรวจสอบได้ในขั้นตอนพิจารณาข้อเสนอ การทดสอบ หรือการตรวจรับ ไม่ควรใช้ถ้อยคำกว้าง เช่น “ระบบต้องมีความมั่นคงปลอดภัยสูง” โดยไม่มีเกณฑ์หรือหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้
| ที่มักเขียนกัน | ปัญหา | เขียนให้ตรวจได้อย่างไร |
|---|---|---|
| "ระบบต้องมีความมั่นคงปลอดภัยสูง" | ไม่มีเกณฑ์ ผู้ขายตอบว่า "มี" ก็จบ | ระบุว่าแยกสิทธิดูภาพ ค้นหา ส่งออก และบริหารระบบได้ตามบทบาท ผู้เสนอราคาแสดงเอกสารหรือสาธิต และทดสอบได้ก่อนตรวจรับ |
| "กล้องความละเอียดไม่น้อยกว่า 8 ล้านพิกเซล" | ตัวเลขพิกเซลไม่ได้บอกว่าภาพจากจุดนั้นใช้ทำอะไรได้ | ระบุว่าจุดทางเข้าหลักต้องได้ภาพระดับจดจำหรือระบุตัวตามที่กำหนดในความต้องการรายจุด ให้ผู้เสนอราคาแสดงการคำนวณ และทดสอบในสภาพจริงก่อนรับ |
| "รองรับ ONVIF" | อุปกรณ์อาจรองรับคนละ Profile หรือคนละฟังก์ชัน | ระบุกรณีใช้งานที่ต้องการเชื่อมต่อจริง แล้วทดสอบกับอุปกรณ์หรือระบบที่กำหนด |
| "ผู้ขายต้องแจ้ง EoL/EoS" | ไม่รู้ว่าแจ้งอะไร เมื่อไร และช่วยย้ายอย่างไร | ให้แจ้งสถานะ วันที่มีผล ขอบเขตการสนับสนุนที่ยุติ และแนวทางปรับปรุงหรือทดแทน |
ตัวอย่างที่แนวปฏิบัติยกเองคือ TOR ที่เขียนแค่ความละเอียดของกล้อง เอกสารถือว่าไม่เหมาะสม เพราะยืนยันไม่ได้ว่าภาพของแต่ละจุดตอบวัตถุประสงค์หรือไม่
ตัวอย่างการกำหนด TOR ที่ไม่เหมาะสม คือ “กล้องต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่า 8 Megapixel”เพียงอย่างเดียว เนื่องจากไม่สามารถยืนยันได้ว่าภาพจะตอบวัตถุประสงค์ของแต่ละจุดหรือไม่
เริ่มจากความต้องการรายจุด ไม่ใช่จากสเปกกล้อง
ข้อ 4.1.1.7 ให้เริ่มจากความต้องการเชิงปฏิบัติการรายจุด คือเขียนก่อนว่าภาพจากจุดนี้ต้องใช้ทำอะไร ตรวจพบคนผ่าน สังเกตพฤติกรรม จดจำคนที่เคยเห็น หรือระบุตัวบุคคล แล้วค่อยกำหนดสเปกและเกณฑ์ตรวจรับที่พิสูจน์ได้
ปัจจัยที่ทำให้กล้องความละเอียดสูงให้ภาพใช้ไม่ได้ ตามที่ข้อนี้ระบุ คือตำแหน่งติดตั้ง ระยะ มุมมอง เลนส์ สภาพแสง การเคลื่อนไหว และการบีบอัดข้อมูล ผู้ซื้อจึงควรขอให้ทดสอบทั้งกลางวันและกลางคืนในช่วงที่ระบบต้องใช้จริง ไม่ใช่เฉพาะตอนแสงดี
ควรขออะไรจากผู้ขาย และขอหลักฐานอะไรคู่กัน?
ตารางต่อไปนี้ย่อหัวข้อ 4.1.1.1 ถึง 4.1.1.13 ของแนวปฏิบัติเป็นรายการสำหรับใส่ใน TOR ผู้เขียนเรียบเรียงเอง ไม่ได้คัดตารางของแนวปฏิบัติมาตรง ๆ คอลัมน์ท้ายสุดอิงตัวอย่างวิธีตรวจในข้อ 4.1.1.15 ถ้าเป็นระบบเล็ก เลือกใช้เท่าที่เข้ากับความเสี่ยงได้ แนวปฏิบัติเองก็ให้ปรับตามสัดส่วน
| เรื่อง (ข้อ) | ข้อกำหนดที่ควรเขียน | หลักฐานที่ควรขอดู | ตรวจวันรับมอบอย่างไร |
|---|---|---|---|
| บัญชีและสิทธิ (4.1.1.1) | เปลี่ยนรหัสเริ่มต้นก่อนใช้ได้ ไม่ใช้รหัสเดียวกันทั้งล็อต สร้างบัญชีรายคน แยกสิทธิดู ค้นหา ส่งออก บริหาร รองรับ MFA ตามความเสี่ยง และให้บัญชีผู้ให้บริการภายนอกมีสิทธิหมดอายุได้ | คู่มือผู้ดูแลระบบ หรือสาธิตหน้าตั้งสิทธิ | สร้างบัญชีทดสอบหลายบทบาท ดูว่าแต่ละบทบาททำได้เฉพาะสิทธิของตน |
| พอร์ต บริการ และการเข้าจากภายนอก (4.1.1.1–4.1.1.2) | ปิดพอร์ตและบริการที่ไม่ใช้ได้ ไม่ต้องเปิดกล้องหรือหน้าบริหารสู่อินเทอร์เน็ตโดยตรง จำกัดต้นทางที่เข้าส่วนบริหารได้ และปิดหรือจำกัดการเข้าจากระยะไกลได้ | คู่มือการตั้งค่าที่มั่นคงปลอดภัย (Hardening Guide) และผังเครือข่าย | ตรวจค่าตั้งและลองเชื่อมต่อ ต้องไม่มีช่องทางที่ไม่ได้อนุมัติ |
| P2P และคลาวด์ของผู้ผลิต (4.1.1.2) | ระบุ ปิด หรือควบคุมการใช้บริการเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน | เอกสารบอกว่าข้อมูลอะไรถูกส่งออกและเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ใด | เทียบกับขอบเขตที่อนุมัติไว้ |
| บันทึกเหตุการณ์ (4.1.1.3) | บันทึกการเข้าระบบทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ การเปลี่ยนบัญชีและสิทธิ การเปลี่ยนค่าตั้ง การเปิดเข้าจากระยะไกล การส่งออกข้อมูล การปรับปรุงระบบ และความผิดปกติของกล้องหรือพื้นที่เก็บ | ตัวอย่างไฟล์บันทึก | สร้างเหตุการณ์ทดสอบ เช่น ใส่รหัสผิด แล้วเรียกดูบันทึก |
| ช่องโหว่และเฟิร์มแวร์ (4.1.1.4–4.1.1.5) | มีช่องทางรับแจ้งช่องโหว่ ประกาศแจ้งเตือน (Security Advisory) ระยะเวลาที่จะออกแก้ไข และกลไกตรวจแหล่งที่มาและความถูกต้องของเฟิร์มแวร์ก่อนติดตั้ง | นโยบายเปิดเผยช่องโหว่ ตัวอย่างประกาศแจ้งเตือน คำอธิบายขั้นตอนอัปเดต | ให้สาธิตการอัปเดตจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และการตรวจความถูกต้อง |
| การเข้ารหัสและกุญแจ (4.1.1.6) | ป้องกันช่องทางบริหารด้วย TLS หรือเทียบเท่า กำหนดว่าใครคุมกุญแจและใบรับรอง ป้องกันไฟล์ที่ส่งออก | เอกสารสถาปัตยกรรมความปลอดภัย | ตรวจการตั้งค่าใบรับรองและวิธีส่งออกไฟล์ |
| คุณภาพภาพ (4.1.1.7) | ความต้องการรายจุด ระดับ DORI ความหนาแน่นพิกเซล ภาพกลางวันและกลางคืน การบีบอัดที่ไม่ทำให้ภาพใช้ไม่ได้ | ผลคำนวณหรือแบบของผู้เสนอราคา | ถ่ายทดสอบที่ระยะและสภาพแสงจริง |
| ระยะเก็บและความจุ (4.1.1.7, 4.1.1.11) | เก็บย้อนหลังได้ครบตามระยะที่องค์กรกำหนด คำนวณความจุจากจำนวนกล้อง อัตราข้อมูล และรูปแบบบันทึก | ผลคำนวณความจุ | ตรวจค่าตั้งและดูข้อมูลย้อนหลังจริง |
| ความเป็นส่วนตัวในตัวผลิตภัณฑ์ (4.1.1.11) | จำกัดมุมมอง ปิดบังพื้นที่ในภาพ (Privacy Mask) ลบหรือเขียนทับเมื่อครบกำหนด จำกัดสิทธิส่งออกและป้องกันไฟล์ที่ส่งออก | คู่มือและหน้าจอตั้งค่า | ลองตั้งมาสก์และลองส่งออกด้วยบัญชีต่างสิทธิ |
| การทำงานร่วมกันและการย้ายระบบ (4.1.1.8) | ระบุกรณีใช้งานที่ต้องเชื่อมต่อ ส่งออกวิดีโอและค่าตั้งในรูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้ เปลี่ยนกล้องหรือพื้นที่เก็บโดยไม่ต้องรื้อทั้งระบบ | ผลทดสอบการทำงานร่วมกัน | เชื่อมกับอุปกรณ์หรือระบบที่กำหนดแล้วดูว่าทำงานตามกรณีใช้งาน |
| ห่วงโซ่อุปทาน (4.1.1.9) | ผู้ผลิตตอบได้ว่าช่องโหว่ของส่วนประกอบหนึ่งกระทบรุ่นไหน ประเมินได้ แก้ได้ และแจ้งผู้ใช้ได้ โดยไม่ต้องเปิดรายการส่วนประกอบทั้งหมดต่อสาธารณะ | หลักฐานด้านกระบวนการของผู้ผลิต | ขอตัวอย่างกรณีที่เคยจัดการช่องโหว่ |
| อายุผลิตภัณฑ์ (4.1.1.10, 4.1.1.13) | ระยะรับประกัน ระยะออกแพตช์ความปลอดภัย ระยะปรับปรุงเฟิร์มแวร์ อะไหล่ วัน EoL/EoS และการแจ้งล่วงหน้า | นโยบายวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Lifecycle Policy) | ตรวจเอกสารของผู้ผลิตว่ามีช่วงสนับสนุน EoL/EoS และช่องทางรับประกาศแจ้งเตือน |
| คลาวด์และบริการภายนอก (4.1.1.12) | ระบุที่ตั้งข้อมูลและที่ประมวลผล เขตอำนาจ ผู้เข้าถึงเพื่อบริหาร ผู้ให้บริการช่วง ใครคุมกุญแจ การสำรองและกู้คืน การแจ้งเหตุ การคืนและลบข้อมูล และแผนยุติบริการ | เอกสารบริการและสัญญา | ตรวจว่าสภาพจริงตรงกับ TOR และสัญญา (ดูต่อใน บทความเรื่องคลาวด์และแอป) |
ถ้าองค์กรอยากเก็บระยะเก็บภาพให้ตรงกับนโยบายและมีบันทึกการลบไว้เป็นหลักฐาน ฟีเจอร์กฎการเก็บรักษาและบันทึกการทำลายใน AIPDPA รองรับเรื่องนี้ ดูตัวอย่างได้ที่ บัญชีตัวอย่าง
หลักฐานมีหลายระดับ ไม่ต้องเป็นใบรับรองเสมอไป
ข้อ 4.1.1.14 บอกให้กำหนดตั้งแต่ต้นว่าผู้เสนอราคาต้องแสดงหลักฐานชนิดใด หลักฐานมีตั้งแต่เอกสารคุณลักษณะ คู่มือการตั้งค่า นโยบายของผู้ผลิต ประกาศแจ้งเตือนด้านความปลอดภัย การสาธิต ผลทดสอบ การประเมินโดยหน่วยอิสระ ใบรับรอง ไปจนถึงเอกสารที่เปิดเผยเฉพาะผู้ประเมินภายใต้ข้อตกลงรักษาความลับ ระดับที่ขอควรสัมพันธ์กับความเสี่ยง
ใบรับรองไม่ใช่คำตอบเดียว ข้อ 4.1.2 ให้ดูว่าใบรับรองครอบคลุมขอบเขตใด ตรงกับรุ่นและเวอร์ชันที่ซื้อจริงหรือไม่ ยังมีผลอยู่หรือหมดอายุ ใครเป็นผู้ออก และเป็นการประเมินตนเองหรือโดยบุคคลที่สาม แนวปฏิบัติบอกว่าการมีใบรับรองไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยพอสำหรับทุกบริบท และการไม่มีใบรับรองก็ไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวที่ใช้สรุปว่าผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม
แนวปฏิบัติยังเตือนว่า ฉลากหรือระบบรับรองของต่างประเทศใช้เป็นหลักฐานประกอบได้ แต่ไม่ควรเอากฎหมายหรือเกณฑ์บังคับของประเทศอื่นมาเป็นข้อบังคับของระบบในไทยโดยอัตโนมัติ
สัญญาควรเขียนเรื่องอายุผลิตภัณฑ์และวันที่ผู้ผลิตเลิกดูแลอย่างไร?
กล้องวงจรปิดมักใช้งานหลายปี แต่เฟิร์มแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการที่เกี่ยวข้องอาจได้รับการสนับสนุนสั้นกว่านั้น ข้อ 4.1.1.13 จึงให้มองไปตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่ดูแค่ว่ารับประกันฮาร์ดแวร์กี่ปี
TOR หรือสัญญาควรกำหนดว่า ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการจะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ในด้านใดและนานเพียงใด เพื่อให้องค์กรสามารถประเมินต้นทุนและความเสี่ยงตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะระยะรับประกันอุปกรณ์
| เรื่อง | คำถามที่ควรได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร | ถ้าผู้ขายตอบไม่ได้ |
|---|---|---|
| ระยะรับประกัน | รับประกันอะไร นานเท่าไร ครอบคลุมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือบริการ | ขอให้ระบุขอบเขตในสัญญา ห้ามเข้าใจเอาเอง |
| การแก้ช่องโหว่ | ผู้ผลิตจะออกการปรับปรุงด้านความปลอดภัยให้รุ่นนี้ถึงเมื่อไร | บันทึกเป็นความเสี่ยงคงเหลือและวางแผนเปลี่ยนรุ่นล่วงหน้า |
| ช่องทางรับประกาศแจ้งเตือน | องค์กรจะได้รับ Security Advisory ทางไหน | ขอให้ระบุผู้รับและช่องทางในสัญญา |
| อะไหล่ | มีอะไหล่และอุปกรณ์ทดแทนให้นานเท่าไร | พิจารณาซื้อสำรองหรือเลือกรุ่นที่ทดแทนได้ง่าย |
| EoL และ EoS | วันที่เลิกขาย และวันที่เลิกดูแลบางส่วนหรือทั้งหมด (แพตช์ เฟิร์มแวร์ อะไหล่ ซัพพอร์ต) คือเมื่อใด | ถือว่าอายุระบบไม่แน่นอน ต้องมีมาตรการชดเชย เช่น แยกเครือข่าย |
| การแจ้งล่วงหน้า | ผู้ผลิตจะแจ้งก่อนเข้าสู่ EoL/EoS นานแค่ไหน | ระบุระยะแจ้งขั้นต่ำเป็นตัวเลขในสัญญา |
| การเปลี่ยนผ่าน | จะย้ายข้อมูลและค่าตั้งไปยังระบบใหม่อย่างไร | ขอให้ระบุรูปแบบไฟล์ส่งออกและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย |
แนวปฏิบัติยังเตือนไม่ให้เขียนสั้น ๆ ว่า "ผู้ขายต้องแจ้ง EoL/EoS" แต่ให้เขียนให้ครบว่าต้องแจ้งสถานะสิ้นสุดอายุและสิ้นสุดการสนับสนุน พร้อมวันที่มีผล ขอบเขตที่ยุติลง และแนวทางปรับปรุงหรือทดแทน
ผู้ขายหรือผู้ติดตั้งดูแลระบบหรือเก็บภาพแทนเรา ต้องมีสัญญาตาม PDPA ไหม?
ถ้าผู้ขาย ผู้ติดตั้ง หรือผู้ให้บริการคลาวด์เข้าถึงหรือประมวลผลภาพที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลแทนองค์กร เขามีสถานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 วรรคสาม ให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน
การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
แนวปฏิบัติ สกมช. พูดไปในทางเดียวกัน แต่ใช้ภาษาของงานจัดซื้อ ข้อ 4.1.1.11 ให้กำหนดบทบาท หน้าที่ มาตรการความปลอดภัย การจัดการเหตุ การคืนหรือลบข้อมูล และการใช้ผู้ให้บริการช่วงไว้ในสัญญา
ข้อเดียวกันยังเตือนว่า ฟังก์ชันด้านความเป็นส่วนตัวในตัวผลิตภัณฑ์ เช่น มาสก์พื้นที่ในภาพ เป็นแค่เครื่องมือช่วยปฏิบัติตามข้อกำหนด ไม่ได้ทำให้การใช้ระบบถูกกฎหมายโดยอัตโนมัติ
| สถานการณ์ | ความเป็นไปได้ด้านสถานะ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ขายกล้องและเครื่องบันทึก ส่งมอบแล้วไม่มีสิทธิเข้าระบบ | ผู้ขายสินค้า ไม่ได้ประมวลผลภาพของเรา | เขียนข้อกำหนดความปลอดภัยและการตรวจรับตามบทความนี้ก็พอ |
| ช่างยังมีบัญชีหรือช่องทางรีโมตไว้ซ่อมบำรุง และอาจเห็นภาพ | อาจเป็นผู้ประมวลผลในส่วนที่เข้าถึงภาพ | ทำข้อตกลงตามมาตรา 40 และใช้บัญชีรายบุคคลที่มีขอบเขต เวลา และบันทึกกิจกรรม ตามข้อ 4.2.5 |
| ผู้ให้บริการเก็บภาพบนคลาวด์หรือให้ดูผ่านแอปแทนเรา | มักเป็นผู้ประมวลผล | ทำข้อตกลงครบตามที่ บทความสัญญาผู้ประมวลผลข้อมูล แนะนำ และตรวจตามรายการใน บทความเช็กผู้ให้บริการก่อนเซ็น |
| ผู้ผลิตเอาภาพไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของตัวเอง | ถ้าทำนอกคำสั่ง มาตรา 40 วรรคสองถือว่าเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับส่วนนั้น | ห้ามในสัญญาให้ชัด และตรวจว่าตั้งค่าแอปหรือคลาวด์ปิดการแบ่งปันแล้ว |
ถ้าผู้ให้บริการหรือเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ เรื่องส่งข้อมูลออกนอกไทยตามมาตรา 28 จะเข้ามาด้วย ลำดับตรวจดูได้ใน บทความมาตรา 28 และคำถามเฉพาะกล้องอยู่ใน บทความกล้องบนคลาวด์และ P2P
วันรับมอบต้องตรวจอะไรบ้างก่อนเซ็น?
แนวปฏิบัติเขียนวัตถุประสงค์ของข้อ 4.2 ไว้กว้างกว่าการดูว่าภาพขึ้น การส่งมอบที่สมบูรณ์ต้องทำให้เจ้าของระบบบริหาร ใช้งาน ดูแล ตรวจสอบ กู้คืน และปรับปรุงระบบต่อได้ โดยไม่ต้องพึ่งผู้ติดตั้งเกินความจำเป็น
การส่งมอบระบบ CCTV ไม่ควรถือว่าเสร็จสมบูรณ์เพียงเมื่อกล้องสามารถแสดงและบันทึกภาพได้ แต่ควรยืนยันว่า ระบบที่ติดตั้งจริงตรงตามแบบและข้อกำหนดที่ได้รับอนุมัติ
- ก่อนประกาศ TORเขียนความต้องการรายจุด ระดับ B/E/H และเกณฑ์ตรวจรับของข้อกำหนดสำคัญข้อ 4.1.1.15
- ช่วงพิจารณาข้อเสนอขอหลักฐานตามที่กำหนด เช่น เอกสาร การสาธิต ผลทดสอบ และตรวจว่าใบรับรองตรงรุ่นและตรงขอบเขตข้อ 4.1.1.14 · 4.1.2
- ก่อนเซ็นสัญญาใส่อายุผลิตภัณฑ์ EoL/EoS ข้อตกลงผู้ประมวลผล เงื่อนไขคลาวด์ และการยุติบริการข้อ 4.1.1.10 · 4.1.1.12
- ตอนติดตั้งของจริงต้องตรงแบบที่อนุมัติ ถ้าต่างอย่างมีนัยสำคัญให้ประเมินและขออนุมัติก่อนข้อ 4.2.1
- วันตรวจรับตรวจภาพ การบันทึก ความปลอดภัย และเอกสารที่ส่งมอบข้อ 4.2.2–4.2.4
- ก่อนเปิดใช้จริงยกเลิกบัญชี รหัส ช่องทางรีโมต และกฎที่เปิดไว้ชั่วคราว แล้วเก็บผลตรวจเป็นค่าฐานข้อ 4.2.3 · 4.2.5
- หลังตรวจรับติดตามประเด็นคงค้างจนปิด หรือให้ผู้มีอำนาจยอมรับความเสี่ยงอย่างเป็นทางการข้อ 4.2.8–4.2.9
รายการที่ 1 ของที่ติดตั้งตรงกับที่ซื้อหรือไม่ (ข้อ 4.2.1)
- กล้อง จำนวน รุ่น หมายเลขประจำเครื่อง และตำแหน่งตรงกับรายการที่อนุมัติ
- เครื่องบันทึกและระบบบริหารวิดีโอ รุ่น เวอร์ชัน และใบอนุญาตใช้งาน
- พื้นที่จัดเก็บ ประเภท ความจุ และการตั้งค่า
- อุปกรณ์เครือข่าย รุ่น การเชื่อมต่อ และการแบ่งเครือข่าย
- เวอร์ชันเฟิร์มแวร์และซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งจริง รวมถึงค่าตั้งระบบ
- บริการคลาวด์ การเข้าจากระยะไกล และการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ตรงกับขอบเขตที่อนุมัติ
ถ้าของจริงต่างจาก TOR แบบ หรือข้อเสนอแบบมีนัยสำคัญ แนวปฏิบัติให้ประเมินผลกระทบและขออนุมัติก่อนตรวจรับ ไม่ใช่รับไปก่อนแล้วค่อยคุย
รายการที่ 2 ภาพและการบันทึกใช้งานได้จริงหรือไม่ (ข้อ 4.2.2)
- ตรวจในสภาพใช้งานจริงหรือใกล้เคียง โดยยึดความต้องการรายจุดเป็นฐาน
- ดูพื้นที่ครอบคลุม ระดับ DORI การใช้งานกลางวันและกลางคืน การจัดการแสง และภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว
- ทดสอบบันทึกต่อเนื่อง เรียกดูย้อนหลัง ส่งออก ระยะเก็บ ความจุ และการแจ้งเตือนเมื่อพื้นที่ใกล้เต็ม
- สำหรับระบบสำคัญ ทดสอบความต่อเนื่องและการกู้คืนตามที่กำหนด
ข้อนี้ปิดท้ายว่าไม่ควรตรวจรับคุณภาพภาพจากความละเอียดหรือแผ่นสเปกของกล้องเพียงอย่างเดียว
รายการที่ 3 ความปลอดภัยก่อนเปิดใช้ (ข้อ 4.2.3)
- รหัสผ่านและข้อมูลยืนยันตัวตนเริ่มต้นถูกเปลี่ยน ยกเลิก หรือจัดการแล้ว
- บัญชีสร้างตามผู้ใช้จริงและบทบาท บัญชีติดตั้ง บัญชีทดสอบ และบัญชีแขก ถูกลบ ปิด หรือจำกัด
- พอร์ตและบริการเปิดเฉพาะที่อนุมัติ ส่วนบริหารเข้าได้เฉพาะเครือข่ายและสิทธิที่กำหนด
- การเข้าจากระยะไกลใช้เฉพาะช่องทางที่อนุมัติ และ MFA ทำงานตามที่กำหนด
- เฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชันที่อนุมัติและยังได้รับการสนับสนุน
- บันทึกเหตุการณ์ เวลาของอุปกรณ์ ระยะเก็บ การสำรองและกู้คืน การเข้ารหัสและใบรับรอง และบริการ P2P หรือคลาวด์ ตรงตามที่กำหนด
ผลการตรวจชุดนี้แนวปฏิบัติให้เก็บเป็นค่าฐานที่ได้รับอนุมัติ (Approved Configuration Baseline) ใช้เทียบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนค่าตั้งภายหลัง ถ้าไม่มีค่าฐาน ก็ไม่มีอะไรให้เทียบว่าใครแก้อะไร
รายการที่ 4 เอกสารที่ต้องได้รับ (ข้อ 4.2.4)
เอกสารที่ส่งมอบควรพอให้เจ้าของระบบดูแลและกู้ระบบได้โดยไม่ต้องพึ่งความรู้ในหัวของช่างคนเดียว ไม่จำเป็นต้องทำเอกสารใหม่ทุกรายการ ถ้าข้อมูลนั้นมีอยู่แล้วในระบบหรือคู่มือที่เจ้าของระบบเข้าถึงและตรวจได้
- ทะเบียนอุปกรณ์ และรุ่นซอฟต์แวร์กับเฟิร์มแวร์ที่ติดตั้งจริง
- ผังตำแหน่งกล้อง ผังเครือข่าย แบบที่ติดตั้งจริง และข้อมูลเครือข่าย (IP, VLAN, พอร์ตและบริการ)
- โครงสร้างบทบาทและสิทธิ ค่าตั้งระยะเก็บและผลคำนวณความจุ
- ขั้นตอนและผลทดสอบการสำรองและกู้คืน แผนบำรุงรักษา ขั้นตอนอัปเดตเฟิร์มแวร์
- คู่มือตั้งค่าที่มั่นคงปลอดภัย ช่องทางรับ Security Advisory และแจ้งช่องโหว่ ข้อมูลช่วงสนับสนุนและ EoL/EoS
- ผลการทดสอบและตรวจรับ รวมถึงประเด็นคงค้าง ข้อยกเว้น และความเสี่ยงคงเหลือ
รายการที่ 5 ปิดทางเข้าหลังบ้านที่ใช้ตอนติดตั้ง (ข้อ 4.2.5)
ก่อนเปิดใช้จริง ควรยกเลิกสิทธิและช่องทางที่ใช้เฉพาะช่วงติดตั้งหรือส่งมอบ แนวปฏิบัติไล่ไว้ 8 รายการ
- บัญชีสำหรับติดตั้งระบบ
- บัญชีสำหรับทดสอบระบบ
- บัญชีผู้ใช้ชั่วคราว
- รหัสผ่านชั่วคราว
- ช่องทางสนับสนุนจากระยะไกล
- โทเคนหรือกุญแจพิสูจน์ตัวตนชั่วคราว
- กฎไฟร์วอลล์ที่เปิดไว้ชั่วคราว
- พอร์ตหรือบริการเครือข่ายที่เปิดเพื่อติดตั้งหรือทดสอบ
ผู้ติดตั้งหรือผู้ให้บริการไม่ควรคงสิทธิการเข้าถึงระบบของลูกค้าไว้โดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องคงสิทธิเพื่อการบำรุงรักษาหรือการให้บริการ ควรกำหนดให้ใช้บัญชีที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ พร้อมกำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขตสิทธิ วิธีการอนุมัติ ระยะเวลา การพิสูจน์ตัวตน การบันทึกกิจกรรม การเพิกถอนสิทธิและการตรวจสอบการใช้งานตามความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง
ถ้าช่างต้องการเก็บสิทธิไว้ซ่อมบำรุงจริง ให้ทำเป็นข้อตกลงที่ระบุตัวคน วัตถุประสงค์ ขอบเขต วิธีอนุมัติ ระยะเวลา และตรวจย้อนหลังได้ แล้วเก็บไว้ในเอกสารสัญญา ไม่ใช่ตกลงปากเปล่า
ถ้าสัญญาให้มีใบรับรอง รายงานทดสอบ หรือผลประเมินจากบุคคลที่สาม (ข้อ 4.2.6–4.2.7)
อย่าตรวจแค่ว่า "มีเอกสาร" ให้ดูว่าหลักฐานมีจริง ยังมีผล ขอบเขตตรงกับที่ซื้อ รุ่นและเวอร์ชันตรงกัน และเชื่อมกับของที่ส่งมอบได้ ถ้าใช้กับคนละรุ่นหรือครอบคลุมบางส่วน ข้อ 4.2.6 ไม่ให้ถือว่าครอบคลุมทั้งระบบ ส่วนระบบที่ใช้คลาวด์ ข้อ 4.2.7 ให้ตรวจว่าที่ตั้งข้อมูล ที่ประมวลผล ผู้ให้บริการช่วง ผู้เข้าถึงเพื่อบริหาร กุญแจ การสำรอง การแจ้งเหตุ การคืนและการลบข้อมูล ตรงกับ TOR และสัญญา
ตรวจรับแล้วยังมีข้อบกพร่อง จะรับแบบมีเงื่อนไขได้อย่างไร?
รับได้ แต่ต้องเขียนให้ติดตามได้ ข้อ 4.2.8 ไม่ให้บันทึกแค่ว่า "แก้ไขภายหลัง" และข้อ 4.2.9 ให้ผู้ตรวจรับระบุผลพร้อมเหตุผลตามเกณฑ์ที่กำหนด
หากยังมีข้อบกพร่องหรือข้อกำหนดบางรายการที่ยังไม่แล้วเสร็จ ไม่ควรบันทึกเพียงว่า “แก้ไขภายหลัง” แต่ควรกำหนดให้สามารถติดตามและตัดสินใจด้านความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน
- ประเด็น คือข้อบกพร่องหรือช่องว่างที่พบ
- ผลกระทบต่อข้อมูล ระบบ หรือภารกิจ และระดับความเสี่ยง
- มาตรการชั่วคราวระหว่างรอแก้
- สิ่งที่ต้องแก้ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลา
- สถานะ คือเปิด อยู่ระหว่างดำเนินการ หรือปิดแล้ว
แนวปฏิบัติยกตัวอย่างผลการตรวจรับไว้สามแบบ ซึ่งเอามาใช้เป็นแบบฟอร์มได้เลย
ข้อกำหนดสำคัญตรวจแล้ว และไม่มีประเด็นที่ทำให้ไม่ควรเปิดใช้
ยังมีประเด็นค้าง แต่มีมาตรการลดความเสี่ยง ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้ว และต้องติดตามจนแก้เสร็จหรือมีการพิจารณาความเสี่ยงอย่างเป็นทางการ ไม่ปล่อยค้างไม่มีกำหนด
มีข้อบกพร่องหรือความเสี่ยงที่ยังเกินระดับที่องค์กรยอมรับได้
อีกจุดที่ผู้ซื้อมักพลาดคือคิดว่าเซ็นรับงานแล้ว ความเสี่ยงก็ถูกยอมรับแล้ว แนวปฏิบัติบอกตรง ๆ ว่าไม่ควรตีความอย่างนั้น
ความเสี่ยงคงเหลือที่มีนัยสำคัญ ควรให้ผู้มีอำนาจตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรพิจารณาและยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่ให้ช่างหรือคณะกรรมการตรวจรับทางเทคนิคเซ็นแทน
สรุปเป็นลำดับลงมือ สำหรับผู้ซื้อ
- เขียนความต้องการรายจุดก่อนเลือกรุ่น และกำหนดว่าภาพแต่ละจุดต้องใช้ทำอะไร
- ใส่ข้อกำหนดที่ตรวจได้ใน TOR พร้อมบอกว่าจะตรวจด้วยวิธีใดและเกณฑ์ผ่านคืออะไร
- ขอหลักฐานตามระดับความเสี่ยง และเช็กขอบเขต รุ่น เวอร์ชันของใบรับรองทุกครั้ง
- ถามเรื่อง Security Update, EoL และ EoS เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็น
- ถ้าใครเข้าถึงภาพแทนเรา ทำข้อตกลงผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 วรรคสาม
- วันรับมอบ ตรวจ 5 รายการข้างต้น แล้วเก็บผลเป็นค่าฐานที่อนุมัติ
- ปิดบัญชีและช่องทางชั่วคราวก่อนเปิดใช้ แล้วค่อยลงนามรับ
- ถ้ารับแบบมีเงื่อนไข ให้มีผู้รับผิดชอบและวันครบกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร
คำถามที่พบบ่อย
แนวปฏิบัติ สกมช. บังคับให้ต้องใส่ข้อกำหนดเหล่านี้ใน TOR หรือไม่?
ไม่บังคับ ตัวเอกสารบอกเองว่าเป็นข้อเสนอแนะเบื้องต้น ไม่มีสภาพบังคับใช้ และใช้แทนกฎหมาย ประกาศ หรือสัญญาที่มีผลบังคับอยู่ไม่ได้ ถ้ามีกฎหมาย ระเบียบ หรือสัญญาอื่นกำหนดไว้ ให้ทำตามนั้นควบคู่กัน ส่วนแนวปฏิบัติใช้เป็นฐานเขียนเกณฑ์ได้
ร้านเล็กที่ซื้อกล้องไม่กี่ตัว ต้องทำถึงขั้นนี้ไหม?
แนวปฏิบัติบอกให้ประยุกต์ตามสัดส่วนของวัตถุประสงค์ บริบท และความเสี่ยง และมีส่วนที่เขียนสำหรับผู้ใช้ระบบขนาดเล็กด้วย ขั้นต่ำที่คุ้ม คือให้ผู้ขายเปลี่ยนรหัสเริ่มต้น ปิดบัญชีและช่องทางรีโมตของช่างก่อนส่งมอบ ถามเรื่องอัปเดตความปลอดภัย และบันทึกค่าตั้งวันรับมอบไว้
ใบรับรองมาตรฐานของผู้ผลิตใช้แทนการทดสอบวันรับมอบได้ไหม?
ไม่ได้ ข้อ 4.1.1.14 ไม่ให้ถือว่าใบรับรองฉบับเดียวแทนหลักฐานทั้งหมด และข้อ 4.1.2 ให้ตรวจขอบเขต รุ่น เวอร์ชัน สถานะ และผู้ออกหลักฐานทุกครั้ง ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าผู้ผลิตไม่มีใบรับรอง ก็ไม่ควรใช้เหตุนี้อย่างเดียวสรุปว่าไม่เหมาะสม
ผู้ติดตั้งขอเก็บบัญชีผู้ดูแลไว้เผื่อซ่อมบำรุง ควรยอมไหม?
ข้อ 4.2.5 บอกว่าไม่ควรคงสิทธิไว้โดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นจริง ให้ใช้บัญชีที่ระบุตัวบุคคลได้ พร้อมกำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต วิธีอนุมัติ ระยะเวลา และบันทึกกิจกรรม และถ้าเขาเห็นภาพได้ ควรทำข้อตกลงผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 ด้วย
ซื้อบริการดูภาพผ่านคลาวด์ของผู้ผลิตต่างประเทศ ต้องเพิ่มอะไรในสัญญา?
เพิ่มเรื่องที่ตั้งข้อมูลและที่ประมวลผล ผู้เข้าถึงเพื่อบริหาร ผู้ให้บริการช่วง การควบคุมกุญแจ การแจ้งเหตุ การคืนและลบข้อมูล ตามข้อ 4.1.1.12 และถ้ามีการส่งข้อมูลออกนอกไทยต้องดูมาตรา 28 ของ PDPA ด้วย รายละเอียดอยู่ในบทความกล้องบนคลาวด์และ P2P
ตัวบทและแหล่งอ้างอิง
- แนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประเทศไทย (TCSG) ฉบับ 1.0.0 สกมช. 2569 (แนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎหมาย) — บทที่ 4 ข้อ 4.1 · 4.2 · คำนำ
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 — มาตรา 40
ตัวบทที่ยกมาในกรอบ "ตัวบท" คัดคำต่อคำจากคลังกฎหมายของ AIPDPA ซึ่งถอดจากราชกิจจานุเบกษาและเอกสารของหน่วยงานรัฐ แล้วระบบตรวจทุกครั้งที่แก้บทความว่าตรงกับคลังทุกตัวอักษร · บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง

